ถอดรหัสชีวิตสุดเพอร์เฟกต์ของผู้หญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ สู่ขวัญ บูลกุล

ถอดรหัสชีวิตสุดเพอร์เฟกต์ของผู้หญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ สู่ขวัญ บูลกุล

ในขณะที่หลายคนยกให้ สู่ขวัญ บูลกุล เป็นผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจ  มองว่าเธอเป็นต้นแบบของคนที่สวยพร้อม มีชีวิตที่หลายคนอยากจะเป็น ฯลฯ แต่ตัวเธอกลับไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพิเศษและเก่งกาจอะไร นั่นจึงทำให้ผู้หญิงคนนี้ยังสนุกกับการพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ และบทบาทล่าสุดในเรื่อง Homestay ก็เป็นอีกครั้งที่เธอต้องลุกขึ้นมาท้าทายตัวเองเพื่อข้ามผ่านความกลัวและขีดจำกัดที่ตัวเองขีดไว้  แล้วความกลัวของเธอคืออะไร บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ สู่ขวัญมีคำตอบ พร้อมกับเรื่องราวชีวิตในหลายๆ มิติของเธอมาเล่าให้เราฟัง

รู้สึกอย่างไรที่สู่ขวัญ บูลกุล กลายเป็นแรงบันดาลใจของสาวๆ ทุกวัยไปแล้ว

มีหลายคนพูดแบบนี้นะคะ ก็เลยอยากรู้ว่าเราเป็นแรงบันดาลใจให้เขาในมุมไหน บางคนก็จะโค้ดคำพูดที่เคยสัมภาษณ์ในหนังสือต่างๆ ว่าชอบความคิดแบบนี้ นี่ล่ะไอดอลฉันเลย ฉันคิดแบบนี้ ใช้ชีวิตแบบนี้ หรือจะเรื่องความสวยความงาม แต่ไม่ว่าใครจะมองหรือชื่นชมเราในแง่ไหน ขวัญก็ขอขอบคุณมากๆ จากใจค่ะ และยินดีเสมอ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่พยายามบอกเราว่า ในเมื่อเราเป็นคนที่มีคนมองอยู่ แล้วชื่นชม อยากที่จะเดินตามเรา ก็ควรที่จะทำตัวเองให้ดี หรือแม้กระทั่งมันมีแง่มุมไหนในชีวิตที่ถ้าถ่ายทอดออกไปแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนได้ ก็จะพยายามที่จะทำสิ่งนั้น

อย่างถ้ามีคนเชิญไปพูดเรื่องมุมมองความคิดในการใช้ชีวิต หรือพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กที่เพิ่งเรียนจบและกำลังจะเริ่มต้นชีวิตการทำงาน ขวัญยินดีค่ะ แต่บางทีถ้าได้รับเชิญไปพูดในหัวข้อแนะนำทิปส์ในการช้อปปิ้ง ขวัญปฏิเสธหมดเลย ต้องขอประทานโทษสำหรับหลายคนที่เชิญไปพูดในลักษณะนี้จริงๆ เพราะรู้สึกว่าทิปส์ในการช้อปปิ้งพูด 1 นาทีก็จบ ซึ่งถ้าให้พูดก็คือ ซื้อของที่จำเป็น และดูเงินในกระเป๋าตัวเอง จะซื้ออะไรก็ตาม ต้องไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต และไม่ใช่ยืมเงินคนอื่นมา นอกนั้นถ้าชอบอะไรก็ซื้อ ต้องมีวิจารณญาณ ขวัญว่ามันเป็นคอมมอนเซนส์ว่าคนเราทุกคนไม่ควรฟุ่มเฟือยหรือไม่ควรใช้จ่ายในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถที่จะจ่ายได้

โดยส่วนตัว คุณมีวิธีหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างไร

ขวัญเคยอ่านเจอโค้ดคำพูดหนึ่ง เป็นของเทกลา โลอโรปนักวิ่งมาราธอน ชาวเคนยาเขาบอกว่า One must be one’s own inspiration  เราต้องเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเราเองค่ะ สำคัญที่สุด และขวัญก็เห็นด้วย สิ่งใดที่เกิดจากตัวเอง สิ่งนั้นมีพลังมหาศาล ใครก็ขวางไม่ได้ นอกจากนี้เรื่องราวในชีวิตประจำวันก็ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เราทั้งหมด หลายครั้งรู้สึกว่าเราโชคดีกว่าอีกหลายคนมาก ในขณะที่เราอยู่ตรงนี้  บางคนดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้พรุ่งนี้มีข้าวกิน ซึ่งในเมื่อเรามีแรง มีพลัง  และมีโอกาสที่จะทำอะไรได้มากกว่าเขา ขอจงทำ อย่าทิ้งโอกาสแบบนั้น แรงบันดาลใจของขวัญไม่ได้ไปหาจากการมองอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย

ในขณะที่คนมองว่าคุณสวยครบ เพอร์เฟ็กต์ คุณมองตัวเองอย่างไร

คนอาจจะมองว่าเราอยู่ในจุดที่เป็นที่ยอมรับของสังคมในระดับหนึ่ง อาจจะมองว่านี่เรียกว่าความสำเร็จในชีวิต อาจจะมองว่าอยากจะเป็นแบบสู่ขวัญ อยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ เราเข้าใจว่าคนมองและชื่นชมเราเพราะอะไร แต่สิ่งที่ขวัญทำและมอบกลับไปก็คือเล่าย้อนความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีและที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ มันผ่านความยากลำบาก ผ่านความพยายาม ผ่านความผิดหวัง ผ่านความอดทน ผ่านประสบการณ์ ผ่านการที่ต้องทำความรู้จักตัวเอง จึงจะมาถึงจุดนี้ และขวัญก็แค่ต้องการบอกว่า ชีวิตขวัญไม่ต่างอะไรเลยกับทุกๆ คนที่เป็นอยู่ เราพูดเสมอในทุกที่ว่าเราไม่ได้เกิดมาเป็นคนที่เก่ง ไม่ได้เกิดมาเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษ ขวัญเป็นเด็กที่ธรรมดาที่สุดคนหนึ่งที่คนจะมองข้ามไปเลย เรียนหนังสือสมัยก่อนมันมีสอบซ่อม วิชาเลข อังกฤษ วิทยาศาสตร์ พวกที่เขาต้องซ่อมกัน เราก็ซ่อม ไม่มีความสามารถเก่งกาจด้านกีฬาชนิดได้เหรียญ วาดรูปก็ไม่เป็น ทำอะไรก็ไม่ได้ แต่ด้วยความที่เรามีความรู้สึกเป็นคนธรรมดานั้น เลยทำให้เราไม่ประมาทกับชีวิต เพราะรู้ว่าเราไม่ได้เก่ง ไม่ได้มีพรสวรรค์เป็นพิเศษเหมือนคนอื่นๆ ฉะนั้นทุกครั้งที่ทำอะไรสักอย่าง เรามีร้อย เราให้เกินร้อยหมด เพราะไม่มีช้อยส์ที่จะไม่พยายามกับมัน ทุกครั้งที่มันไม่สำเร็จอย่างที่คิดก็ไม่แปลกใจ เพราะเราไม่ใช่คนเก่งนี่ ทำไมจะต้องทำแล้วประสบความสำเร็จด้วยล่ะ ถ้าพยายามแค่นี้แล้วมันยังไม่สำเร็จ ก็ต้องพยายามให้มากขึ้นไปอีก และนี่คือแนวคิดที่ขวัญใช้มาจนถึงวันนี้ เพราะฉะนั้นถ้าขวัญทำได้ ทุกคนก็ทำได้เหมือนกัน

                ถ้ามีใครสักคนบอกว่าอยากมีชีวิตแบบขวัญ ก็จะบอกว่า อย่ามามีชีวิตแบบขวัญเลย ทุกคนสามารถมีชีวิตที่ดีกว่าขวัญได้ ถ้าคุณปักธงไว้ตรงนี้ บางทีคุณอาจจะเสียโอกาสอยู่นะ เพราะว่าการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ทุ่มเท อดทน และพยายามที่สุด มันไปไกลกว่าสู่ขวัญด้วยซ้ำ

ล่าสุดคุณมารับบทบาทเป็นแม่พระเอก ในหนัง Homestay ด้วย ทำไมถึงตอบรับแสดงหนังเรื่องนี้

ขวัญเห็นคุณค่าในเมสเสจของภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ ขอท้าวความกลับไปก่อนว่าบทหนึ่งที่ขวัญไม่รับเล่นแน่นอนโดยไม่ต้องมาถามคือบทที่ลูกตาย ซึ่ง GDH ทราบดี สาเหตุเพราะไม่ต้องการเข้าไปรู้สึกอะไรแบบนั้น มันเป็นความรู้สึกเหมือนตกนรกนะ เราจะทนความรู้สึกนั้นได้อย่างไร มันน่ากลัวเกินไป เปรียบเหมือนคนกลัวผี แล้วมีคนชวนไปเข้าบ้านผีสิงทั้งที่ก็รู้ว่ามันคือผีปลอม เรามีการถามกันมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไป กระทั่งปลายปีเขาก็ถามมาอีก เพราะกำลังจะเปิดกล้องต้นปีนี้แล้ว เพราะผู้กำกับ (โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ) เขาอยากให้เราเล่นจริงๆ ก็เลยเข้าไปนั่งคุยกับเขา ก่อนไปก็บอกทีมงานว่า ถ้าเราไม่เล่นไม่ใช่บทไม่ดี แต่เพราะไม่อยากเล่นบทนี้ แล้วพอได้ฟังโอ๋เล่าเรื่องก็รู้สึกว่าโอ้โห เมสเสจดีมาก ดีถึงขั้นว่าถ้าคนคนหนึ่งสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเมสเสจนี้ไปถึงผู้คน แล้วมันก่อให้เกิดผลอย่างที่เราต้องการ นี่คือความดีสุดยอดหนึ่งที่มนุษย์คนหนึ่งทำได้เลย

จากนั้นก็ถามโอ๋กลับไปว่า แล้วมันมีฉากที่ต้องเห็นลูกตายไหม ตอนนั้นคิดในใจว่า ถ้ามันไม่มี เช่น เป็นการแฟลชแบ็ก คิดถึงตอนที่ลูกเราตาย แบบนั้นพอไหว แต่พอโอ๋บอก มีครับพี่ โอ้โห ถอยเลย ปากก็บอก อ๋อ แต่ในใจบอกว่าไม่เล่น (หัวเราะ) เขาก็เอาบทมาให้อ่านก่อน แล้วบอกว่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน ก่อนจากกันวันนั้น ขวัญยังถามอีกครั้งว่าซีนนี้มีด้วยเหรอ เขาก็ยืนยันว่ามี ก็บอกไปว่าถ้าพี่ไม่เล่น ก็ไม่เกี่ยวกับอะไรเลยนะ และนี่ก็จะเป็นหนังที่พี่อยากดูมาก ทำอะไรให้ได้ก็จะทำทุกอย่าง เพียงแต่บทนี้พี่เล่นไม่ไหว จากวันนั้นก็กลับไปนั่งคิด มันมีความน่าสนใจเยอะมาก มองไปทุกจุดของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มันดีทั้งหมด ติดนิดเดียวว่าเรากลัว แต่โดยส่วนตัวก็มีความเชื่อว่าถ้าเราอยากจะทำอะไรให้ดี มันไม่มีอะไรง่ายสักอย่าง เพราะฉะนั้นถ้าจะทำความดีที่ดีมากและยากมากก็ไม่แปลกหรือเปล่า พี่ตูนยังวิ่งจากใต้ขึ้นเหนือได้เลย (หัวเราะ)  พอเถียงตัวเองจนได้คำตอบก็ตบเข่าฉาดแล้วพูดขึ้นมาว่า “เอ้า ลองดู”  แล้วก็โทรบอกเลยว่า “OK! พี่เล่น”

คือความกลัวไม่ได้มีไว้หนี พอตัดสินใจแล้ว ก็ไม่ย้อนกลับอีก ไปข้างหน้าอย่างเดียวเลย ยากแค่ไหนก็ต้องไปให้ถึง

แล้วพอได้ลงสนามจริงๆ แล้วเป็นอย่างไรบ้าง

ยากจริงๆ ค่ะ ชนิดเกือบหมดแรง ขวัญเหมือนคนคอตกอยู่ตลอดเวลา ไม่มั่นใจ กลัว ไม่รู้มันจะเป็นยังไง ไม่รู้จะทำได้ไหม เป็นอย่างนี้ตลอด จนเหลือซีนสุดท้ายซึ่งเป็นคิวยากมาก ตอนนั้นขวัญนอนอยู่บนเตียง แล้วเห็นภาพตัวเองเหมือนกับคนที่พยายามดำน้ำลงไปลึกๆ ที่พอมันถึงจุดหนึ่ง มันจะลอย เราต้องพยายามทำให้มันลงไปอีก ตอนนั้นมันจะเป็นความทุรนทุราย ตะเกียกตะกายเพื่อจะลงให้ลึก เป็นครั้งแรกที่เราเหนื่อยมากกับการแสดง เหนื่อยจนบางทีจะไปทำงานแต่ละวันถึงขั้นนั่งและเหม่อ แต่สุดท้ายแล้ว ดีใจมากค่ะที่ได้ทำ กล้าที่จะก้าวข้ามความกลัวของตัวเองออกไป ทุกครั้งที่เล่นแต่ละซีนเสร็จ โอ๋จะบอกว่า ชอบมากพี่ขวัญ เราก็ดีใจแล้ว แต่ก็แฮปปี้ได้แป๊ปเดียว เพราะว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องไปต่ออีก (แล้วก้าวข้ามฉากหินอย่างเห็นลูกตายไปได้อย่างไร) ปรากฏว่าซีนนั้นน่ะง่ายเลย ขณะที่ซีนอื่นยากกว่า มันเหมือนกับปล่อยใจตัวเองให้รู้สึก เหมือนเวลาเรากลัวเข็ม ก็ให้มาจิ้มเลยจะได้รู้ว่า อ๋อ มันเจ็บเท่านี้เอง

วันหนึ่งเราจะมีโอกาสได้เห็นคุณผ่านรายการออนไลน์ที่เป็นของตัวคุณเองบ้างไหม

ไม่คิดเลย มีคนชวนเยอะมากในทุกรูปแบบ ไม่อยากทำจริงๆ ไม่เกี่ยวกับว่าเหนื่อยหรือไม่เหนื่อยนะคะ คือจริงๆแล้วความสุขของขวัญคือเป็นคนชอบอยู่เงียบๆ แต่ด้วยชีวิตหรืออะไรก็แล้วแต่ทำให้เราอยู่ในจุดที่เป็นที่รู้จักของคน เพราะฉะนั้นเราก็ทำเท่าที่มันมีอะไรเข้ามาในชีวิตค่ะ แต่การที่จะลุกขึ้น เป็นตัวตั้งตัวตีทำอะไรบางอย่าง พวกนี้มันอาจจะไม่ใช่ความคิดของขวัญ

คิดถึงบรรยากาศการอ่านข่าวอยู่ไหม

ไม่เลยค่ะ (ตอบทันที) พอคือพอ งานข่าวเป็นสิ่งที่จะไม่กลับไปทำอีก ไม่มีความรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่ทำมาแล้วเลย รู้สึกว่าโลกมันกว้างใหญ่ไพศาล ยังมองโลกอย่างสนุกสนาน ยังเห็นมันมีสีสันมาก ทุกครั้งที่ทำอะไรแปลกใหม่ เราจะได้เจอคนที่มาจากอีกโลกหนึ่ง มีความสามารถอีกแบบหนึ่ง หรือมีความคิดแบบหนึ่ง ให้เราได้สนุกกับพวกเขาเสมอ สมมติจะต้องจากโลกนี้ไปตอนอายุ 80  ตอนนี้ขวัญ 45 เราเลยครึ่งทางมาแล้ว และถ้าบวกลบความเจ็บป่วยที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงบั้นปลาย อาจจะเหลือเวลาอีกแค่ 20 ปี ที่เราขอว่าถ้าร่างกายเรายังวิ่งได้ เดิน ปีนป่ายได้ ดังนั้นสิ่งที่ไม่อยากทำที่สุดคือไม่อยากทำซ้ำในเรื่องเดิม นั่นเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่คิดว่าหยุดเถอะ รายการทีวีที่อยู่ในสตูดิโอ สิ่งที่ต้องทำทุกวัน เวลาเดิม และต้องนั่งอยู่ในกล่องนั้นขวัญรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ข้างนอกมีอะไรที่สนุกกว่าหรือเป็นสิ่งที่น่าจะต้องทำมากกว่า เราอยากจะเห็นโลกเท่าที่เราจะเห็นได้ค่ะ อยากจะลองสิ่งใหม่ๆ เท่าที่จะมีโอกาสได้รู้จัก แล้วผู้คนเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ในชีวิตขวัญเสมอ สิ่งที่ดีมากในชีวิตคือการที่ได้ทำความรู้จักกับผู้คน ทุกครั้งที่ได้เจอคนใหม่ๆ มันนำเรื่องราวใหม่ๆ มาสู่ชีวิตขวัญเสมอ แล้วตั้งแต่อายุ 40 ที่คิดเรื่องนี้ ตอนนี้ผ่านมา 5 ปีขวัญรู้สึกว่าตัวเองคิดไม่ผิด

ขอบคุณทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต เพราะทำให้เราได้เรียนรู้ เพียงแต่ว่าไม่ว่าอะไรที่จะเกิดขึ้นในชีวิตเรา เรารู้ว่าความสุขที่แท้จริงมันอยู่ตรงไหน อย่างตอนที่มีคลิป แล้วดังมาก บางทีก็ได้รับข้อเสนอจากสถานีโทรทัศน์ว่าอยากจะทำแบบนี้เป็นฟอร์แมทของทีวี โอกาสเข้ามา มีทุกอย่างเข้ามา แต่อย่างที่บอกว่าขวัญทำเพราะรู้สึกสนุก ไม่ได้ทำเพื่อเงินหรือชื่อเสียง แล้วก็ยังชัดเจนกับความสุขของตัวเองคือไม่ได้เป็นคนอยากดัง เลยไม่มีความรู้สึกว่าทำไมถึงต้องก้าวออกจากที่ที่อยู่ตรงนี้ เพิ่มภาระในชีวิตให้ตัวเองเพื่อชื่อเสียงหรือเงินทอง ขวัญ OK! อย่างนี้ สมมติถ้าเราเดินออกจากที่สัมภาษณ์ไปแล้วพบว่าไม่มีใครรู้จักขวัญ เราก็ไม่ได้เสียใจว่าชีวิตฉันดับ เพรารู้ว่ายังมีความสุขมากมาย และหนึ่งในความสุขที่แฮปปี้กับมันมากและเห็นภาพตัวเองชัดที่สุดคือความสุขที่ดูเงียบสงบมากกว่านี้

คุณได้แบ่งเวลาดูแลร่างกายกับจิตใจอย่างไรบ้าง

มาจนถึงอายุประมาณนี้ หลายอย่างมันเข้าร่องเข้ารอยแล้วค่ะ เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นจริง ยอมรับสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น สิ่งที่ไม่มี และสิ่งที่ไม่เป็น ยอมรับความผิดหวังได้ ยอมรับความพ่ายแพ้ได้ แล้วก็เรียนรู้ว่าไม่มีใครได้ทุกอย่าง เหมือนในหนังเรื่องรัก 7 ปีดี 7 หน ตอน 42.195 ที่บอกว่า ชีวิตต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ อยู่ที่คนเดินจะมีมุมมองสองข้างทางอย่างไร บางคนไม่มองอะไรเลย โฟกัสแค่ว่าวันนี้ต้องวิ่งให้ได้ 20 กิโล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสองข้างทางก็ไม่สน แต่ขวัญเป็นคนที่วิ่งไปก็มองนกไป มองต้นไม้ไป แล้วก็เอ็นจอยกับมัน ไม่เคยดูนาฬิกาเลยว่าวันนี้วิ่งช้าไปไหม หรือวิ่งแย่กว่าเมื่อวานหรือเปล่า เพราะว่าความสนุกในการวิ่ง ไม่ใช่ว่าเราทำเวลาได้ดีหรือแข็งแรงกว่าเมื่อวาน แต่ขวัญเอ็นจอยการวิ่งและวิ่งแบบมองโน่นมองนี่ ก็คงเหมือนกับที่เราเอ็นจอยกับการใช้ชีวิต เห็นโน่นเห็นนี่อะไรของเราไป

ส่วนเรื่องสุขภาพ ปีนี้ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเลยค่ะ เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นไปเริ่มต้นปีหน้าเลย เพราะเดี๋ยวนี้มีนัดทุกวัน เดือนตุลาคม-พฤศจิกายนก็มีงาน ส่วนเดือนธันวาคมตั้งใจว่าจะให้เวลากับครอบครัวจริงๆ เพราะว่าพี่โชค (โชค บูลกุล) ทำงานหนักทั้งปี เดือนธันวาคมจะเป็นเดือนเดียวที่ยอมหยุดงานบ้าง เพราะฉะนั้นอยากทำอะไร ขวัญก็ทำไปทั้งปี แต่ว่าพอเดือนธันวาคม ขวัญพยายามจะให้เป็นเวลาของครอบครัว เพราะฉะนั้นงานดีลใหญ่ๆ สำคัญๆ จะไม่เห็นแล้ว เพราะตั้งใจแบบนี้ แล้วก็อาจจะนั่งคุยกันเพื่อแพลนว่าปีหน้าทำอะไรไหม จากนั้นค่อยว่ากันปีหน้า

ในช่วงเวลาที่ยุ่ง ได้แบ่งเวลาให้ครอบครัวอย่างไรบ้าง

ปกติขวัญจะไม่กลับบ้านดึก พอทำงานเสร็จกลับบ้าน ไม่ใช่คนแฮงค์เอาต์กับเพื่อนหรือต้องเจอเพื่อนทุกวันศุกร์ แล้วพี่โชคก็เป็นแบบนั้น เขาชัดเจนมากว่าเป็นคนไม่ออกไปเที่ยวไหนเลย แค่นั้นเราก็เจอกันอยู่แล้ว แต่พี่โชคเขาจะนอนเร็ว 1-2 ทุ่มก็นอนแล้ว 3 ทุ่มครึ่ง ขวัญนอน พี่โชคตื่นตี 3 ขวัญตื่น 6 โมงเช้า เวลาที่จะอยู่ด้วยกันเยอะมากคือช่วงอาหารเช้า ส่งลูกไปโรงเรียนเสร็จก็คืออยู่กันสองคน เล่นกับหมา คุยกัน ดูข่าว จนกระทั่งพี่โชคไปทำงานตอน 8.00 น. หรือไม่ก็ 10.00 น.  ตอนกลางคืนก็มีแค่บางทีที่พี่โชคต้องกลับดึกเพราะทำธุรกิจ แต่ก็ไม่ใช่บ่อยๆ ส่วนขวัญก็จัดเวลาได้อยู่แล้ว

คุณคิดว่าตัวเองเป็นภรรยาแบบไหน

เป็นภรรยาที่แย่ค่ะ (หัวเราะ) ถามพี่โชคดีกว่า ก็ไม่มีอะไรเพอร์เฟกต์หรอกค่ะ เพียงแต่ว่าเราอยู่กันมาจนเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าก็จะครบ 15 ปีแล้ว เรายอมรับส่วนที่ชอบและไม่ชอบของกันและกันได้ พี่โชคเป็นคนมีตัวตนสูง ขวัญก็มีตัวตนสูง คือเราเห็นสิ่งนี้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าเราแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่ตามเราต้อยๆ หรือพี่โชคก็ไม่ได้แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตามเขาต้อยๆ เช่นกัน เราเห็นกันมาตั้งแต่เป็นแฟนแล้วว่า เราเป็นแบบนี้เหมือนกันทั้งคู่ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความคิดที่อยากจะครอบงำกัน เพราะเราทำไม่ได้ เลยเกิดการยอมรับในตัวตนของกันและกัน เช่น ขวัญรู้ว่าพี่โชคชอบผู้หญิงที่เป็นแม่บ้าน (ลากเสียงยาว) ทำกับข้าว ทำงานฝีมือ ซึ่งขวัญก็ไม่ทำและกลายเป็นเรื่องโจ๊กไป เราก็บอกเขาว่าขอโทษด้วยนะ ทำไม่เป็น (หัวเราะ) แต่เขาก็ OK! ในสิ่งที่เราเป็น

คุณโชคเป็นคนโรแมนติกไหม

เขาเป็นคนโรแมนติกมากค่ะ ขวัญนี่แหละทำให้เขาหายโรแมนติกไปครึ่งหนึ่ง (หัวเราะ) เขาเป็นคนจดจำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ   ขณะที่ขวัญเป็นคนอะไรยังไงก็ได้ ไม่ซีเรียส ซึ่งพอเห็นเราเป็นแบบนี้ก็เลยมีเซอร์ไพรส์น้อยลง มีวันครบรอบแต่งงานอยู่ปีหนึ่ง เขาก็นั่งถือดอกไม้รอขวัญทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะกลับบ้านกี่โมง แต่ภาพที่ขวัญเห็นคือพอเปิดประตูบ้านเข้ามา ก็เห็นเขาถือดอกไม้ไว้แล้ว แทนที่จะพูดว่า โอ๊ย ตายแล้ว ชอบ แต่สิ่งแรกที่พูดคือ ว้าย นั่งอยู่นานหรือยังเนี่ยะ ถือมานานกี่ชั่วโมงแล้ว (หัวเราะ) ก็คงไปลดทอนความโรแมนติกของเขาลง เพราะเราเป็นคนแบบนี้

เกือบ 15 ปีที่คุณได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคุณโชค เคล็ดลับกระชับความสัมพันธ์คืออะไร

ถึงตอนนี้ ขวัญว่าความสัมพันธ์ใดๆ ในโลกไม่มีอะไรเจ๋งไปกว่าความเป็นเพื่อน เพราะเราสามารถให้อภัยกันได้เยอะมาก เพื่อนทำอะไรไม่ค่อยโกรธเพื่อนนะ ไม่เหมือนแฟนที่จะทำให้เราโกรธง่ายกว่า ดูไม่แฟร์เลย เพราะฉะนั้นขวัญเชื่อในเรื่องของความเป็นเพื่อนมากว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบใด ถ้ามีความเป็นเพื่อนอยู่ในนั้นด้วยจะดีมาก นี่เป็นความเชื่อของขวัญ

แล้วในบทบาทของคุณแม่ล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นคุณแม่แบบไหน

ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร เราก็ยังรู้สึกว่ายังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ ต้องปรับตัวอะไรอีกมาก ตอนลูกเราเล็กๆ ยังกินนมทั้งวัน เราไปไหนไม่ได้ ก็คิดว่าเมื่อไรเราจะได้เป็นอิสระ เมื่อไรจะกินข้าวได้สักที หรือเมื่อไรจะเข้าโรงเรียนได้สักที จะได้มีเวลาส่วนตัว แต่ขวัญก็ค้นพบว่าความเป็นแม่มันไม่เคยมีที่สิ้นสุดนะ ช่วงแรกอาจจะเหนื่อยตัว แล้วก็เปลี่ยนเป็นเหนื่อยใจ ถึงวันหนึ่งลูกเราดูแลตัวเองได้ รับผิดชอบดูแลตัวเองได้ อยู่ได้โดยที่ไม่ต้องมีเราดูแลในชีวิตประจำวัน เราก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นมันคือความเป็นแม่โดยธรรมชาติ ถ้าถามอย่างนี้กับ 13 ปีที่เลี้ยงลูกมา มันไม่เคยมีวันง่ายขึ้น แต่เปลี่ยนรูปแบบ จากที่ตัวเขาต้องการตัวเราอุ้ม ต้องการตัวเราให้นม เปลี่ยนเป็นว่าไม่ต้องแล้ว อยู่กับพี่เลี้ยงได้ แต่ก็ยังต้องการเวลา ต้องการการดูแลใส่ใจจากเรา ตอนนี้เป็นหนุ่มอายุ 13 ปี แทบไม่ต้องมาแตะตัวกันแล้ว แต่เขาก็ต้องการคำแนะนำ การชี้แนะจากเรา เราไม่ได้ให้เขาน้อยลงเลย รวมถึงความกังวล เป็นห่วง ไม่เคยลดภาระหน้าที่ที่แม่ต้องทำกับลูกเลย มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามวันเวลาและความเหมาะสม แล้วมันก็คงเป็นอย่างนี้จนตายกันไปข้างหนึ่ง เพราะถึงวันนี้ที่เราดูแลตัวเองได้ ให้คำแนะนำคนอื่นได้ เราก็ยังถูกพ่อแม่ว่าอยู่ดี ทำไมเธอไม่ทำแบบนี้ พ่อบอกกี่ทีแล้วว่าต้องอย่างนี้ๆ ขวัญกับลูกก็คงไม่ต่างกัน ความสัมพันธ์แบบนี้เป็นสายใยที่พิเศษในโลกที่ไม่มีวันขาดค่ะ

คุณทำมาแล้วหลายอย่าง แต่เรายังไม่เห็นคุณเล่นมิวสิควิดีโอเลย

เคยมีคนจีบไปเล่นหลายคนแล้วนะ และขวัญก็เป็นแฟนเพลงของเขาทั้งนั้น ติดนิดเดียวตรงบทที่เขานำเสนอมาให้เป็นบทผู้หญิงเศร้า ร้องไห้ทั้งนั้น ซึ่งตัวจริงขวัญเป็นคนร่าเริงมากนะและแทบไม่ร้องไห้เลย เอาเป็นว่าถ้ามิวสิควีดีโอเพลงไหนติดต่อมาแล้วบอกว่าไม่ต้องร้องไห้ ขวัญ OK! เลย เดี๋ยวเจอกัน (หัวเราะ)

 

 

เซเลบริตี้: สู่ขวัญ บูลกุล

เสื้อผ้า ,เครื่องประดับ  ,รองเท้า : Etro , Empotio Armani , Bottega Veneta , Prada , Solace London @Mcurated , Kayve , Roger Vivier , Christian Louboutin

แต่งหน้า : ณัฐดนัย บุณยรัตนผลิน

ทำผม: ทนนท์ ทรงศิล

สไตลิสต์: ศุภะกิจ หุนารักษ์

ผู้ช่วยสไตลิสต์: คุณัชญ์ ดาวมณี

ช่างภาพ: ทินกร วงเบญจศิลป์

ผู้ช่วยช่างภาพ: ธีรภัทร รัตนกุลชัยอนันต์, ธนพร พิกุล

สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภษ

ฝึกงาน: สิริรักษ์ แย้มประดิษฐ์

สถานที่: Waldorf Astoria Bangkok  โทร.0-2846-8888

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ชอว์น เมนเดส อัลบั้มใหม่ ดนตรี มิตรภาพ ความรัก และเรื่องราวที่ทำให้เขาประหม่า!

ชอว์น เมนเดส อัลบั้มใหม่ ดนตรี มิตรภาพ ความรัก และเรื่องราวที่ทำให้เขาประหม่า!

เราเห็น ชอว์น เมนเดส เป็นนักร้องมาตั้งแต่เป็นเด็กหนุ่มวัยทีน [...]

READ MORE
จังหวะชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งของสาวสวย เสน่ห์ล้น เก้า สุภัสสรา ธนชาต

จังหวะชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งของสาวสวย เสน่ห์ล้น เก้า สุภัสสรา ธนชาต

นางเอกสาวเก้า สุภัสสรา ธนชาต ไม่ได้มีดีแค่รูปร่างหน้าตาที่หนุ่มๆ [...]

READ MORE