เรื่องราวของผู้ชายในโหมดแอบรัก และชีวิต 5 ปีในวงการเพลงของ ‘นนท์ ธนนท์’

เรื่องราวของผู้ชายในโหมดแอบรัก และชีวิต 5 ปีในวงการเพลงของ ‘นนท์ ธนนท์’

 

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เพราะเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่หนุ่มน้อยจากภูเก็ตคนนี้แจ้งเกิดในฐานะผู้ชนะจากรายการแข่งขันร้องเพลง The Voice Thailand ซีซั่น 1 ทำให้ชื่อของ ‘นนท์-ธนนท์ จำเริญ’ โด่งดังเป็นพลุแตก หลังจากนั้นเขาก็ก้าวเข้าสู่ถนนสายดนตรีที่ชื่นชอบอย่างเต็มตัวด้วยวัยเพียง 16 ปี และเมื่อวันเวลาผ่านไปจนถึงวันนี้ เราเห็นพัฒนาการของเขาในด้านต่างๆ มากมายนอกเหนือจากการร้องเพลง เพราะนนท์ได้มีโอกาสทำงานบันเทิงอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นซีรีส์ การเดินแฟชั่นโชว์ หรือแม้กระทั่งล่าสุดกับการรับบท ‘อ๊อด’ ลูกชายคนเล็กของแม่พลอย ในมิวสิคัลเรื่องเยี่ยมที่จะกลับมาสร้างความประทับใจให้กับเราอีกครั้งใน สี่แผ่นดินเดอะมิวสิคัล นอกจากนี้นนท์ยังมีซิงเกิลล่าสุดที่ชื่อว่า ‘ฝืนตัวเองไม่เป็น’ ที่มียอดวิวในยูทูบกว่า 5 ล้านครั้งไปแล้ว OK! เลยต้องขอมาพูดคุยกับหนุ่มมากความสามารถคนนี้อีกครั้ง หลังจากที่เคยพูดคุยกับเขามาแล้วในตอนที่คว้าแชมป์รายการ The Voice Thailand ซีซั่น 1

 

 

เล่าถึงซิงเกิลล่าสุด ‘ฝืนตัวเองไม่เป็น’ ให้ฟังหน่อยว่ามีฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง

พอเห็นยอดวิวที่กว่า 5 ล้าน เป็นอะไรที่ผมรู้สึกว่าเกินคาดมากครับ พวกเราตั้งใจทำเพลงนี้กันมาก แต่ว่าเราก็มีกังวลเหมือนกันว่าคนฟังจะอินกับเพลงนี้ไหม เพราะแนวเพลงก็จะเปลี่ยนไปบ้าง มีความเป็น R&B เข้ามานิดๆ แล้วก็มีอีกหลายท่านซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคนคุณภาพมาช่วยทำงานชิ้นนี้เช่น พี่บี ETC, คุณ Sylvain Gagnon แล้วเราส่งเพลงไป Mastering ที่ Sonic Korea Studio ที่เกาหลี พอผลการตอบรับออกมาดีขนาดนี้ ผมรู้สึกดีใจมาก

 

เพลงนี้เล่าเรื่องถึงความรัก เราเลยอยากรู้ว่าสำหรับนนท์แล้ว ระหว่างการเป็นคนที่ถูกรัก กับคนที่แอบรัก คุณมักจะเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มไหน  

ผมอยู่ในกลุ่มของคนที่แอบรักมาตลอดครับ เพราะเมื่อก่อนผมเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย แต่พอเราเข้าใจความรักมากขึ้น เรารู้แล้วว่าเราจะดีลกับความรู้สึกตรงนี้อย่างไร เช่น การที่เราแอบรักแล้วเงียบ ไม่คุยกัน ปัญหานั้นจะไม่มีทางแก้ได้ ถ้าเขาไม่เริ่ม เราก็เริ่มก่อนเลยแล้วกันว่าเรารู้สึกอย่างนี้ แล้วคุณล่ะรู้สึกอย่างไร ถ้าคุณไม่ OK! กับเราก็ไม่เป็นไร ตอนเด็กๆ เวลาผมเฮิร์ตเรื่องความรักจะอาการหนัก เพราะนอกจากเราจะแอบชอบเขาแล้ว เรายังเป็นคนที่จริงจังมากๆ ด้วย คือคิดจริงจังถึงขั้นแต่งงาน พอเราโตขึ้นก็เข้าใจว่าการที่รอให้ความรักสุกงอมแล้วก็ร่วงเอง มันเจ็บนะ ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าเมื่อเรามาถึงจุดหนึ่งที่พอดีแล้วก็ควรที่จะบอกออกไป (แล้วเวลาที่เราบอกรักไป ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้างคะ) สมหวังบ้าง ไม่สมหวังบ้างครับ (สถานภาพปัจจุบัน) โสดครับ

 

 

นอกจากเสียงที่พัฒนาขึ้นแล้ว นนท์ยังดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้นด้วย

คนแรกที่ผมต้องยกความดีความชอบให้คือแม่ของผมครับ แล้วคนต่อมาคือผู้จัดการที่เขามักจะแนะนำสิ่งดีๆ ให้กับเราตลอด ซึ่งตัวผมเอง ผมเป็นทั้งนักกีฬาสเก็ตบอร์ด วิ่ง เรื่องดูแลตัวเองเราอาจจะไม่ค่อยมีความรู้ แต่พอมีการแนะนำเราก็เริ่มดูแลตัวเองมากขึ้นแต่ก็ทำเท่าที่ทำได้ โดยมีพวกเขามาช่วยเราอีกแรงหนึ่ง แล้วพอบวกกับการได้พัฒนาเรื่องบุคลิกภาพที่เรามีเคยปัญหา เช่น ไม่กล้ามองหน้าใคร ก็กลายเป็นคนที่กล้าแสดงออกมากขึ้น กล้าสบตาคนมากขึ้น บวกกับเราโตขึ้นด้วย ทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าเราดูพัฒนาขึ้นนะ

 

ส่วนรูปร่างก็มีฟิตเนสบ้าง แต่ว่าเราอาจจะไม่ได้หนักหน่วงขนาดนั้น เพราะตารางการทำงานผมจะมี 10-20 กว่างานต่อเดือน แล้วก็มีเรียนด้วย ตอนนี้ผมเรียนอยู่ปี 2 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งต้องเดินทางไปเรียนที่รังสิต การเดินทางก็ไกลมาก เรียนก็หนักหนามาก (หัวเราะ) ทำให้ช่วงเวลาที่เราจะไปฟิตเนสมันน้อยลง

 

คุณสมบัติสำคัญในตัวเองที่ทำให้นนท์มาถึงวันนี้คืออะไรคะ

ซื่อสัตย์กับงานของตัวเองครับ บนโลกนี้มีไม่กี่อาชีพที่เราได้เป็นความสุขของคนอื่นโดยที่เราไม่ได้เจอเขา อย่างนักเขียนหนังสือก็มีสิทธ์ที่จะเป็นความสุขส่วนหนึ่งของคนอื่นเหมือนกัน เราก็ควรจะให้เกียรติ ควรจะซื่อสัตย์กับงานของเรา นำประสบการณ์ที่พบเจอมาทำให้งานของเรามีคุณภาพมากขึ้น ไม่ใช่นำมาทำให้งานมันสบายมากขึ้น ผมเองฝึกซ้อมทุกวัน แล้วอาชีพผมโชคดีตรงที่เราซ้อมที่ไหนก็ได้ เช่น ซ้อมร้องเพลงที่ไหนก็ได้ ซ้อมเดินแบบที่ไหนก็ได้ เวลาเดินห้างก็ลองๆ แบบจิกๆ หน่อยๆ หรือเวลาอยู่บ้าน เราวางขวดน้ำไว้ขวดหนึ่งแล้วถอยไป 10 ก้าว จากนั้นก็เดินมาให้ตรงกับขวดน้ำที่สุด สำหรับการแสดง เราก็สามารถซ้อมการแสดงอยู่หน้ากระจกได้เหมือนกัน การซ้อมทำให้งานมีคุณภาพมากขึ้น หลายๆคนมองว่างานตรงนี้เงินดีมากเลยนะ แต่ก็แลกกับหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง เช่น แลกกับการต้องเอาตัวเองไปวางอยู่ในจุดสาธารณะ เวลาออกจากบ้านคือแอ็กชั่น เราจะออกมาด้วยสภาพเสื้อบอล กางเกงบอลเหมือนสมัยก่อนไม่ได้

 

 

ในส่วนของการทำงาน ถ้าเราทำงานไม่ดีก็จะไม่มีการต่อยอด ซึ่งเราโฟกัสตรงนั้น ซื่อสัตย์กับงานของเรามาตลอด แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดของงานเราคือร่างกายเราเอง ร่างกายไม่มีอะไหล่เปลี่ยน ถ้าเส้นเสียงมีปัญหา มันจะไม่เหมือนเดิมทันที เพราะฉะนั้นเราก็จะพยายามดูแลตัวเงอในเรื่องนี้ด้วย อย่างเพลงฝืนตัวเองไม่เป็น จะมีการร้องเสียงหลบมากขึ้น ซึ่งผมเคยประสบเรื่องเสียงหลบมีปัญหาตอนอายุ 17-18 เป็นช่วงที่เสียงแตก เสียงเริ่มเปลี่ยน ทำให้ผมเข้าช่องเสียงหลบไม่ได้ พออายุ 19-20 ผมพยายามหาเพลงที่ใช้ช่องเสียงที่เราไม่ถนัดให้เยอะขึ้น จนพออายุ 21 ผมก็สามารถร้องเพลงที่ใช้เสียงหลบไป หลบมาได้แข็งแรงมากขึ้น แล้วผมคิดว่าคนฟังก็คงอยากฟังอะไรใหม่ๆ จากเราเหมือนกันครับ ยิ่งทุกวันนี้เป็นวันที่เพลงดังกันแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ คนสามารถเลือกฟังสิ่งที่ดีกับตัวเองได้ ผมมองว่าในเมื่อเราสามารถทำได้หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง และเรายังสามารถพัฒนาได้ด้วยอายุของเรา ก็ควรจะเติมฟืนให้ตัวเองแล้วก็ไปต่อ

 

เคยขอคำปรึกษากับโค้ชก้อง โค้ชคิ้ม โค้ชโจอี้ และโค้ชแสตมป์บ้างไหมคะ

ถ้าพี่ก้อง (สหรัถ สังคปรีชา) เวลาเจอกันพี่เขาก็จะแบบแนะนำหลายอย่าง มาเป็นชุดครับ (หัวเราะ) เวลาผมเจอโค้ชทั้ง 4 คน เขาก็จะแนะนำผมเรื่องต่างๆ ตลอด อย่างพี่คิ้ม (เจนนิเฟอร์ คิ้ม) ซึ่งมีความเป็นแม่ทูนหัวคนที่สอง บางทีเจอกันก็คุยกันยาวมากเลยนั่งคุยกันเป็นชั่วโมง หรือพอคุยไปเรื่อยๆ พี่คิ้มก็พาไปกินอีกร้านหนึ่ง พอไปถึงปรากฏว่าคนเต็ม ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไปคุยอีกร้านดีกว่ามีของกินอร่อยๆ ด้วย เวลาคุยกับโค้ชทั้ง 4 คน ผมไม่ได้แค่ความรู้ในการทำงานเท่านั้น แต่ผมยังได้คำแนะนำในการดำเนินชีวิตด้วย แล้วเรื่องหลังนี้ต่อยอดไปได้อีกหลายอย่างครับ

 

 

นอกจากการร้องเพลงจะทำให้นนท์ได้เดินทางในเส้นทางดนตรีตามที่ฝันแล้ว ยังสร้างฝันเรื่องไหนหรือความปรารถนาเรื่องไหนให้เป็นจริงขึ้นมาอีกบ้าง

ครอบครัวครับ ตอนนี้ผมเป็นคนเดียวในบ้านที่ทำงาน แต่ให้แม่เป็นคนดูแลเรื่องการเงิน และเรื่องล่าสุดนี่ขออวดนิดหนึ่ง ปลื้มใจมาก คือผมช่วยส่งค่าใช้จ่ายให้พี่ชายจนตอนนี้เขาเรียนจบแล้วครับ ผมเองก็พยายามทำงานให้มีคุณภาพตามที่โค้ชสอน โดยเฉพาะพี่คิ้มที่สอนว่าถึงงานตรงนี้จะดูเหมือนไม่แน่นอน แต่ถ้างานนนท์มีคุณภาพ มันก็แน่นอนได้นะ ดูฉันสิ ไม่ได้สวยอะไร อายุก็ไม่ได้น้อยแล้ว ฉันก็มาเพิ่งดังตอนแก่ แต่ว่าฉันทำงานทุกงานให้มันมีคุณภาพก็เลยยังอยู่ได้ เราก็มองว่าตัวเองก็ยังพอมีโอกาส มีช่องทาง เราก็ต้องพัฒนาตัวเองให้ทำงานที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

 

ก่อนหน้านี้คุณพ่อ คุณแม่ ทำงานอะไรคะ

ก่อนหน้านี้คุณแม่เปิดร้านเสริมสวย ส่วนคุณพ่อก็ขับแท็กซี่ของโรงแรมคอยส่งแขก เราเป็นครอบครัวที่ฐานะเกือบปานกลางครับ ซึ่งพอผมทำงาน ผมก็ขอให้พ่อกับแม่หยุดทำตั้งแต่ผมอายุ 17 ครับ คุณพ่ออาจจะมีบ้างตอนผมอายุ 16 แต่พอ 17-18 คุณพ่อหยุดโดยสมบูรณ์ อย่างพ่อที่ผมให้ท่านหยุดเพราะว่าการขับรถที่ต่างจังหวัดมันน่ากลัว เพราะคนจะไม่ค่อยเคารพกฎกันเท่าไหร่ พ่อจะบอกว่าเท้าข้างหนึ่งของพ่ออยู่ที่คันเร่ง แต่เท้าอีกข้างหนึ่งอยู่ในคุกแล้วนะ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าตัวเลขไหนมันจะออกที่เรา ซึ่งผมตั้งใจมาตั้งแต่เด็กเลยว่าถ้าโตขึ้น มีงานทำ ผมจะให้พ่อหยุดทำงานตรงนี้ รวมไปถึงแม่เองก็ด้วยครับ เพราะแม่เริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพแล้ว กลายเป็นว่าโอกาสนี้มมาเร็วกว่าที่เราคิด เพราะพอผมอายุ 16-17 ก็มีได้มีโอกาสทำงานเลย แต่เพราะสุดท้ายในเรื่องอื่นๆ พ่อแม่ก็ยังดูแลเราเหมือนเดิม เห็นเราเป็นเด็กเหมือนเดิม ยังชงโอวัลตินให้ดื่มตอนเช้าเหมือนตอนเรายังเด็กๆ นั่นล่ะครับ

 

 

พอใจกับชีวิตของตัวเองในวันนี้แค่ไหนคะ

พอใจมากครับ ผมมีทุกอย่างที่ผมต้องใช้ มีทุกคนที่ผมต้องการแล้ว แล้วก็ผมมีงาน (แล้วคนรู้ใจล่ะคะ) ผมยังไม่ได้โฟกัสขนาดนั้นครับ แต่ก็มีคนคุยด้วย ตามวัยครับ ผมรู้สึกว่าคงก็ไม่แปลกที่เราจะหาความเย็น ความชื่นใจให้กับชีวิตบ้าง(ส่วนใหญ่เป็นมักจะชอบสาวแบบไหนคะ) มีหลายแบบครับ ถ้าเป็นสมัยก่อนเลย แฟนผมส่วนมากเป็นทอมทั้งนั้นครับ แฟนเก่า 3 คนนี่เป็นทอมทั้ง 3 คนเลย รู้สึกว่าผู้หญิงสไตล์นี้สามารถเป็นทั้งเพื่อน ทั้งแฟน คุยง่าย แล้วก็ปรึกษาได้หลายๆ เรื่อง (ทุกวันนี้ชอบใครแล้วอยากรู้สึกแต่งงานด้วยเหมือนเมื่อก่อนไหม) ไม่แล้วครับ ผมเชื่อแล้วว่าเรื่องนี้มีขั้นตอนมากมายมากกว่านั้น แต่ว่าความจริงใจ ความศรัทธาในความรัก ผมยังเป็นเหมือนเดิม แต่เราจะไม่บูชามันเหนือชีวิตเรา หรือว่าเหนือพ่อแม่ เหนือคนใดๆ ที่เรารักอยู่ตอนนี้แน่นอนครับ

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

10 เพลงฮิตยอดวิวสูงสุดในยูทูบของศิลปินพันล้านวิว ‘เอ็ด ชีแรน’

10 เพลงฮิตยอดวิวสูงสุดในยูทูบของศิลปินพันล้านวิว ‘เอ็ด ชีแรน’

เขาคืออีกหนึ่งศิลปินดังที่มาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ที่เมืองไทยในปีนี้ นักร้องนักแต่งเพลงอย่างเอ็ด ชีแรน ศิลปินสุดฮอตจากเกาะอังกฤษมีเพลงฮิตเยอะมากจริงๆ [...]

READ MORE
ฟังกันยัง? เพลงซึ้งๆ “ฉันดีใจที่มีเธอ” ในเวอร์ชั่นอินเตอร์ “To Me” โดยคริสโตเฟอร์

ฟังกันยัง? เพลงซึ้งๆ “ฉันดีใจที่มีเธอ” ในเวอร์ชั่นอินเตอร์ “To Me” โดยคริสโตเฟอร์

หลังจากที่คริสโตเฟอร์ ศิลปินหนุ่มสุดฮอตจากเดนมาร์กมาเยือนเมืองไทยเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างความประทับใจให้แฟนๆ มากมาย [...]

READ MORE