Anantara Dhigu Maldives Resort สวรรค์กลางลากูนมัลดีฟส์…ไปที่เดียวเหมือนได้เที่ยว 3 เกาะ

Anantara Dhigu Maldives Resort สวรรค์กลางลากูนมัลดีฟส์…ไปที่เดียวเหมือนได้เที่ยว 3 เกาะ

Anantara Dhigu Maldives Resort คือสวรรค์กลางลากูนแห่งมัลดีฟส์ที่แท้จริง เพราะอย่างที่รู้กันว่าหมู่เกาะมัลดีฟส์ มีรีสอร์ทสุดหรูให้เลือกมากมายในสไตล์ที่แตกต่างกัน บางเกาะตั้งอยู่ห่างไกลคือต้องใช้เครื่องบินภายในประเทศเพื่อเดินทางไปถึง ข้อดีคือคุณจะได้เห็นภูมิประเทศคล้ายไข่ดาวทะเลของมัลดีฟส์ แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและเวลาที่เสียไป ในขณะที่รีสอร์ทใกล้เมืองหลวง คุณจะได้สัมผัสน้ำทะเลสีฟ้าใสไม่ต่างกัน ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า และวิวทิวทัศน์ในพื้นราบก็ไม่ได้แตกต่างจากเกาะที่ห่างไกลเลย แต่สำหรับ Anantara Dhigu Maldives  มีจุดเด่นคืออยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 25 นาทีเท่านั้น แต่ก็ยังมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและเงียบสงบ

Anantara Dhigu Maldives Resort

คำแนะนำสำหรับการเลือกเที่ยวบินสู่มัลดีฟส์คือควรเลือกเวลาไปถึงใกล้ๆ เที่ยงวันเผื่อเวลาสำหรับการเช็คอินเข้ารีสอร์ท เพราะเอาเข้าจริงเมืองหลวงอย่างมาเล่ก็อาจจะไม่มีอะไรตื่นตาตื่นใจให้เราเดินเล่นฆ่าเวลามากนัก ครั้งนี้เราเลือกไปกับสายการบิน Bangkok Airways มีเที่ยวบินออกจากกรุงเทพตอน 09.20 น. ถึงมัลดีฟส์ตอน 11.45น ใช้เวลาไปถึงรีสอร์ทอีกนิดหน่อยก็เช็คอินเข้าพักได้พอดี

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives Resort

อีกอย่างเป็นไฟล์ที่ไม่เช้าเกินไปถึงสนามบินสัก 07.00 น. มีเวลาเอ็นจอยกับของอร่อยในเลาจน์ของการสายการบินแบบกำลังดี ส่วนใครที่ถือบัตรพรีเมียร์ฟลายเออร์โบนัสหรือบินในชั้นบิสเนสก็มีสิทธิ์เข้าเลาจน์บลูริบบอนคลับที่มีเก้าอี้นวด ห้องอาบน้ำส่วนตัวเสิร์ฟอาหารอุ่นร้อนรสอร่อยอย่าง ข้าวต้มบะกุ๊ดเต๋ บะหมี่ เกี๊ยวกุ้ง ฯลฯ และแน่นอนที่พลาดไม่ได้คือข้าวต้มมัด และนำ้ใบข้าว บอกได้เลยว่ากินที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่นี่

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives ตั้งอยู่ที่เกาะดิกูฟิโนลู ทางตอนใต้ของหมู่เกาะมาเล่ อะทอล (the South Male Atoll) ใช้เวลาเดินทางด้วยสปีดโบ๊ทเพียง 25 นาทีก็ถึงรีสอร์ท ความโดดเด่นอีกอย่างของที่นี่ก็คือมีเกาะถึง 3 เกาะที่เดินทางถึงกันได้ด้วยเรือข้ามฟาก

Anantara Dhigu Maldives Resort

ซึ่งอีก 2 เกาะก็เป็นรีสอร์ทในเครือ Anantara คือ Anantara Veli รีสอร์ทสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น และ Naladhu รีสอร์ทอารมณ์เกาะส่วนตัวมีวิลล่าเพียง 20 หลัง โดยทั้ง 3 แห่งสามารถใช้บริการร้านอาหารและสปาร่วมกันได้

Anantara Dhigu Maldives Resort

ข้อดีอีกอย่างของการเป็นหมู่เกาะก็คือแต่ละเกาะจะบังคลื่นลมทำให้ลากูนตรงกลางเป็นท้องน้ำที่เงียบสงบ ในขณะที่ชายฝั่งของเกาะ Naladhu เป็นทะเลเปิดจึงเหมาะมากสำหรับนักเซิร์ฟที่อยากลองกีฬาเอ็กสตรีม

Anantara Dhigu Maldives Resort

ความประทับใจแรกเมื่อก้าวถึง Anantara Dhigu Maldives Resort ก็คือการต้อนรับโดยพนักงานที่ออกมาลั่นกลองในแบบมัลดีฟส์พร้อมเวลคัมดริ้งเย็นๆ ก่อนเข้าไปเช็คอินในห้องพักที่มีให้เลือกถึง 9 ประเภท

Anantara Dhigu Maldives Resort

ที่เด่นๆ ก็คือห้องแบบ Sunrise Beach Villa และ Sunset Beach Villa วิลล่าริมชายหาดที่มีให้ทั้งวิวพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก ด้านในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน ของประดับตกแต่งสีเทอร์ควอยส์ให้อารมณ์ทะเล พร้อมห้องอาบน้ำแบบเปิดโล่ง เรนเชาว์เวอร์ และอ่างอาบน้ำแบบเทอร์ราซโซขนาดใหญ่ จากวิลล่าเพียงไม่กี่ก้าวก็เดินไปถึงชายหาดพร้อมศาลาส่วนตัวให้ดื่มด่ำกับท้องทะเลอย่างเต็มอิ่ม

Anantara Dhigu Maldives Resort

ส่วนห้องพักแบบ Over Water Suite  หรือห้องพักกลางน้ำก็มีให้เลือกทั้งมุมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ตัววิลล่าทำจากไม้สีเข้มกับหลังคาทรงกลมมนตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเลดูสะดุดตา ส่วนด้านในใช้ของประดับตกแต่งโทนสีร้อนเพิ่มความสดใส

Anantara Dhigu Maldives Resort

ที่ระเบีบงมีเดย์เบดและบันไดให้ลงเล่นน้ำได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ ไฮไลท์อีกอย่างของห้องแบบ Over Water Suite ก็คือห้องน้ำในส่วนของอ่างอาบน้ำที่วางไว้ตรงกลางห้องอย่างเหมาะเจาะกับวิวลากูนด้านหลังที่ใครเห็นก็ต้องถ่ายรูปเก็บไว้

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives Resort มีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กราว 12 ไร่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมครบครันเช่นฟิตเนส และสนามเทนนิสกลางแจ้ง คุณสามารถเดินเล่นรอบเกาะได้อย่างสบายๆ อย่างไรก็ดีทางรีสอร์ทมีจักรยานให้ผู้เข้าพักปั่นรอบๆ รีสอร์ทก็ได้

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives Resort

ส่วนกิจกรรมทางน้ำก็มีให้เลือกทั้งการพายแพดเดิลบอร์ดไปรอบๆ เกาะ หรือไปถ่ายภาพบนเปลญวนและชิงช้ากลางลากูนซึ่งถือว่าเป็นซิกเนอเจอร์ของที่นี่เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพายเรือคายักไปปิกนิกบนเกาะเล็กๆ ชื่อ  Gulhifushi ที่เป็นเหมือนบีชคลับของทางรีสอร์ทพร้อมบริการดำน้ำสน๊อกเกอริ่งสำรวจแนวประการังรอบๆ เกาะอีกด้วย

Anantara Dhigu Maldives Resort

อย่างที่เล่าไปข้างต้นว่าที่นี่สามารถใช้บริการห้องอาหารและสปากับอีก 2 รีสอร์ทใกล้ๆ ได้ด้วย ทำให้แขกที่เข้าพักได้ลองอาหารที่หลากหลายเริ่มตั้งแต่บุฟเฟ่ต์มื้อเช้าที่ห้องอาหารฟูชิคาเฟ่ท์ (Fushi Café) ซึ่งตั้งอยู่บนหาดทรายขาวติดกับท่าเรือของรีสอร์ท บริการสเตชั่นปรุงอาหารสดใหม่ และอาหารนานาชาติ ที่ชอบมากก็คือ Egg of The Day เมนูไข่ที่สลับสับเปลี่ยนไปทุกๆวัน รวมถึงขนมแพนเค้กอร่อยๆ ที่ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนกัน

Anantara Dhigu Maldives Resort

ส่วนห้องอาหารซี. ไฟร์. ซอลท์. (Sea. Fire. Salt.) ตั้งอยู่อีกด้านของเกาะ เป็นห้องอาหารที่มีระเบียงไม้กว้างตั้งอยู่เหนือน้ำทะเล เสิร์ฟอาหารทะเลสดใหม่ พร้อมเนื้อนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ที่เด่นมากๆ ก็คือที่นี่มีเกลือหลากหลายชนิด พร้อมท์กูรู คอยให้คำแนะนำในการจับคู่เกลือให้เข้ากับอาหาร

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives Resort

ส่วนใครที่อยากทานอาหารแบบง่ายๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ต้องไปที่ อควา (Aqua) บาร์สุดเก๋บนเกาะตั้งอยู่ริมสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พูลริมมหาสมุทรอินเดีย ให้ได้ชมพระอาทิตย์ตกดินแบบชิลล์สุดๆ

Anantara Dhigu Maldives Resort

เมื่อข้ามไปที่ Anantara Veli ก็จะได้พบกับห้องอาหาร 73 ดีกรี (73 Degrees) เป็นอาคารศาลาโดยเสิร์ฟทั้งอาหารเช้า และมื้อค่ำในแบบกึ่งบุฟเฟต์ ในช่วงที่เราเดินทางไปเป็นช่วงลอยกระทงพอดีทางรีอสอร์ทจึงจัดกิจกรรมลอยกระทงน่ารักๆ ที่ห้องอาหารนี้ให้สมกับเป็นเครือโรงแรมสัญชาติไทย

Anantara Dhigu Maldives Resort

ส่วนแฟนอาหารญี่ปุ่นต้องไปที่ห้องอาหารญี่ปุ่นโอริกามิ (Origami) ให้บริการอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย และในบางคืนก็มีการจัดบุฟเฟ่ต์ซึ่งมีอาหารญี่ปุ่นนานาชนิดมาเสิร์ฟให้แบบไม่อั้น

Anantara Dhigu Maldives Resort

ปิดท้ายที่เรียกว่าเป็นไฮไลท์ประจำเกาะเลยก็ว่าได้คือห้องอาหารไทยบ้านฮูรา (Baan Huraa) เป็นเรือนไทยไม้สักที่ตั้งอยู่กลางลากูนเหนือแนวปะการัง ใช้การเดินทางด้วยเรือไม้ท้องถิ่นในสไตล์มัลดีเวี่ยนเพื่อไปถึง

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives Resort

ที่นี่เสิร์ฟอาหารไทยต้นตำรับจากหลากหลายภาค บริการโดยพนักงานชาวไทย มั่นใจได้ว่ารสชาติจัดจ้านแบบไทยแท้แน่นอน เราติดใจ Catch of The Day ของที่นี่ คือการนำปลาท้องถิ่นที่จับได้ในแต่ละวันการันตรีว่าสดจริงมาปรุงเป็นอาหารไทยรสชาติถูกปาก ช่วยบรรเทาความคิดถึงเมืองไทยได้มากทีเดียว

Anantara Dhigu Maldives Resort

ใครมาเที่ยวมัลดีฟส์ก็คงอยากชิลล์ให้ถึงขีดสุด เราขอแนะนำให้ลองใช้บริการ Anantara Spa ด้วยเทคนิคการนวดผสมผสานศาตร์แบบตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน ที่พิเศษยิ่งกว่าคือตัวสปาตั้งอยู่บนวิลล่ากลางน้ำจำนวน 6 ห้องกับวิวมหาสมุทรอินเดีย

Anantara Dhigu Maldives Resort

Anantara Dhigu Maldives Resort

นอกจากนี้ยังมีศาลาเปิดโล่งสำหรับนวดไทยอีก 2 หลัง ทำสปาเสร็จแล้วยังได้เอ็นจอยกับ Relaxation Deck ริมทะเล พร้อมจากุซซี่ให้ได้ลงไปแช่ผ่อนคลายได้แบบไม่จำกัดเวลา แนะนำให้จองสปาในช่วงบ่ายแก่ๆ คุณจะได้เอ็นจอยกับแสงพระอาทิตย์ยามเย็นที่  Relaxation Deck อย่างพอดิบพอดี

Anantara Dhigu Maldives Resort

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่อยากแนะนำคือ การดำน้ำกับปลาฉลาม! โดยการนั่งเรืออกจากเกาะไปประมาณ 45 นาที คุณก็จะได้พบกับฝูงฉลาม แต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะเป็นฉลามสายพันธ์ุที่ไม่ทำร้ายคน ถ้าคุณโชคดีมันก็แค่ว่ายน้ำเอาจมูกมาชนเท่านั้นเอง

Anantara Dhigu Maldives Resort

หลังจากที่ได้ไปสำรวจ Anantara Dhigu Maldives Resort สิ่งที่รู้สึกได้เลยก็คือความสุขสงบอบอุ่น สัมผัสได้ถึงบริการที่ดีแบบไทย ในวิวทิวทัศน์และบรรยากาศระดับโลก ถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่สร้างความประทับใจแบบนี้ Anantara Dhigu Maldives Resor คือคำตอบ โทร: +960 664 4100 Email: dhigumaldives@anantara.com และ dhigu-maldives.anantara.com 

Travel info

Anantara Dhigu Maldives Resort

สายการบินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางกรุงเทพฯมัลดีฟส์ ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน ผู้โดยสารทุกท่าน สามารถใช้บริการห้องรับรองผู้โดยสารบูทีคเลาจน์ ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สำหรับผู้โดยสารชั้นบลูริบบอนคลาส (ชั้นธุรกิจ) รวมไปถึงผู้โดยสารที่ถือบัตรฟลายเออร์โบนัสระดับพรีเมียร์ ทางสายการบินฯ จัดห้องรับรองผู้โดยสารบลูริบบอนคลับเพิ่มบริการพิเศษ อย่างห้องสมุดส่วนตัวที่สามารถใช้เป็นห้องประชุมขนาดเล็กได้ เก้าอี้นวดที่ช่วยผ่อนคลายและห้องอาบน้ำส่วนตัว ที่นั่งชั้นชั้นธุรกิจ แต่ละที่นั่จะได้รับ ไอแพดส่วนตัวเพื่อรับชมความบันเทิงตามความต้องการ โดยมีระยะห่างระหว่างที่นั่ง 47 นิ้ว และกว้าง 28 นิ้ว และมีบริการเมนูพิเศษ รวมถึงเครื่องดื่มที่หลากหลาย นอกจากนี้ ผู้โดยสารชั้นชั้นธุรกิจยังได้รับสิทธิพิเศษ อาทิเช่น เช็คอินด้วยความสะดวกรวดเร็ว ณ บลูริบบอนคลาส เช็คอินเคาน์เตอร์ พร้อมน้ำหนักสัมภาระ 30 กิโลกรัมต่อท่าน พร้อมสิทธิในการรับกระเป๋าก่อน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ www.bangkokair.com หรือ Call Center โทร.1771

ติดตามความเคลื่อนไหวของ OK! Magazine Thailand ได้ที่…

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : @okmagazinethailand
Facebook : @okmagthailand
Twitter : @okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ตระเวนชิม ของอร่อยสุโขทัย แนะนำโดย คุณอิงค์-หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์

ตระเวนชิม ของอร่อยสุโขทัย แนะนำโดย คุณอิงค์-หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์

นอกจากจะมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ของอร่อยสุโขทัย ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเพราะมีเอกลักษณ์ที่หากินที่อื่นไม่ได้ ทำให้การมาชิม [...]

READ MORE
3 กูรู แนะนำ ท่องเที่ยวสุโขทัย อย่างคนรู้จริง!

3 กูรู แนะนำ ท่องเที่ยวสุโขทัย อย่างคนรู้จริง!

 ความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุโขทัยที่มีมายาวนานกว่า800 ปี จนได้รับการขึ้นทะเบียนว่าเป็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศไทยจาก UNESCO [...]

READ MORE