สัมผัสพลังแห่งพระเมตตาที่ “ห้องหมายเลข ๙” ในนิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” โดยศักดิ์ชัย กาย

สัมผัสพลังแห่งพระเมตตาที่ “ห้องหมายเลข ๙” ในนิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” โดยศักดิ์ชัย กาย

หนึ่งในนิทรรศการในโครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” จัดโดยหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คือนิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” ซึ่งคัดเลือกผลงานโดย 3 ภัณฑารักษ์ ได้แก่ ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ คุณธวัชชัย สมคง และคุณศักดิ์ชัย กาย จัดแสดงผลงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าและหาชมยากจากศิลปินชั้นนำของประเทศไทยในหลายยุคสมัย ผ่านผลงานหลากหลายรูปแบบทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม รวมทั้งหมดกว่า 160 ผลงาน ตลอดจนวัตถุสะสมที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ยังรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยาก ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์หลายภาพไม่ปรากฏชื่อช่างภาพผู้กดชัตเตอร์ หรือไม่สามารถระบุวัน เวลา หรือสถานที่ที่บันทึกไว้ได้ มาจัดแสดงในห้องอันงดงามรูปทรงรีที่แยกพื้นที่ไว้เป็นพิเศษ ในชื่อ ห้องหมายเลข ๙ ด้านในตกแต่งด้วยสีน้ำเงินเข้มซึ่งเป็นสีที่บ่งบอกถึงพระมหากษัตริย์ โดยงานทุกชิ้นคัดเลือกโดยคุณศักดิ์ชัย กาย บรรณาธิการอำนวยการนิตยสาร LIPS ในฐานะภัณฑารักษ์ คุณศักดิ์ชัยพาเราเข้าชมความงดงามของพระบรมฉายาลักษณ์ ที่จัดวางอย่างละเมียดละไมในทุกตารางนิ้ว พร้อมบอกเล่าถึงความทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อรังสรรค์ห้องจัดแสดงให้งดงามที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ

 

 

แรงบันดาลใจของการจัดนิทรรศการ

จุดเริ่มต้นของการจัดนิทรรศการนี้มาจากการที่ ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ เห็นโปรเจ็กต์ที่ผมทำสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” ซึ่งรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์มาจัดพิมพ์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งอาจารย์ยังเห็นว่าห้องทำงานผมเต็มไปด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความที่ผมสะสมพระบรมฉายาลักษณ์และข้อมูลเรื่องราวของพระองค์เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการทำงานในฐานะบรรณาธิการอำนวยการนิตยสาร LIPS ห้องทำงานนี้จึงถือเป็นห้องแห่งแรงบันดาลใจ เวลามีใครแวะมาก็มักจะชอบห้องนี้และถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียกันเสมอ ทีนี้พอ ศ.ดร. อภินันท์บอกว่าทางหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครกำลังจะทำโครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” ขึ้น และเอ่ยปากชวนผมมารับหน้าที่หนึ่งในภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 นิทรรศการของโครงการนี้ ผมจึงตอบตกลงทันที

 

 

 

 

 

ห้องวงรี ห้องแห่งสายพระเนตรแห่งพระเมตตา

คุณศักดิ์ชัย กาย ได้เนรมิตพื้นที่ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” เป็นห้องจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์โดยเฉพาะ ห้องนี้มีลักษณะเป็นวงรี ผนังทาสีน้ำเงินเข้มซึ่งแสดงถึงความเป็นราชวงศ์ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระราชวงศ์ที่ได้รับการจัดหมวดหมู่และคัดสรรมาอย่างดี ถูกประดับเต็มพื้นที่ผนังความยาว 40 เมตรอย่างประณีตทุกองศา สวยงาม ละเมียด และเปี่ยมด้วยพลังแห่งความสง่างาม ส่วนกลางห้องคือตู้กระจกที่ทำเป็นทรงเลข ๙ ความยาว 9.9 เมตร จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆ รวมทั้งของประดับตกแต่งที่เปรียบเป็นอาหารสายตาชั้นเลิศ เช่น แว่นตา กล้องถ่ายรูป หนังสือ แซกโซโฟน ไวโอลิน ฯลฯ ช่วยส่งให้พระบรมฉายาลักษณ์ที่จัดแสดงมีเรื่องราวชัดเจนยิ่งขึ้น ราวกับเป็นทั้งห้องจัดแสดงภาพและห้องสมุดไปด้วยในตัว “ห้องนี้ทำเป็นห้องรูปวงรี เพราะเราต้องการสื่อว่าแม้พระองค์จะทรงจากเราไปแล้ว แต่สายพระเนตรแห่งพระเมตตาจะยังทรงทอดมองมาที่พสกนิกรชาวไทยเสมอ เช่นเดียวกับทุกองศาที่มองไปในห้อง เราอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์ตลอด พระองค์ทรงไม่ได้จากเราไปไหน เวลาเดินชมงานในห้อง เราจะรู้สึกได้ถึงพลังนี้แบบไม่สิ้นสุด ซึ่งช่วยเตือนตัวเองว่าเราต้องมองชีวิตในแง่บวกอยู่เสมอและนำพลังนั้นมาสานต่อสิ่งที่พระองค์ทรงสอนเราไว้ ผมคิดว่าประชาชนทุกคนที่เข้ามาชมห้องนี้ คงรู้สึกได้ถึงพลังแห่งพระเมตตาของพระองค์ไม่ต่างกัน”

 

 

 

 

 

รูปที่มีทุกบ้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน

ตั้งแต่เกิดมา หลายคนคงคุ้นเคยกับวลี “รูปที่มีทุกบ้าน” ซึ่งนั่นก็หมายถึงพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีอยู่ในทุกๆ บ้าน เราทุกคนกราบไหว้บูชา เรียกว่าเป็นสิ่งมงคลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านก็ว่าได้ และมีคุณค่าทางจิตใจต่อประชาชนชาวไทยทุกคน ผมคิดว่าถ้าเราสามารถนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นมารวมอยู่ในห้องๆ นี้ได้ พลังของพระบรมฉายาลักษณ์จะต้องมีมากกว่าปกติ เพราะพระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาจัดแสดงในห้องล้วนเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประดับอยู่ตามบ้านของทุกคนจริงๆ จึงมีทั้งมูลค่าและที่สำคัญคือคุณค่าทางจิตใจของเราชาวไทยอย่างแท้จริง

 

 

 

 

ความท้าทายของการจัดห้องรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์

ผมใช้เวลารวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ราว 3 เดือน มีทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ที่สะสมไว้เป็นการส่วนตัวและพระบรมฉายาลักษณ์ที่ขอยืมมาจากนักสะสมหลายๆ ท่าน บางท่านเรายืมพระบรมฉายาลักษณ์ของเขามาเกือบทั้งบ้าน แจ้งว่าขอยืมมาจัดแสดงงานนาน 4 เดือน ซึ่งโชคดีที่นักสะสมทุกท่านไม่มีใครปฏิเสธเราเลย ทั้งๆ ที่พระบรมฉายาลักษณ์ที่เขาสะสมนั้นมีคุณค่าทางจิตใจต่อเขามากเหลือเกิน ทั้งนี้เพราะเขาทราบดีว่าเรามีเจตนาที่ดี เห็นว่าชาวไทยหลายคนยังไม่มีโอกาสได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์เหล่านี้ และเขาก็ดีใจมากที่รู้ว่าหลายคนได้มาชื่นชมพระบรมฉายาลักษณ์ที่เป็นของสะสมส่วนตัวของเขา ผมในฐานะภัณฑารักษ์เลยรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมต่อระหว่างนักสะสมหลายๆ ท่านกับประชาชนชาวไทยที่เข้าชมห้องจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์นี้

 

 

 

สำหรับความท้าทายของการจัดห้องรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์แบ่งเป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ เรื่องแรกคือพระบรมฉายาลักษณ์หลายๆ รูปเป็นของที่หาชมได้ยากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาก ในแง่ของมูลค่า บางรูปเป็นรูปที่มีมูลค่าสูงมาก ทั้งยังมีคุณค่าทางจิตใจ เช่น พระบรมฉายาลักษณ์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเคยลงพระปรมาภิไธยไว้ เราจึงต้องมีการประกันภาพที่นำมาจัดแสดงไว้ด้วยเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย อีกเรื่องที่ยากคือตอนแรกเราตั้งใจแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ฉบับดั้งเดิม โจทย์ของผมคือการแสดงภาพถ่าย แต่ปรากฏว่าพระบรมฉายาลักษณ์ในสมัยที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์มีขนาดเล็กมาก เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำพระบรมฉายาลักษณ์บางรูปมาขยายให้ใหญ่ขึ้น และมีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่จัดแสดง จากนั้นก็ไปค้นหากรอบรูปที่เหมาะสม โชคดีที่เราพอจะมีกรอบรูปสะสมไว้อยู่บ้าง จึงนำมาใช้ประกอบในการจัดแสดงในครั้งนี้ได้

 

 

 

 

ความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ

ผมคิดว่าเราอยู่ในช่วงเวลาที่กำลังถวายความอาลัยและทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ เป็นช่วงเวลาที่ความรู้สึกค่อนข้างเปราะบาง ลึกๆ เราโศกเศร้าเสียใจ ไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นและไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในชีวิต แต่ในเมื่อเราได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่นี้ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มศักยภาพในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ผมรู้สึกว่าตัวเองมีบุญที่สุดแล้วที่ได้เกิดมาในแผ่นดินของพระองค์ ได้อยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร การเสด็จสวรรคตของพระองค์ทำให้หัวใจของเราแตกสลาย ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร แต่เราไม่ได้เศร้าคนเดียว พ่อแม่พี่น้องเราก็เศร้า ทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินนี้ล้วนแหวกว่ายอยู่ในทะเลน้ำตาที่ถาโถม เราถามตัวเองว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป ใช้ชีวิตแบบไหน ทีนี้ผมก็มาคิดว่าในเมื่อเราได้รับเกียรติให้มาทำสิ่งนี้ ผมก็จะพยายามทำอย่างเต็มที่และทำให้ดีที่สุด ขอเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงระหว่างนักสะสมและประชาชนชาวไทยให้เขาได้ชื่นชมพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยาก จัดห้องรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ที่เข้าใจง่าย ใครที่เข้ามาชมก็จะได้รับพลังบวกกลับไป ว่าเราไม่ได้สูญเสียพระองค์ไปไหนเลย แต่แท้จริงแล้วพระองค์ยังคงประทับอยู่ในใจของคนไทยไปตลอดทุกวันที่เรายังมีลมหายใจอยู่ และยิ่งคุณทำความดีด้วยแล้ว คุณก็จะยิ่งมีความรู้สึกว่าคุณยังคงอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ

 

 

 

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

 

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ทำความรู้จัก พลอย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร นางเอกหน้าใหม่หัวใจสีเขียว
8 คนดังที่อินกับ Face Tattoo ลงรอยสักให้สุด…แล้วหยุดอยู่ที่ใบหน้า!

8 คนดังที่อินกับ Face Tattoo ลงรอยสักให้สุด…แล้วหยุดอยู่ที่ใบหน้า!

รอยสักบนใบหน้าคือเทรนด์ที่มาแรงสุดๆ ในกลุ่มคนดังฮอลลีวูดตอนนี้ แม้จะมีคนดังที่เคยสักบนใบหน้าให้เห็นอยู่บ้าง เช่น [...]

READ MORE