ประสบการณ์ชีวิตแสนดราม่าที่ทำให้เรียนรู้และเติบโตของอารีอานา กรานเด

ประสบการณ์ชีวิตแสนดราม่าที่ทำให้เรียนรู้และเติบโตของอารีอานา กรานเด

คงไม่ผิดหากจะบอกว่าเหตุระเบิดที่คอนเสิร์ตใหญ่ของอารีอานา กรานเด ที่ Manchester Arena ในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 2017 ได้เปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล เพราะทำให้แฟนเพลงของนักร้องสาวเสียชีวิตเป็นจำนวน 22 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 139 คน นี่นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้อารีอานาเสียใจอย่างที่สุด แต่นั่นก็ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะปล่อยตัวเองให้อ่อนแอบ้าง เพื่อจะได้กลับมาเข้มแข็ง รวมทั้งมอบความหวังและกำลังใจให้แก่แฟนๆ ให้กลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

 

ประสบการณ์ชีวิตแสนดราม่าที่ทำให้เรียนรู้และเติบโต

ของป๊อปสตาร์ไซส์มินิอารีอานา กรานเด

 

 

เหตุการณ์นี้ยังส่งผลต่องานเพลงในอัลบั้มใหม่อัลบั้มที่ 4 Sweetener ของอารีอานา ที่หยอดความหมาย คุณค่า และความหวังในชีวิตเข้าไปในเนื้อเพลงมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจาก 3 อัลบั้มก่อน ทั้ง Yours Truly (2013), My Everything (2014) และ Dangerous Woman (2016) โดยมาพร้อมเพลงดังๆ อย่าง “No Tears Left to Cry”, “God Is a Woman”, “Breathin” และวางจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม ล่าสุดเธอปล่อยเพลง “Thank U, Next” จากอัลบั้มใหม่อัลบั้มที่ 5 ในชื่อเดียวกัน โดยนี่ยังเป็นเพลงที่ขึ้นอันดับหนึ่งทั้งในชาร์ทเพลงในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ปล่อยออกมา (ทั้งยังขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ทเพลงของเกาะอังกฤษด้วย) และนี่คือมุมมองตกผลึกของป๊อปสตาร์มหาชนวัย 25 ปี ซึ่งเธอได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

 

One Love Manchester

แน่นอนว่าเหตุระเบิดแสนดราม่าและนำมาซึ่งความสูญเสียที่คอนเสิร์ตของอารีอานาในเดือนพฤษภาคมปี 2017 ย่อมทำให้ทุกคนรู้สึกตกใจ สะพรึงกลัว และวิตกกังวล กับอารีอานาก็เช่นกัน นั่นส่งผลให้เธอต้องยกเลิกโชว์ไป 7 โชว์ แต่ด้วยความรักที่มีต่อบรรดาแฟนเพลง อารีอานาจึงรวบรวมสติ ชวนเพื่อนศิลปินในวงการ และกลับมาเปิดคอนเสิร์ตการกุศล One Love Manchester ในวันที่ 4 มิถุนายน เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ งานนั้นมีเพื่อนศิลปินใจบุญมาร่วมจอยบนเวทีกับอารีอานาเพียบ ทั้งวง Take That, ร็อบบี้ วิลเลียมส์, ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์, ไมลีย์ ไซรัส, ไนออลล์ ฮอแรน, สตีวี่ วันเดอร์, วง Little Mix, วง The Black Eyed Peas, เคที่ เพอร์รี่, จัสติน บีเบอร์, วง Coldplay, เลียม กัลลาเกอร์ ฯลฯ นับว่าอารีอานาและทุกๆ คนเข้มแข็งและใจมากที่กลับมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ที่แมนเชสเตอร์อีกครั้ง “เราไม่อยากเกรงกลัวต่อเรื่องอะไร เพราะนั่นคือสิ่งที่ผู้ก่อการร้ายต้องการ ถ้าเรากลัว พวกเขาก็จะเป็นฝ่ายชนะ” ไม่เพียงเท่านั้นอารีอานายังเดินสายทัวร์ Dangerous Woman Tour ต่อจนจบที่ฮ่องกงในเดือนกันยายนปีนั้น “เราพยายามจะไม่อ่อนข้อต่อความกลัว นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฉันเดินสายทัวร์ต่อจนจบ”

 

 

เราไม่อยากเกรงกลัวต่อเรื่องอะไร เพราะนั่นคือสิ่งที่ผู้ก่อการร้ายต้องการ ถ้าเรากลัว พวกเขาก็จะเป็นฝ่ายชนะ เราพยายามจะไม่อ่อนข้อต่อความกลัว นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฉันเดินสายทัวร์ต่อจนจบ 

 

 

We Have to Be Fearless, But the Truth Is, It’s Scary

หลังจากเหตุระเบิดที่แมนเชสเตอร์ ไม่ว่าอารีอานาจะเดินทางไปไหน หรือเล่นคอนเสิร์ตที่ใด (รวมทั้งที่เมืองไทยเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา) เธอจึงได้รับการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเสมอ “ทุกที่ที่ไป ฉันไม่ชอบที่มีการ์ดคอยตามไปด้วยตลอด รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ใช่มนุษย์และแปลกประหลาด ฉันรู้ดีว่าที่จริงทุกคนก็แค่อยากดูแลฉันให้ดี แต่บางครั้งฉันก็อยากจะหนีไปกับเพื่อนๆ และรู้สึกเป็นอิสระบ้าง อีกอย่างคือฉันเองก็ไม่อยากให้มีเครื่องตรวจจับโลหะตั้งอยู่ตรงทางเข้าคอนเสิร์ตของตัวเอง ไม่อยากให้แฟนๆ ต้องเอาของใส่ถุงแล้วถือเข้าไปในคอนเสิร์ต แต่พวกเขาก็ต้องทำแบบนั้น เราไม่อยากรู้สึกกลัว ไม่อยากยอมแพ้ แต่ลึกๆ เราก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี”

 

 

Her Healing Process

ศิลปินคนไหนที่เจอเรื่องราวหนักๆ อย่างอารีอานา ก็คงยากที่จะก้าวผ่านมันมาได้ “ฉันคิดว่าเวลา การบำบัด การแต่งเพลง การเผยความรู้สึกในใจออกมาให้หมด การใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ และครอบครัว ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น แต่การเผยความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดมันก็ยังยากมากอยู่ดี ฉันไม่เคยรู้สึกเปราะบางมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึก OK! กับการเปิดใจและสุดท้ายก็ยอมปล่อยให้ตัวเองเปราะบาง คือการที่ฉันเห็นว่าแฟนๆ ก็รู้สึกแบบเดียวกับฉันเหมือนกัน” อารีอานาบอกว่าเหตุการณ์นี้ยังทำให้เธอกับแฟนเพลงบางคนกลายเป็นเพื่อนสนิทและผูกพันกันมากขึ้น

 

 

ฉันไม่อยากให้มีเครื่องตรวจจับโลหะตั้งอยู่ตรงทางเข้าคอนเสิร์ตของตัวเอง ไม่อยากให้แฟนๆ ต้องเอาของใส่ถุงแล้วถือเข้าไปในคอนเสิร์ต แต่พวกเขาก็ต้องทำแบบนั้น เราไม่อยากรู้สึกกลัว ไม่อยากยอมแพ้ แต่ลึกๆ เราก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี

This Is a New Chapter

อัลบั้มที่ 4 ชื่อ Sweetener ของอารีอานา ถือเป็นชีวิตบทใหม่ในวงการเพลงของเธอก็ว่าได้ อัลบั้มนี้เธอเข้ามีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อเพลง รวมทั้งยังสอดแทรกมุมมองความคิดในงานเพลงมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพจิตใจ ขณะเดียวกันความเปราะบางที่อารีอานาต้องก้าวผ่านก็ทำให้เธอรู้สึกเชื่อมโยงกับงานเพลงมากขึ้น “ที่ผ่านมาฉันคิดมาตลอดว่าเพลงของฉันมันก็เพราะดี แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างได้มากเท่ากับเพลงในอัลบั้มใหม่ ฉันมักเน้นแต่เรื่องเสียงร้องและการเต้นเซ็กซี่ๆ อะไรอย่างนั้นมากกว่า จริงอยู่ที่เพลงของฉันคือป๊อปและฉันเต้นสไตล์ป๊อป แต่ถึงตอนนี้มันคือเพลงป๊อปที่มอบแนวคิดบางอย่างและมีจิตวิญญาณของฉันอยู่ในนั้นด้วย” อัลบั้ม Sweetener ยังโดดเด่นด้วยการผสมผสานดนตรีแทร็ปเข้าไป จังหวะเพลงหลายๆ เพลงจึงชวนเต้น แม้เนื้อหาจะเศร้ามากก็ตาม อย่างเช่นเพลง “No Tears Left to Cry” ซึ่งอารีอานาบอกว่าในช่วงที่แต่งเนื้อเพลง เธอร้องไห้หนักมากๆ

 

 

Three Features on Sweetener

สำหรับอัลบั้มใหม่นี้ มีศิลปินมาร่วมฟีเจอริงกับอารีอานา 3 คนด้วยกัน ได้แก่ นิคกี้ มินาจ ในเพลง “The Light Is Coming”, ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ ในเพลง “Blazed” และมิสซี่ เอลเลียต ในเพลง “Borderline” ทั้งนี้เธอยังได้ศิลปินเจ๋งๆ อย่างฟาร์เรลล์มารับหน้าที่เป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์ของอัลบั้ม เพื่อสร้างสรรค์ดนตรีสไตล์ใหม่ๆ ให้กับงานเพลงของเธอ

 

ฉันคิดว่าเวลา การบำบัด การแต่งเพลง การเผยความรู้สึกในใจออกมาให้หมด การใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ และครอบครัว ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น แต่การเผยความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดมันก็ยังยากมากอยู่ดี ฉันไม่เคยรู้สึกเปราะบางมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึก OK! กับการเปิดใจและสุดท้ายก็ยอมปล่อยให้ตัวเองเปราะบาง คือการที่ฉันเห็นว่าแฟนๆ ก็รู้สึกแบบเดียวกับฉันเหมือนกัน

No Tears Left to Cry” Music Video

ช่วงท้ายของมิวสิกวิดีโอเพลง “No Tears Left to Cry” ซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม Sweetener เราจะเห็นอารีอานาโยนลูกบอลไปให้สุนัข ซึ่งตอนหลังกลายมาเป็นผึ้งงานตัวหนึ่งที่บินไปบนท้องฟ้า ผึ้งงานเป็นสัญลักษณ์ของเมืองแมนเชสเตอร์ ส่วนหนึ่งของมิวสิกวิดีโอเพลงนี้จึงเหมือนเป็นการอุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่คอนเสิร์ตของเธอในเมืองแมนเชสเตอร์นั่นเอง

 

 

 

“Get Well Soon”

อารีอานาเผยว่าเพลง “Get Well Soon” หนึ่งในเพลงของอัลบั้มพูดถึงความกลัวและอาการวิตกกังวล ซึ่งเธอเขียนเนื้อเพลงทันทีที่มีความรู้สึกแบบนั้น รวมทั้งบอกให้แฟนเพลงดูแลตัวเองและสลัดความคิดในแง่ลบออกไปจากชีวิต เหมือนเป็นการมอบอ้อมกอดของเธอให้แฟนๆ ผ่านเสียงเพลง “ฉันเล่นเพลงให้แฟนเพลงบางคนฟังก่อนที่จะให้ค่ายเพลงฟังเสียอีก พวกเขารู้สึกขอบคุณที่ฉันทำเพลงนี้ขึ้นมา ที่จริงตอนแต่งเพลงเกี่ยวกับความวิตกกังวลฉันก็กลัวมากเหมือนกัน แต่พอเห็นฟีดแบ็กจากแฟนๆ ฉันก็รู้สึกดีและขอบคุณพวกเขามากๆ เหตุการณ์เลวร้ายอาจทำให้เราติดอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ ไปตลอดชีวิต แต่บางครั้งทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับมุมมอง เมื่อมุมมองเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยนด้วยเหมือนกัน คุณจะอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับสิ่งที่จะมอบความสุขให้ตัวเองมากขึ้น” ว่ากันว่าเพลงนี้แต่งขึ้นเพื่อมอบให้แก่แฟนเพลงที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่คอนเสิร์ตของอารีอานาในเมืองแมนเชสเตอร์ เพราะเพลงมีความยาว 5 นาที 22 วินาที สอดคล้องกับเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ 5 และ 22 คือวันที่ 22 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 

Mental Health Is a Prevalent Theme

หนึ่งในเนื้อหาสำคัญของอัลบั้ม Sweetener คือสุขภาพจิต โดยเฉพาะเรื่องความวิตกกังวลที่อารีอานาต้องรับมือ “เนื้อหาส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้พูดถึงความวิตกกังวลและโศกนาฏกรรมส่วนตัวที่เราเผชิญ สุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้เท่าไร เพราะวันหนึ่งๆ เรามีอะไรต้องทำมากมาย ต้องทำงาน เลี้ยงลูก ไปนู่นมานี่ มีแรงกดดันที่ต้องเข้ากับผู้คนในสังคมที่คุณอยู่ ต้องคอยลงสตอรี่ในอินสตาแกรม แต่เรากลับไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความรู้สึกที่อยู่ข้างในใจ ฉันเลยมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ”

 

เหตุการณ์เลวร้ายอาจทำให้เราติดอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ ไปตลอดชีวิต แต่บางครั้งทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับมุมมอง เมื่อมุมมองเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยนด้วยเหมือนกัน คุณจะอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับสิ่งที่จะมอบความสุขให้ตัวเองมากขึ้น

Her Grandma’s Favorite Song

แฟนเพลงของอารีอานาคงทราบกันดีว่านักร้องสาวที่มีเชื้อสายอิตาเลียนคนนี้ สนิทกับคุณยายหรือที่เธอเรียกว่านอนน่ามากๆ เมื่อครั้งไปให้สัมภาษณ์ในรายการดัง The Tonight Show Starring Jimmy Fallon เธอเปิดใจว่า “ฉันถามนอนน่าว่านอนน่าคะ ชอบเพลงไหนของหนู ชอบ “No Tears Left to Cry” ไหม นอนน่าตอบว่าชอบนะ แต่ว่าอารีอานา ยายขอฟังเพลง “God Is a Woman” อีกรอบได้ไหม” คำตอบจึงอยู่ที่ว่า “God Is a Woman” คือเพลงโปรดของคุณยายของเธอจากอัลบั้มล่าสุด

 

 

 

Her Loss of Mac Miller

แม้แต่กับเรื่องความรักอารีอานาก็ยังมิวายเจอะเจอกับเรื่องราวน่าเศร้า หลังนักร้องสาวไซส์มินิเข้าห้องอัดเสียงในเพลง “The Way” โดยมีแมค มิลเลอร์ แร็ปเปอร์หนุ่มมากความสามารถมาฟีเจอริงด้วยในปี 2012 ทั้งคู่ก็เริ่มเดทกันในเดือนสิงหาคม ปี 2016 แต่สุดท้ายก็ปิดประตูรักกันไปในเดือนพฤษภาคมปีนี้ โดยสาเหตุที่ทำให้ความรักเป็นพิษอาจมาจากการที่แมคใช้ยาเป็นประจำ เรื่องน่าเศร้าคือสุดท้ายแมคก็มาด่วนจากไปในเดือนกันยายนปีนี้ที่บ้านของเขาในสตูดิโอซิตี้ในวัยเพียง 26 ปี โดยคาดว่าน่าจะเกิดจากการใช้ยาเกินขนาด อารีอานาโพสต์ข้อความถึงแมคในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “แมคคือหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดและเป็นคนโปรดของฉันบนโลกใบนี้ ฉันเคารพและชื่มชมเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและรู้สึกขอบคุณที่เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะในความสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตาม” การที่แมคด่วนจากไปจึงสร้างความเจ็บปวดให้แก่อารีอานาไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

 

Her Ex-Fiancé

หลังโบกมือลาจากแมคในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ในเดือนเดียวกัน อารีอานาก็ออกสตาร์ทความสัมพันธ์กับตลกหนุ่มพีต เดวิดสัน ต่อทันที ตอกย้ำความรักสุดเข้มข้นด้วยการที่ทั้งคู่ประกาศหมั้นหมายในเดือนมิถุนายนหลังควงกันได้เพียง 1 เดือน แต่สุดท้ายความรักหวานๆ ของอารีอานากับพีตก็กลายเป็นขมราวติดสปีด และทั้งคู่ประกาศถอนหมั้นและเลิกราในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา! สัมพันธ์รักครั้งนี้ยังทำให้อารีอานาสร้างสรรค์เพลงหนึ่งในอัลบั้ม Sweetener ที่ชื่อ “Pete Davidson” โดยพูดถึงพีตโดยตรงด้วย อารีอานาเผยว่าตอนแรกจะตั้งชื่อเพลงว่า “Pete” เฉยๆ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจใช้ชื่อจริงของเขาว่า “Pete Davidson” นักร้องสาวเปิดใจในช่วงที่ทั้งคู่ยังอินเลิฟกันอยู่ว่า “ฉันชอบชื่อของเขาและรักเขา ดนตรีจะยังคงอยู่ตลอดไป มันอยู่ได้ยาวนานกว่ารอยสัก ความทรงจำ หรืออะไรอย่างอื่น ฉันอยากให้ความรักและความรู้สึกที่ฉันมีให้กับเขาเป็นส่วนหนึ่งในเพลงนี้ด้วย” นี่จึงเป็นความผิดหวังในความรักอีกครั้งหนึ่งของอารีอานาที่มาไวไปไวจนแฟนๆ แทบไม่ทันตั้งตัว และน่าจะทำให้เธอเฮิร์ตไปอีกพักใหญ่

 

 

Her Support for the LGBT Community

อีกหนึ่งเรื่องที่แฟนๆ ของอารีอานารู้กันดีคือเธอเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่สนับสนุนกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่จริงเธอเติบโตในครอบครัวคาทอลิก แต่สุดท้ายก็โบกมือลาศาสนาที่เธอนับถือ ด้วยความที่ไม่เห็นด้วยกับการไม่ยอมรับคนที่รักเพศเดียวกัน อีกทั้งแฟรงกี้ กรานเด พี่ชายต่างพ่อของเธอซึ่งเป็นนักแสดงและยูทูบเบอร์ก็เป็นเกย์ อารีอานาจึงเปลี่ยนไปนับถือลัทธิคับบาลาห์ตอนอายุ 12 ปี รวมทั้งแฟรงกี้ด้วย โดยเชื่อในหลักการที่ว่าถ้าเราทำตัวดีกับผู้อื่น สิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นกับเรา ทุกวันนี้เรายังคงเห็นอารีอานาสนับสนุนกลุ่ม LGBT และสิทธิของพวกเขามาตลอด ไม่ว่าจะผ่านงานเพลง แฟชั่นเซ็ต หรือโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตของเธอ

 

 

[Photo Credit: Dave Meyers (Universal Music Thailand), Instagram: arianagrande]

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : http://www.okmagazine-thai.com

Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand

Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

Twitter : https://twitter.com/okthailand

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

เรื่องราวความรักสุดเซอร์ไพรส์ของเจสัน โมโมอา พระเอกกล้ามล่ำจาก Aquaman

เรื่องราวความรักสุดเซอร์ไพรส์ของเจสัน โมโมอา พระเอกกล้ามล่ำจาก Aquaman

ภาพภายนอกเขาอาจเป็นผู้ชายที่แมนสุดๆ แต่ในความมาดแมน แฮนด์ซั่ม และหล่อล่ำบึ้ก [...]

READ MORE
จองอิลอู จ่อคิวคัมแบ็กพร้อมซีรีส์ใหม่ หลังเรียนรู้ชีวิตในรั้วทหาร

จองอิลอู จ่อคิวคัมแบ็กพร้อมซีรีส์ใหม่ หลังเรียนรู้ชีวิตในรั้วทหาร

จองอิลอู พร้อมคัมแบ็ก! หลังทิ้งทวนด้วยการมาเป็นพระเอกเกาหลีเต็มตัวคนแรกในละครไทยเรื่อง กลรักเกมมายา [...]

READ MORE