ลีโอนาร์โดกับแบรด มิตรภาพของซูเปอร์สตาร์ทรงพลัง และศาสตร์หนังที่ทั้งคู่หลงรัก

ลีโอนาร์โดกับแบรด มิตรภาพของซูเปอร์สตาร์ทรงพลัง และศาสตร์หนังที่ทั้งคู่หลงรัก

HOLLYWOOD POWER DUO

ครั้งแรกกับการโคจรมาพบกันใน Once Upon a Time in Hollywood

ของแบรด พิตต์ และลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ

สองซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดทรงพลัง กับศาสตร์หนังที่หลงรัก

และเรื่องสำคัญของชีวิตในวันนี้

แบรด พิตต์, ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และเควนติน ทาแรนทิโน ผู้กำกับหนัง Once Upon a Time in Hollywood

 

BRAD PITT

 

หลังซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดแบรด พิตต์ วัย 56 ปี ตกเป็นข่าวพาดหัวเรื่องแยกทางและหย่าขาดกับอดีตภรรยาแองเจลิน่า โจลี เขาก็เฟดตัวเองออกจากสื่อ และมีผลงานจอเงินเพียงไม่กี่เรื่อง เช่น Allied และ War Machine แต่ล่าสุดที่ทำให้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ และสาวๆ ทั่วโลกกรี๊ดกร๊าดหนักมาก ก็เมื่อแบรดตอบตกลงร่วมโปรเจ็กต์หนังเรื่องใหม่ Once Upon a Time in Hollywood ของผู้กำกับผู้เป็นไอคอนของสุนทรียศาสตร์ความรุนแรงเควนติน ทาแรนทิโน หนังพิเศษตรงที่แบรดยังได้ร่วมงานกับลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกที่สองซูเปอร์เปอร์สตาร์ฮอลลีวูดและหนุ่มฮอตแห่งยุค 90 โคจรมาร่วมงานบนจอเงิน สมความตั้งใจของเควนตินที่ต้องการให้แบรดกับลีโอนาร์โดมาแสดงหนังด้วยกันมานานแล้ว นอกจากนี้ยังเสริมทัพด้วยนักแสดงนำของฮอลลีวูดอีกมากมาย ทั้งมาร์โกต์ ร็อบบี้, อัล พาชิโน, ดาโกตา แฟนนิง, เคิร์ต รัสเซลล์, อีมิล เฮิร์ช, ลุค เพอร์รี่ ฯลฯ หนังมีเรื่องราวอย่างไร ชีวิตในฐานะนักแสดงและโปรดิวเซอร์ของแบรดเป็นแบบไหน และเรื่องใดที่ซูเปอร์สตาร์เจ้าเสน่ห์ให้ความสำคัญมากที่สุด OK! มีคำตอบ

 

 

Once Upon a Time in Hollywood

Once Upon a Time in Hollywood เป็นหนังคอเมดี้ดราม่าที่ถ่ายทอดเรื่องราวซึ่งอิงมาเหตุการณ์ฆาตกรรมชารอน เทต (รับบทโดยมาร์โกต์ ร็อบบี้) อันสะเทือนขวัญ ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อปี 1969 สมัยที่ความเป็นฮิปปี้กำลังรุ่งเรืองในฮอลลีวูด ทั้งนี้เควนตินเล่าเรื่องราวผ่าน 2 ตัวละครหลักที่มาในลุคฮอลลีวูดฮิปสเตอร์ คือริค ดาลตัน ดาราหนังคาวบอยชุดทางทีวี (รับบทโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) และคลิฟฟ์ บูธ สตันต์แมนคู่ใจ (รับบทโดยแบรด พิตต์) ที่กำลังพยายามหาทางแจ้งเกิดในฮอลลีวูด แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่หวัง สำหรับริค เขายังเป็นเพื่อนบ้านกับชารอน เทต ดาราสาวชื่อดังแห่งยุค ผู้ซึ่งต่อมากลายเป็นเหยื่อของชาร์ลส์ แมนสัน หัวหน้าลัทธิฆาตกรรมต่อเนื่องสุดอื้อฉาว จนทำให้เกิดเป็นเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวและชวนติดตาม

 

 

Dream Team

ก่อนหน้านี้ แบรดเคยร่วมงานกับเควนตินมาแล้วในหนังสงครามนาซี Inglourious Basterds ในปี 2009 ส่วนลีโอนาร์โดก็เคยร่วมงานกับเควนตินในหนังเวสต์เทิร์น Django Unchained ในปี 2012 เควนตินเปิดใจว่า “ผมใช้เวลาเขียนบทเรื่องนี้นาน 5 ปี รวมทั้งใช้ชีวิตอยู่ในแอลเอมาเกือบทั้งชีวิต รวมทั้งในปี 1969 ที่เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในเรื่องขึ้นด้วย ซึ่งตอนนั้นผมอายุ 7 ขวบ ผมตื่นเต้นมากที่จะได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแอลเอและฮอลลีวูดที่ไม่มีอีกต่อไปแล้วนี้ และดีใจมากที่ได้แบรดกับลีโอนาร์โดมาประชันบทบาทร่วมกัน ผมมองว่าทั้งคู่คือดรีมทีม นี่เป็นการประกบคู่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดตั้งแต่คู่ของพอล นิวแมน และโรเบิร์ต เรดฟอร์ด” ทั้งนี้พอลและโรเบิร์ตกลายเป็นคู่ขวัญกันจากหนังคาวบอยสุดซ่าและคลาสสิกในตำนาน Butch Cassidy and the Sundance Kid ในปี 1969

 

Quentin on Brad

แบรดกับเควนตินสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตั้งแต่ร่วมงานกันในหนัง Inglourious Basterds และดูเหมือนผู้กำกับสายติสต์คนนี้จะชื่นชมแบรดเป็นอย่างมาก “แบรดเป็นนักแสดงที่มหัศจรรย์ ผมมีโอกาสได้ร่วมงานกับสุดยอดนักแสดงที่อยู่ในระดับไอคอนิก ผมชอบที่ได้ติดตามดูผลงานของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แบรดเป็นนักแสดงที่ใช่มากสำหรับผมในตอนนี้”

 

มาร์โกต์, ลีโอนาร์โด, เควนติน และแบรด รวมตัวโปรโมตผลงานเรื่องล่าสุด Once Upon a Time in Hollywood ที่ลอนดอน อังกฤษ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

 

Brad on Quentin

ทางด้านแบรดก็ประทับใจเควนตินเช่นกัน เขากล่าวว่าประทับใจเควนตินตรงที่มีสไตล์การเล่าเรื่องไม่เหมือนใคร ตั้งแต่เขารับบทเล็กๆ ในหนังอาชญากรรมโรแมนติก True Romance ในปี 1993 ของผู้กำกับโทนี่ สกอตต์ “ผมกับเควนตินมีโอกาสร่วมงานกันในช่วงต้นยุค 90 ตอนนั้นผมได้รับบทเล็กๆ ในหนัง True Romance ซึ่งเควนตินเป็นผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้ ความเจ๋งของเควนตินคือเขามีการเล่าเรื่องที่โดดเด่นเฉพาะตัว ไม่เพียงเท่านั้น สไตล์ของเขายังมีเอกลักษณ์มากจนนักวิจารณ์ส่วนใหญ่มักอ้างถึงหนังเรื่องต่างๆ ที่มีการเล่าเรื่องและนำเสนอไปในทิศทางเดียวกันนี้ว่าเป็นสไตล์ของเควนติน ทาแรนทิโน หรือการเล่าเรื่องโดยใช้วิธีของเควนติน ทาแรนทิโน นับว่าผลงานการกำกับของเขามีอิทธิพลต่อฮอลลีวูดเป็นอย่างมาก”

 

 

Friends in Real Life

อย่างที่กล่าวไปว่าการจับคู่ประชันบทบาทระหว่างแบรดกับลีโอนาร์โดสร้างความตื่นเต้นให้แก่โลกฮอลลีวูดและคอหนังทั่วโลก เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงระดับเอลิสต์ ที่จริงทั้งแบรดกับลีโอนาร์โดรู้จักกันมานานหลายปีแล้ว และหลังร่วมงานใน Once Upon a Time in Hollywood ทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนกันนอกจอ และเรายังเห็นทั้งคู่ทำคลิปวิดีโอเพื่อกระตุ้นให้ชาวอเมริกันออกมาโหวตในช่วงเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤศจิกายนในปี 2018 ด้วย

 

แบรดกับลีโอนาร์โดแชะภาพคู่สุดชิลล์ช่วงโฟโต้คอลล์ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ ฝรั่งเศส ซึ่ง Once Upon a Time ฉายเป็นครั้งแรกที่เทศกาลหนังนี้ด้วย

 

Brad and His Plan B Entertainment

ระยะหลังมานี้ซูเปอร์สตาร์หล่อตลอดกาลยังอุทิศตัวเพื่อการผลิตงานหนังเปี่ยมคุณภาพ ผ่าน Plan B Entertainment บริษัทผลิตภาพยนตร์ชั้นนำที่เขาก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ร่วมกับเจนนิเฟอร์ อนิสตัน อดีตภรรยาของเขา (แต่เจนนิเฟอร์ลาออกหลังทั้งคู่หย่ากัน) และแบรด เกรย์ เพื่อนของเขา ค่ายดังค่ายนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างท่วมท้นของหนังเรื่องเยี่ยม ที่นำเสนอเนื้อหาสุดเข้มข้นและหลากหลาย ไม่ว่าจะ The Departed, Moneyball, World War Z, Selma, 12 Years a Slave, The Big Short, Moonlight ฯลฯ โดยแบรดต้องการสร้างสรรค์หนังที่มีเนื้อหาน่าสนใจ และหวังว่ามันจะมอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชมได้ด้วย

 

We’re Like a Garage Band

“ผมมักพูดเสมอว่า Plan B Entertainment มีจุดเริ่มต้นเหมือนการาจแบนด์ วงดนตรีที่เต็มไปด้วยนักดนตรีมือสมัครเล่น และโชคดีที่ทุกวันนี้บริษัทเราก็ยังคงจิตวิญญาณนั้นไว้อยู่ เราสนับสนุนผู้กำกับที่เราชอบ นำเสนอเรื่องราวที่เราชอบ และหลงใหลความท้าทาย แม้แต่การนำเสนอหนังที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เราทุ่มเทตัวเองเพื่อโปรเจ็กต์หนังต่างๆ แม้ว่าการทำหนังเรื่องนั้นให้ประสบความสำเร็จจะเป็นเรื่องยากก็ตาม เรามักสร้างหนังที่เราจะไปดูโดยไม่หลอกตัวเองและเดาว่าคนจะชอบหนังเรื่องนั้นมากน้อยแค่ไหน การทำบริษัทผลิตภาพยนตร์เคยเป็นและยังเป็นธุรกิจที่อาจสร้างกำไรได้เยอะมาก รวมทั้งมอบความสนุกและบันเทิงให้ผมมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก”

 

 

Family Comes First

สำหรับอีกโหมดหนึ่งของสตาร์ฮอลลีวูดมาดเท่ที่หลายคนอาจไม่ค่อยได้เห็น ก็คือโหมดคุณพ่อของลูกๆ ทั้ง 6 คนของเขากับแองเจลิน่า โจลี อดีตภรรยา เจ้าตัวกล่าวว่าลูกๆ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และทำให้เขาคิดอยากลดงานในวงการลง ครั้งหนึ่งแบรดเคยเปิดใจว่าการเลี้ยงดูลูกๆ ที่ยังเด็กเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังมากทีเดียว แต่ก็ส่งผลอันลึกซึ้งให้กับชีวิตของเขา แบรดบอกว่าการเป็นพ่อทำให้ความเป็นผู้ใหญ่ของเขาตกผลึก และรู้ว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไรชัดเจนยิ่งขึ้น “ลูกคือกระจกสะท้อนตัวตนของคุณ คุณไม่สามารถปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้” ลูกๆ ทั้ง 6 คนที่แบรดและแองเจลิน่าตกลงเลี้ยงดูร่วมกัน คือแมดด็อกซ์ วัย 18 ปี, แพ็กซ์ วัย 16 ปี, ซาฮาร่า วัย 14 ปี, ไชโลห์ วัย 13 ปี และน็อกซ์กับวิเวียนน์ วัย 11 ปี โดยทายาททางสายเลือดของทั้งคู่คือไชโลห์และน็อกซ์กับวิเวียนน์

 

Fatherhood Has Changed My Life

หลังประกาศหย่าขาดในปี 2016 แต่กระบวนการหย่าของแบรดกับแองเจลิน่าก็สิ้นสุดอย่างเป็นทางการในปีนี้ “การเป็นพ่อเปลี่ยนมุมมองโดยรวมในชีวิตของผม ทำให้ผมหมั่นถามมาตัวเองมาตลอดว่าผมควรเลี้ยงดูลูกอย่างไร มอบการศึกษาแบบไหนให้เขา และลูกๆ จะเติบโตไปเป็นอย่างไร ผมอยากช่วยให้เขาเติบโตโดยอยู่ได้ด้วยตัวเองและเป็นตัวของตัวเอง ลูกเปรียบเป็นโลกใบใหญ่ของผม ผมชอบที่ได้เป็นพ่อที่ได้ใช้เวลาและทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ ครับ”

 

 

His Midwestern Roots

เมื่อถามถึงบทสรุปของมุมมองชีวิตในทุกวันนี้ แบรดรำลึกถึงชีวิตที่เติบโตมาในสปริงฟิลด์ รัฐมิสซูรี ซึ่งเผยให้เห็นความเป็นหนุ่มมิดเวสเทิร์นจากก้นบึ้งของหัวใจ “ผู้คนที่นั่นมักคาดหวังให้เราเป็นคนแข็งแกร่งและมีวินัย เราไม่พูดกันเยอะ ไม่ชอบพูดถึงความรู้สึกเท่าไร มักไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ไม่ชอบพูดถึงปัญหาหรือเอาแต่พร่ำบ่นว่าตัวเองหงุดหงิดและเศร้าใจ เรามักอดกลั้นความรู้สึกไว้ ทุกวันนี้ผมเองก็ยังมีปัญหาในการนำเสนออารมณ์ความรู้สึกของตัวเองแม้ว่าระยะหลังๆ จะทำได้ดีขึ้นแล้วก็ตาม คงเพราะอายุที่มากขึ้นที่ทำให้ผมเริ่มวางเกราะป้องกันตัวเองลง ผมเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามจะจริงใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความรับผิดชอบของผมในตอนนี้คือครอบครัว รวมทั้งผู้คนที่ผมรักและร่วมงานด้วย”

 

LEONARDO DICAPRIO

 

จริงอยู่ที่บทพระเอกแจ็คที่เล่นร่วมกับนางเอกโรส รับบทโดยเคต วินสเลต ในหนังรักเรือล่ม Titanic ในปี 1997 จะทำให้ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ มีชื่อขึ้นแท่นหนุ่มสุดฮอตขวัญในสาวในยุคนั้น แต่หลังจากนั้นเขาก็สร้างชื่อให้ตัวเองด้วยการรับบทในหนังขึ้นหิ้งที่ประสบความสำเร็จอีกหลายเรื่อง ทั้ง Catch Me If You Can, Gangs of New York, The Aviator, The Departed, Inception, Django Unchained, The Wolf of Wall Street และแน่นอนว่ารวมถึง The Revenant หนังเรื่องเยี่ยมที่ทำให้เขาคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ไปครองในปี 2016 มาวันนี้ลีโอนาร์โดสลัดภาพนักแสดงหนุ่มขวัญใจสาวไปสู่นักแสดงที่พร้อมท้าทายตัวเองกับบทที่เขาสนใจในแต่ละโมเมนต์ของชีวิต ล่าสุดนักแสดงวัย 45 ปีกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับสายโหดเควนติน ทาแรนทิโน อีกครั้งในหนัง Once Upon a Time in Hollywood หลังเคยร่วมงานใน Django Unchained ในปี 2012 โดยผนึกกำลังซูเปอร์สตาร์กับแบรด พิตต์ ขณะเดียวกันก็ยังคงมุ่งมั่นกับการอุทิศตัวเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาใส่ใจเสมอมา โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ทั้งยังเป็นกระบอกเสียงเรื่องนี้ให้แก่ผู้คนทั่วโลก ผ่านทั้งทางโซเชียลมีเดียและการผลิตสารคดีต่างๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น The 11th Hour ในปี 2007 และล่าสุด Ice on Fire ในปีนี้ ซึ่งนำเสนอวิธีลดคาร์บอนฟุตพรินต์ให้แก่โลก โดยลีโอนาร์โดทั้งโปรดิวซ์และร่วมบรรยายด้วย มาฟังมุมมองเรื่องศาสตร์หนังที่เขารัก ช่วงชีวิตที่ผ่านมา และความรักที่มีต่อโลกในวันนี้ของนักแสดงมาดนิ่งกัน

 

Quentin Has a Very Unique Process

เควนตินมีวิธีการทำงานที่เป็นตัวของตัวเองมาก ผมชอบวิธีที่เขาสร้างสรรค์โลกของหนังของเขาขึ้นมาและฝ่าทุกกฎ ไม่เพียงเท่านั้น มีน้อยคนบนโลกใบนี้ที่มีคลังความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ โทรทัศน์ และดนตรี มากเท่าเขา อารมณ์เกือบเหมือนเราคีย์ข้อมูลในคลังข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ แล้วชุดข้อมูลความรู้ต่างๆ ก็ผุดขึ้นมามากมายไม่รู้จบ ภาพยนตร์และโทรทัศน์อยู่ในดีเอ็นเอของเควนติน มันเป็นภาษา เป็นเรื่องราวของการสนทนา และเป็นสิ่งที่หล่อหลอมเขามาตั้งแต่ยังเด็ก Once Upon a Time in Hollywood เป็นหนังที่สดุดีและชวนให้นึกถึงปี 1969 สำหรับเควนติน ซึ่งเป็นปีที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านวัฒนธรรมและภาพยนตร์ เควนตินนำเสนอเรื่องราวในบริบทของประวัติศาสตร์ แต่เขาก็ใส่ความเป็นเทพนิยายลงไปได้อย่างสร้างสรรค์ ไอเดียหลักคือการนำเรื่องราวในประวัติศาสตร์กลับมาเล่าอีกครั้ง และหนังก็เต็มเปี่ยมด้วยจินตนาการครับ

 

 

That’s Once Upon a Time in Hollywood

Once Upon a Time in Hollywood พูดถึงตัวละครริคกับคลิฟฟ์ที่หวังสร้างชื่อในฮอลลีวูด แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าพวกเขาอยู่อย่างโดดเดี่ยว ริคกับคลิฟฟ์จึงมีมิตรภาพที่ดีร่วมกัน เพราะจู่ๆ ชีวิตก็เหมือนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน วันแรกที่ผมกับแบรดเข้ากอง เราเข้าใจมิตรภาพแบบนั้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะชีวิตเราก็เหมือนพวกเขา ริคเป็นผู้ชายที่เกือบจะดังแล้วแต่ก็ยังไม่ดังเสียที ซึ่งนั่นน่าทรมานใจนะ ผมเองก็เติบโตมาในวงการนี้ มีเพื่อนหลายๆ คนที่เป็นนักแสดง แต่โลกนี้ก็ยังมีคนเก่งที่มีพรสวรรค์อีกมากมาย ผมจึงมองว่าการจะมีชื่อเสียงโด่งดังและประสบความสำเร็จดังที่หวังไว้ได้ หลายครั้งก็ขึ้นอยู่กับการอยู่ถูกที่ถูกเวลาด้วย

 

 

He Gets Intense While Acting on the Set

ถ้าเป็นเรื่องงาน ผมรู้สึกว่าการทำงานของตัวเองค่อนข้างตึงเครียด โดยเฉพาะถ้าเล่นหนังดราม่า ในพาร์ตชีวิตส่วนตัว ผมชอบให้ทุกอย่างง่ายๆ สบายๆ ไม่ครุ่นคิดหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เท่าไร แต่สำหรับงานนั้นแตกต่างออกไปเลย ผมไม่เคยมองว่าการแสดงเป็นเรื่องสนุก เพราะถ้าคุณต้องการสร้างผลงานที่ดีจริงๆ การสนุกคงเป็นเรื่องยากมาก เว้นแต่ว่าคุณเล่นหนังคอเมดี้แบบด้นสดที่คุณได้สนุกและมีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ใช่ว่าผมมองหาแต่หนังหรือบทดาร์กๆ หรอกนะ ไม่ได้คิดแบบนั้น ผมแค่พยายามเป็นส่วนหนึ่งของหนังที่กระตุ้นให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหนังดาร์กๆ มักเผยมุมมืดของมนุษย์ออกมามากกว่า

 

 

His Love of Acting & Telling Stories

ผมรู้สึกกระตือรือร้นมากในการร่วมงานกับคนเก่งๆ และสร้างสรรค์งานที่ผมสามารถกลับมาดูได้อีกและรู้สึกภูมิใจ เมื่อตอนได้รับโอกาสทางการแสดงเป็นครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี ผมก็เริ่มดูหนังติดต่อกันราว 1 ปีครึ่ง พยายามดูหนังและการแสดงดีๆ ให้มากที่สุด ผมถามตัวเองว่าทำอย่างไรถึงจะพัฒนาตัวเองเพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังที่จะกลายเป็นมรดกตกทอดนั้นได้บ้าง นี่คือแรงกระตุ้นของผมอย่างแท้จริง ผมรู้สึกอยากทำอะไรที่ดีแบบนั้นอย่างที่ฮีโร่ของผมได้ทำไว้ ในฐานะนักแสดง ผมพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ในการบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ด้วยวิธีที่เป็นศิลปะอย่างแท้จริง แต่สุดท้ายแล้ว คุณไม่มีทางรู้หรอกว่านักวิจารณ์หรือคนดูจะมีผลตอบรับกับผลงานของเราอย่างไร เป้าหมายของผมจึงเป็นการสร้างผลงานดีๆ ต่อไป ผมยังคงไม่หยุดและก็หวังว่าจะยังคงมีงานเข้ามาเรื่อยๆ ผมไม่เพียงมีแรงผลักดันที่จะผลิตผลงานที่ดี แต่ยังอยากทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นเสมอด้วย

 

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, มาร์โกต์ ร็อบบี้ และแบรด พิตต์ สามนักแสดงนำที่งานพรีเมียร์หนังในลอนดอนเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

 

Stand Up for Himself as a Boy

สมัยเรียน ผมมักตัวเตี้ยกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ราว 1 ฟุตเสมอ จึงชอบทำตัวห้าวและเรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่นเข้าไว้ เป็นเหมือนเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ทำตัวเก๋าและปากดี โรงเรียนเหมือนเป็นป่าซาฟารีที่ผมสามารถสร้างความโดดเด่นให้ตัวเองได้ แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จเลยจริงๆ เพื่อนๆ มักมองว่าคุณเป็นตัวตลกของชั้นและไม่สนใจคุณ ผมไม่เคยเข้ากับพวกเขาได้เลย

 

His Mother’s Love & Support

ผมโชคดีมากที่พ่อแม่ทำให้ผมเข้าใจผู้คนและโลกใบนี้มากขึ้น แต่ก่อนแม่ยังขับรถหลายชั่วโมงเพื่อไปส่งผมที่โรงเรียนซึ่งเน้นสอนทางด้านศิลปะเพื่อให้ผมได้รับการศึกษาที่ดี ถ้าแม่ไม่ทำแบบนั้นเพื่อผม ผมก็คงไม่ได้กลายเป็นนักแสดงดังเช่นทุกวันนี้

 

Leo’s Wild Twenties

ตอนวัยรุ่นผมต้องการความรู้สึกที่ว่าผมสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้โดยไม่ต้องนึกถึงผลลัพธ์ที่ตามมา นั่นเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกเป็นอิสระ แต่ ณ จุดหนึ่ง บางครั้งความสนใจต่างๆ ที่ผมได้รับและการถูกตามติดในทุกๆ ที่อาจทำให้ผมรำคาญใจบ้างเหมือนกัน แต่ผมก็ยังชอบออกไปแฮงเอาต์กับเพื่อนๆ เรียกว่าออกไปเที่ยวตลอดเวลาและเล่นไพ่โป๊กเกอร์กันจนถึงเช้า บางครั้งผมคิดอยากย้อนเวลากลับไปยังช่วงนั้นของชีวิตเหมือนกันนะ! ช่วงหลายปีก่อนจะมีผลงานหนัง Titanic ออกมา ผมสนุกกับชีวิตถึงขีดสุดเลยล่ะ ผมคิดถึงวันวานที่ตัวเองสามารถปาร์ตี้สุดเหวี่ยง และทำอะไรหลายๆ อย่างได้ตามใจต้องการแบบนั้น

 

 

On Surpassing His Own Dreams

บางครั้งผมก็ย้อนกลับไปมองดูชีวิตของตัวเอง แล้วก็รู้สึกว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตผมน่าทึ่งทีเดียว เพราะผมมีโอกาสได้เติมเต็มความฝันหลายๆ อย่างที่เคยมีตั้งแต่เมื่อครั้งยังเด็กมากๆ บอกได้เลยว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ ขณะเดียวกัน การเติมเต็มความฝันก็ทำให้เราเสพติดได้! ทุกวันนี้ความฝันหลายอย่างของผมกลายเป็นจริงแล้ว และผมอยากยืนหยัดเพื่อการทำอะไรสักอย่าง รวมทั้งทำสิ่งดีๆ ให้แก่โลกใบนี้

 

How He’s Changed Over the Years

ผมคิดว่าตัวเองนิ่งขึ้นมากนะ (หัวเราะ) ตอนเด็กๆ ผมออกจะเป็นเด็กเอเนอร์จี้ล้น และการแสดงก็คือสิ่งที่ช่วยปลดปล่อยพลังล้นๆ นั้นของผมออกมา ผมอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่ได้เลย ขนาดช่วงโตเป็นวัยรุ่นแล้ว ผมยังต้องทำตัวให้ดูยุ่งหรือหาอะไรทำตลอดเวลา จำได้ว่าแต่ก่อนผมชอบล้อเลียนท่าทางของเพื่อนแม่และชอบทำให้ผู้คนรอบข้างหัวเราะบ่อยๆ ทุกวันนี้ผมยังคงมีความรู้สึกต้องการอิสระอยู่บ้าง แต่ไม่ค่อยมีอะไรที่ทำให้รู้สึกแย่ และไม่กังวลเรื่องต่างๆ มากเท่าไร ผมมีชีวิตที่ดีมากและอยากทำชีวิตให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

His Dedication to the Environment

การแสดงช่วยเติมเต็มมุมสร้างสรรค์ของผม เท่าที่จำได้มันคือสิ่งที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจทำมาก แต่อีกแง่หนึ่งผมก็ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและความสำคัญของการดูแลรักษาโลกใบนี้ งานและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผม ผมจัดตั้ง Leonardo DiCaprio Foundation ขึ้นมา เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าอเมริกาและจีนจำเป็นต้องเป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีรักษ์โลกให้แก่ประเทศอื่นๆ

ตอนยังเด็ก ผมใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมในเมือง จึงไม่ได้สัมผัสธรรมชาติเลย ทางเดียวที่ทำให้ผมเข้าใจธรรมชาติคือการดูสารคดี เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ หรือดูภาพป่าฝนผ่านจอไอแม็กซ์ ทรัพยากรธรรมชาติหรือป่าฝนที่ถูกทำลายไปส่งผลต่อผมตั้งแต่อายุยังน้อย เรื่องน่าเศร้าคือแม้ตอนนี้โลกเราจะพัฒนาไปไกล แต่ผู้คนก็ยังคงเพิกเฉยกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมต่อไปเรื่อยๆ ผมพยายามทำให้ผู้คนตระหนักว่าระบบนิเวศของโลกเราเปราะบางขนาดไหน และที่จริงแล้วเราทุกคนล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้

ผมมีบ้านที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ขับรถไฮบริด แยกขยะในบ้านของตัวเอง ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ถ้าไม่จำเป็น ปิดไฟเมื่อออกจากห้อง ฯลฯ ถ้าเราทุกคนช่วยกันทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ได้ก็จะส่งผลดีอันยิ่งใหญ่ และผมคิดว่าผู้คนรุ่นใหม่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากกว่าผมในสมัยที่เด็กกว่านี้เสียอีก

 

 

[Credit]

Text: WENN, Photographs: @goldenglobes, @justjared, @leonardodicaprio

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

10 ผลงานที่ทุกคนจดจำ ของ นก-สินจัย เปล่งพานิช

10 ผลงานที่ทุกคนจดจำ ของ นก-สินจัย เปล่งพานิช

แค่ได้ยินว่ากำลังจะมีโปรเจ็กต์  “40 ปี นก [...]

READ MORE
สิงโต ปราชญา งานแน่น!  เพิ่มมิชชั่นปรับแพลนชีวิตเติมความสุขให้ตัวเอง