STARTING OVER ช่วงเวลานับหนึ่งใหม่ของ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์

STARTING OVER ช่วงเวลานับหนึ่งใหม่ของ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์

การเข้ามารับบทบุษบาบรรณ์ ในภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องศรีอโยธยา ทำให้ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ เหมือนได้กลับไปนับหนึ่งใหม่ในเรื่องการแสดงจากการเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ที่หม่อมน้อย หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ปรมาจารย์ด้านการแสดงได้มอบให้ และเมื่อผนวกเข้ากับประสบการณ์การทำงานในวงการบันเทิงมากกว่า 14 ปีก็ทำให้เธอสามารถเข้าถึงบทบาท เข้าใจมิติของตัวละครและสิ่งรอบตัวได้รลึกซึ้งยิ่งขึ้น จากไฟในตัวที่เคยเกือบจะมอดดับเพราะต้องทำอะไรแบบเดิมๆ กว่าสิบปี ก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง  อีกทั้งเธอยังพร้อมที่จะเรียนรู้และค้นหาจุดยืนใหม่ๆ ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เคล็ดลับก็คือการทำงานหนักเพื่อไปให้ถึงจุดๆ นั้น แม้จะยากสักหน่อยแต่ก็คงไม่เกินกำลังผู้หญิงที่ไม่หยุดนิ่งอย่างเธอ
OK! Summer Issue 2018 ครั้งนี้ไม่พลาดที่จะชวนสาวฮอต คนนี้มาขึ้นปกฉบับพิเศษประจำปี  พร้อมอัพเดทเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอหลังจากย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ได้สักพักหนึ่ง

 

 

ทำงานในวงการมากว่า 14 ปีแล้ว คิดว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาไหนในชีวิตการทำงาน

เป็นช่วงที่เราเปลี่ยนแปลงการทำงาน เหมือนเป็นช่วงโตขึ้นไปอีกสเต็ปหนึ่ง จริงๆ ก็เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้งค่ะ อารมณ์เดียวกับเรียนจบชั้นประถมก้าวสู่ชั้นมัธยมแล้วได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ นำประสบการณ์ที่เคยทำมาตลอดในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นละคร การเดินแบบ การเป็นพิธีกร หรืองานร้องเพลงอื่นๆ มาปรับใช้กับทุกๆ วัน เนื่องจากว่าทุกวันนี้โซเชียลมาแรงมาก เราเองก็ยังต้องปรับตัวให้ทันกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงว่าจุดยืนของเราจะอยู่ตรงไหน ควรจะเป็นตัวเองอย่างไร หรือถ้าจะไปไลฟ์อย่างที่เห็นคนอื่นทำจะต้องทำอย่างไร จะทำได้หรือเปล่า ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมองของตัวเองเพื่อที่จะก้าวให้ทัน ซึ่งส่วนหนึ่งคุณแม่เองก็ทำให้เห็นด้วยและชัดเจนมาก เพราะแต่ก่อนแม่บอกให้แพนทำ แล้วแพนก็ไม่ทำหรือทำช้า สุดท้ายแม่เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวแม่ทำเอง ซึ่งสิ่งที่แม่พูด คิด แสดงออก หรือการถ่ายทำก็เป็นการสะท้อนให้แพนได้เรียนรู้ไปด้วย

 

ตัวละครบุษบาบรรณ์ ในศรีอโยธยาเดอะซีรีส์เปลี่ยนชีวิตแพนไปอย่างไรบ้าง

ตัวละครตัวนี้ทำให้ไฟในการทำงานของแพนกลับมาอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้แพนรู้สึกเหมือนตัวเองหมดไฟ รู้สึกเบื่อ ไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน อาจเป็นเพราะเราทำสิ่งที่เหมือนเดิม คุ้นเคย ไม่มีอะไรให้ได้รู้สึกท้าทายหรืออยากพัฒนาตัวเองมากขึ้น แพนรู้สึกว่ากำลังรอคอยอะไรสักอย่างหนึ่งที่มีคุณค่า รู้สึกว่าอยากทำผลงานสักชิ้นหนึ่งที่ทำให้ได้เจอความท้าทายอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่แค่เล่นแล้วผ่านไป ซึ่งพอวันที่ได้มาลองเป็นพิธีกรรายการทางช่องทรูโฟร์ยู ได้มาแสดงภาพยนตร์ซีรีส์ ศรีอโยธยา ในบทของบุษบาบรรณ์ ได้ร่วมงานกับหม่อมน้อย ก็เลยได้เริ่มเรียนการแสดง ได้เวิร์กช้อปใหม่ ทำความเข้าใจใหม่ เหมือนกับนับหนึ่งเลยค่ะ ทำให้เราได้รู้สึกว่า การแสดงคืออย่างนี้นี่เองเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทำจากประสบการณ์ แต่ไม่ได้ทำด้วยความเข้าใจ พอได้ทำงานกับหม่อม แพนก็รักการแสดงมากขึ้น รู้สึกว่ามันมีเสน่ห์มาก จากที่เคยรักอยู่แล้วก็ยิ่งอินมากยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้เราอยากทำความรู้จักกับความรู้สึกต่างๆ อีกหลายความรู้สึก รู้สึกมีพลังใจ ทุกฉาก ทุกซีนที่ทำมีความหมายหมด ซึ่งเราต้องทำการบ้านตลอด การทำงานกับหม่อมน้อย แพนจะนิ่งนอนใจไม่ได้สักฉาก ต้องเต็มที่ แล้วทุกความรู้สึกของตัวละครมีความสำคัญมาก แพนได้เรียนรู้อีกด้วยว่าการแสดงกับธรรมะใกล้กันมากเลย ถ้าเรามีสติอยู่กับปัจจุบัน จะทำให้เข้าใจการทำงานได้ละเอียดมากขึ้น

อย่างการทำเวิร์กช็อป หม่อมก็จะนำเรื่องการฝึกสมาธิ ฝึกจิตมาใช้ แล้วน่าแปลกว่าการทำเวิร์กช็อป ทำให้เห็นถึงความรู้สึกใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำ ไม่เคยอยู่กับตัวเองแบบนี้เลย แล้วหม่อมก็จะบอกว่า ห้ามเป็นฉัน คือห้ามเป็นตัวเอง อย่าคิดว่าเราคือตัวละคร เราต้องสวมบทบาท ซึ่งเราต้องเข้าใจกับตัวบทก่อน และที่สำคัญคือต้องอยู่กับปัจจุบัน อย่ารู้ล่วงหน้า ไม่ต้องไปนึกถึงอดีต และอย่าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่น รู้เฉพาะบทของตัวเองก็พอ ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แพนแทบจะไม่ได้อ่านบทของคนอื่น และไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น คนอื่นเขามีเรื่องราวกันอย่างไร ก็เพิ่งมาเห็นตอนที่ละครออนแอร์แล้วนั่งดูไปพร้อมๆ กัน (ได้รับคำแนะนำดีๆ จากหม่อมน้อยอย่างไรบ้าง) หลายอย่างค่ะ เช่น หม่อมบอกว่าทุกวันนี้โลกของการแสดงเปลี่ยนไปมาก เราก็ต้องก้าวให้ทัน ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลที่เปลี่ยนไป กลุ่มคนดูที่เปลี่ยนไป หรือแม้กระทั่งวิวัฒนาการต่างๆ เพราะฉะนั้นนักแสดงจะอยู่ได้ต้องอยู่ด้วยฝีมือจริงๆ เราทุกคนจึงต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

 

บุษบาบรรณ์มีมีม(meme)เป็นของตัวเองด้วยเหมือนกันนะ

นั่นสิ (หัวเราะ) แพนค่อนข้างแปลกใจ เพราะตอนที่เล่น ไม่ได้นึกเลยว่าจะมีมีมคำว่า ‘คุณพระ จำอะไรไม่ได้เลย’ หรือ คำพระ แล้วก็ต่อคำอื่นๆ ออกมา  (หัวเราะ) จนเพื่อนแท็กรูปและคำว่า ‘คุณพระ ทำข้อสอบไม่ได้เลย’ มาให้ ก็เลยรู้สึกดีที่มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นในสมัยนี้เยอะเหมือนกัน

 

แล้วจะมีงานกับหม่อมน้อยต่อจากนี้อีกไหม

ตอนนี้กำลังจะเริ่มถ่ายภาพยนตร์ซีรีส์ศรีอโยธยา ซีซัน2 ค่ะ

 

 

การร่วมงานกับ อนันดา เอเวอริ่งเฮม ในเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง

จำได้ว่าแพนเคยร่วมงานกับพี่เขาตั้งแต่แพนยังเด็กๆ พอกลับมาทำงานอีกครั้งก็เกร็งมาก เพราะไม่รู้ว่าพี่อนันดาจะติสท์แตกหรือเปล่า (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าเขาจะมาสไตล์ไหน และเนื่องจากเราไม่เคยทำงานด้วยกันแบบจริงจัง ก็คิดกังวลไปต่างๆ ว่า เขาจะเครียดไหม หรือจริงจังแค่ไหน พอได้มาเจอกัน มาทำเวิร์กช็อป ก็พบว่าพี่เขาเป็นคนน่ารักมาก และเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีมากด้วย เพราะบางทีเราต้องรับส่งกัน พูดบทกันยาวๆ ก็พากันไปได้ เขาเก่งมากเพราะเขาไม่ถนัดในการอ่านภาษาไทย แต่สามารถที่จะจำบทได้ หรือเวลาไม่เข้าใจก็จะถามหม่อม ในขณะที่แพนไม่กล้าถามแต่อยู่ตรงนั้นด้วย เลยทำให้ได้รู้ไปด้วยว่า คำนี้มันแปลว่าอะไร ต้องมีความรู้สึกนี้อย่างไร หรือตัวละครตัวนี้ต้องแสดงออกอย่างไร แล้วพี่อนันดาก็มีถามๆ ชวนไปเล่นละครด้วยค่ะ เพราะเขาทำละครให้ช่องนี้ด้วยเหมือนกัน แพนก็ถามว่าทำเรื่องอะไรถ้าทำแล้วก็จะขอไปแจมด้วย

 

นอกจากจะมีซีรีส์ แพนเค้กยังมาทำงานด้านพิธีกรรายการซุปตาร์พาทัวร์และเป็นผู้ประกาศข่าวในรายการ Smart News บันเทิงเช้าของช่องทรูโฟร์ยูด้วย

ใช่ค่ะ ทางช่องได้มอบหมายงานนี้มาให้ เรียกว่าเป็นงานที่ต้องเป็นตัวเองจริงๆ และสนุกกับงานในทุกๆ เทป ข้อดีในการทำงานพิธีกรคือทำให้แพนได้รู้จักคนเยอะขึ้น ได้รู้เรื่องราวของนักแสดงท่านอื่นในหลายๆ มุมที่เราไม่เคยรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ เรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ต่างๆ แล้วยังได้ร่วมงานกับพี่เอกกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) กับพี่โบ (ธนากร ชินกูล)  รวมถึงพี่ๆ ท่านอื่นที่เวียนสลับสับเปลี่ยน แต่หลักๆ คือพี่เอกกี้กับพี่โบ แพนได้เรียนจากพวกเขาเยอะมาก ซึ่งเราจะเห็นจากวิธีการทำงานของเขา การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไหวพริบ อย่างในรายการก็ยังเป็นเทป รับส่งช่วยกันได้ ตัดต่อได้ แต่อย่างรายการสดตอนเช้า บางครั้งแพนก็มีจังหวะช็อคว่าจะไปต่ออย่างไรดีเหมือนกันนะ แต่พี่ๆ  ก็จะมีวิธีการรับส่ง วิธีการพูด การเล่นที่ทำให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้ว ยังทำอะไรได้อีกเยอะ สามารถที่จะพลิกแพลงเล่นได้ การทำงานตรงนี้ทำให้แพนได้รู้จักบทบาทของคนที่เป็นข่าวและคนที่อ่านข่าว เหมือนทำให้เราได้เห็นทั้งสองมุมมอง

 

งานพิธีกรท้าทายความสามารถอย่างไรบ้าง

เราต้องมีสติและต้องควบคุมสถานการณ์ตลอด ต้องรู้ว่าจะทำอะไรต่อไป และพยายามจะถามตัวเองว่าแพนอยากรู้อะไร ซึ่งมันค่อนข้างขัดกับตัวเอง เพราะแพนเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดกับคนที่เราไม่คุ้นเคย แล้วก็จะไม่อยากรู้ ไม่อยากถามเขาด้วยความเกรงใจต่างๆ แต่พอเป็นพิธีกรเราต้องถาม ต้องอยากรู้ เลยต้องเปลี่ยนวิธีคิดและการทำงานของตัวเองมากขึ้น

ยอมรับว่าแรกๆ แพนรู้สึกว่ายากเหมือนกัน ทีมงานก็จะบอกตลอดว่า อยากรู้อะไรถามเลย พูดได้เลย แล้วบางทีเรารู้สึกว่าพูดไม่ทันพี่ๆ  ตรงนี้ก็จะอาศัยการหัวเราะขำแทน แต่พอเริ่มคุ้นเคย เริ่มชินมากขึ้น ก็จะกล้าถามมากขึ้น กล้าเล่นมากขึ้น กล้าปล่อยมุขมากขึ้น เพราะเขาบอกว่านี่คือรายการของแพน ดังนั้นอยากทำอะไร อยากแต่งตัวอย่างไรก็แต่ง อยากเป็นอะไรก็เป็น เหมือนเปิดโอกาสให้รู้สึกว่านี่คือที่ของเรา มันก็จะทำให้เรากล้าที่จะทำอะไรได้มากขึ้น ส่วนเรื่องที่เราไม่อยากรู้เรื่องอะไรของคนอื่น แพนก็ปรับวิธีคิดโดยการทำการบ้านก่อนว่าวันนี้จะไปเจอใคร หาข้อมูลนิดหนึ่ง แล้วเขามีผลงานอะไรตอนนี้ ครอบครัวเขาเป็นอย่างไร เวลาไปเจอเขาก็จะได้มีเรื่องแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน แต่ส่วนหนึ่งทีมงานจะไกด์มาอยู่แล้วว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ส่วนเราก็เพิ่มความอยากรู้อยากเห็น เพิ่มความสนุกสนาน แต่แพนจะพยายามไม่ล้ำเส้นเขามากจนเกินไป อย่างเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว ความรัก ก็อาจจะมีพูดบ้าง แต่บางเรื่องที่เราก็รู้สึกว่าเกรงใจ เพราะเนื่องจากเราเป็นคนที่ตอบคำถามมาตลอด ก็จะรู้สึกว่าถามดีไหม ถามได้หรือเปล่า ควรจะถามไหม แต่พอทำงานมากขึ้นก็จะเห็นเองว่าลิมิตของการถามได้ประมาณไหน  เป็นการเรียนรู้ไปในทุกๆ วันค่ะ

 

 

ในยุคดิจิตอล นักแสดงหลายคนเลือกที่จะเป็นฟรีแลนซ์ แต่เพราะอะไรแพนเค้กถึงยังเลือกที่จะมีสังกัด

เพราะแพนคิดว่าบ้านหลังนี้ตอบโจทย์ในความเป็นตัวเรา และมีมุมมองในแบบเดียวกัน เขาก็ไม่ได้มองเพียงเพราะว่าแพนเป็นนักแสดง แต่เขาเห็นว่าเรามีศักยภาพที่จะทำอะไรได้หลายอย่างให้กับองค์กร แพนเคยร่วมงานกับทรูมาก่อน แล้วทางทรูเองก็ทำงานหลายด้าน แพนเลยคิดว่าเราก็น่าจะมีโอกาสได้เรียนรู้การทำงานที่หลากหลายมุมของเขา ซึ่งเขาก็ให้โอกาสแพนแบบนั้นจริงๆ แล้วแพนว่าผู้บริหารเองก็มีวิสัยทัศน์ที่ดี เลยลองมาทำงานตรงนี้ดู ซึ่งตอนมาทำ ก็เป็นจังหวะที่ทรูฟอร์ยูเริ่มต้นใหม่เลยเหมือนกัน เราโตไปพร้อมๆ กัน แต่อาจจะช้ากว่าที่อื่น อาจจะไม่ได้หวือหวาเหมือนอย่างที่ทุกคนคาดหวังว่าเมื่อเราย้ายที่ เราต้องเปรี้ยง ต้องมีอะไรออกมาให้ได้เห็น เรื่องนี้แพนอยากบอกว่า ของดีต้องใช้เวลา ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น ก็ดีที่เราได้มาเรียนรู้ไปกับเขา แล้วที่ทรูเองเขาก็มองอะไรที่เป็นชิ้นใหญ่ แล้วเขาก็เลือกให้เราค่อนข้างเยอะมาก เรียกว่าว่าค่อยเป็นค่อยไป มองกันระยะยาวมากกว่า

 

นอกจากงานในวงการ ได้วางแผนอนาคตของตัวเองไว้อย่างไรบ้าง

ทุกวันนี้แพนก็ทำธุรกิจควบคู่กันไปด้วยค่ะ มีหลายๆ อย่างที่เราเรียนรู้ ลองผิดลองถูกมาโดยตลอด พยายามจะบาลานซ์งานทั้งในและนอกวงการให้ไปด้วยได้ เพราะที่ผ่านมา ก็มีช่วงที่เราคิดว่าจะทำอะไรต่อ มันจะ OK! ไหม หรือช่วงที่โซเชียลมาแรง แล้วเราย้ายบ้านด้วยจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นแพนเองก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นในการหาช่องทางการทำงานที่ยังเป็นตัวเองอยู่ แพนว่านั่นคือสิ่งที่ท้าทายแพนสุดๆ มันเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยจริงๆ กับการที่ต้องต่อสู้กับทุกๆ อย่างเพื่อให้เห็นจุดที่เหมาะและเป็นตัวเอง แต่ก็ OK! ที่แพนมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำงาน และทุกวันนี้แพนก็ถือว่ามันชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

 

เมื่อก่อนนี้แพนคือนางเอกที่ทุกคนต่างพูดถึง แต่วันนี้กลับมีคนอื่นพูดถึงมากกว่าเรา รู้สึกอย่างไรบ้าง

แพนว่าไม่ว่าจะอย่างไร สุดท้ายแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้ในแบบที่เป็นตัวเรา เลยทำให้ต้องเดินหน้าหาเส้นทางและพัฒนาตัวเองตลอด นิ่งนอนใจกับอะไรไม่ได้เลย และในที่สุดก็คงจะมีพื้นที่ของเราในการทำสิ่งเหล่านั้นได้

 

 

ช่วงซัมเมอร์นี้มีการวางแผนการทำงานและการพักผ่อนอย่างไรบ้าง

จริงๆแล้วการพักผ่อนแทบไม่ได้อยู่ในแผนเลยค่ะ แต่ว่ามันจะมาพร้อมกับการทำงานของเรามากกว่า (หัวเราะ)  คือถ้าได้ไปทำงานต่างจังหวัดที่ไหนใกล้ไกล บ้านเราจะแพลนกันว่า จะไปเที่ยวกันที่ไหนหรือจะอยู่ต่ออีกสัก 2-3 วันไหมตอนนี้ก็มีน้องอัญชันด้วยเลยจะพาไปด้วย

 

ของที่ต้องพกติดตัวเป็นพิเศษในช่วงซัมเมอร์มีอะไรบ้าง

หมวกและแว่นตาค่ะ ขาดไม่ได้ แว่นสวยๆ สีสันสดใส (หัวเราะ) สำหรับการถ่ายรูปโดยเฉพาะ ชุดว่ายน้ำก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง  บางทีไปถึงทะเลแล้วเท้าแทบไม่ได้แตะทะเลเลยก็มี แต่ว่าชุดสวยถ่ายรูปต้องมี หมวกต้องพร้อม

 

แฟชั่นของแพนในช่วงซัมเมอร์จะเป็นแบบไหน

แพนชอบใส่เดรสยาวค่ะ เน้นที่ลายและความสบายของผ้า หรือเป็นเสื้อคลุมยาวๆ ใส่หมวกด้วย แพนรู้สึกว่ามันง่ายและคล่องตัว ส่วนสีจะชอบขาวครีมแบบคลาสสิคหรือมีลูกไม้ผสม แล้วก็สีคราม ซึ่งเป็นสีที่รู้สึกว่ามันคลาสสิคมากเลย แพนว่าสีแบบนี้ใส่กับอะไรได้เยอะ สำหรับการแต่งหน้าทำผมช่วงนี้ก็จะเน้นเบาๆ ค่ะ ถ้าเราดูแลตัวเองแล้วหน้าไม่แห้ง ผิวไม่แพ้ ก็จะพยายามไม่แต่งหน้า อาจจะแค่ลงคอนซีลเลอร์ และตบแก้มให้ดูมีสุขภาพดี ดูมีเลือดฝาด ส่วนคิ้วก็แล้วแต่ ไม่เน้น บางทีก็เน้นปากเป็นสีแดงไปเลย อีกอย่างคือบอดี้สเปรย์ที่ฉีดเป็นประจำ ส่วนมากจะเป็นกลิ่นวานิลา ซินนามอน โคโคนัทประมาณนี้

 

 

ช่วงเวลาซัมเมอร์ เรามักจะนึกถึงความเซ็กซี่ คิดว่าในร่างกายส่วนไหนที่เซ็กซี่ที่สุด

ขาค่ะ (หัวเราะ) ต้องดูแลขาตัวเองอย่างดี แล้วการออกกำลังกายก็มีส่วนช่วยมากในการที่ทำให้เรายังรู้สึกว่าฟิตแอนด์เฟิร์ม กระชับ ยิ่งการถ่ายแบบ เดินแบบ ทำงาน จะไม่ดูแลตัวเองนี่ไม่ได้เลย

 

มีเคล็ดลับในการดูแลตัวเองช่วงซัมเมอร์และช่วงเวลาอื่นเป็นอย่างไร 

มีความตั้งใจว่าจะเป็นบีชบอดี้ อยากมีซิกซ์แพ็คซะหน่อย เลยต้องมีวินัยในการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วงนี้ก็จะเน้นวิ่งมากขึ้น และอาจจะเข้าคลาสที่เป็นบอดี้เวท ก็พยายามไม่ทิ้ง จะออกกำลังกายตลอด และที่สำคัญคือการกิน ถามว่าแพนไม่กินอะไรบ้าง ต้องบอกว่าไม่มีค่ะ แต่ว่าแพนพยายามที่จะเลี่ยงการกินของทอด ของมัน พวกขนมต่างๆ กินได้นะ แต่ต้องมีลิมิตนิดหนึ่งว่าแค่ไหน แต่ไม่ได้มีสูตรไดเอทอะไรหรือฟิกซ์ตัวเองขนาดนั้น แล้วช่วงนี้น้องสาวแพนคือมิกิ เขาเปลี่ยนวิถีตัวเองเป็นวีแกนค่ะ ดื่มน้ำผักน้ำผลไม้ เนื้อสัตว์ใหญ่ไม่กินเลย มื้อไหนดื่มน้ำผลไม้ ก็จะดื่มน้ำผลไม้ทั้งมื้อ จะไม่มากินข้าว เพราะจะกลายเป็นของเสีย มิกิจะมีหลักการเยอะมาก ซึ่งก็พยายามที่จะเรียนรู้จากเขา แล้วเขายังบอกด้วยว่า เห็นพี่แพนผอมๆ อย่างนี้ไม่ใช่ว่าสุขภาพดีนะ จะสอนแพนตลอด ตอนนี้เขาก็ลดน้ำหนักลงไปเกือบ 30 กิโลกรัมแล้วค่ะ เราก็ภูมิใจกับน้องไปด้วย

 

ซัมเมอร์ในความฝันของแพนเป็นอย่างไร

อยากกลับมาที่ทะเลอีก จะใกล้หรือไกลก็ได้ แล้วล่องเรือ ได้ถ่ายรูป ในแบบที่ได้พักจริงๆ เพราะว่าชีวิตไม่เคยหยุดนิ่งเลย นั่นคือภาพที่คิดนะ เพราะถ้าได้ไปทะเลในช่วงที่ไม่ได้มีงานมาร่วมแจมจริงๆ แพนว่าตัวเองคงจะมีกิจกรรมเยอะ คงอยากทำโน่นทำนี่ อยากไปโน่นไปนี่อยู่ดี สุดท้ายก็จะไม่อยู่กับที่และไม่ได้พักอยู่ดีแหละค่ะ (หัวเราะ)

 

เครดิตภาพ: OK! Issue Summer 2018

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
 Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
 Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
 Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ใจบางไปกับหนุ่มเจ้าเสน่ห์ โดนัท ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์

ใจบางไปกับหนุ่มเจ้าเสน่ห์ โดนัท ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์

ส่งยิ้มหวานเบอร์แรงจนแฟนๆ ใจบางไปหมดแล้วสำหรับ โดนัท ภัทรพลฒ์ [...]

READ MORE
สองหนุ่ม อินซอง และ ฮวียอง วง SF9 เตรียมบุกเซอร์ไพรส์แฟนคลับชาวไทย

สองหนุ่ม อินซอง และ ฮวียอง วง SF9 เตรียมบุกเซอร์ไพรส์แฟนคลับชาวไทย

ส่งคลิปมายืนยันว่ามาแน่! สำหรับสองหนุ่ม อินซอง และ [...]

READ MORE