เปิดบ้าน คุณโรส พรรณี ซาเอกิ ผู้หญิงสุดสตรอง เจ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจด้วยสองมือและหนึ่งใจ

เปิดบ้าน คุณโรส พรรณี ซาเอกิ ผู้หญิงสุดสตรอง เจ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจด้วยสองมือและหนึ่งใจ

บ้านหลังงามสีขาวมูลค่ากว่าร้อยล้านที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ของคุณโรส-พรรณี ซาเอกิ ประธานบริษัท R.R.D Automotive (Thailand) Co, LTD ผู้ผลิตชิ้นส่วนยายนต์ให้กับบริษัทยานยนตร์ชั้นนำนั้นบอกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีความเนี๊ยบ เป๊ะ หลงรักความเรียบโก้ และคลาสสิกเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันบริเวณสวนหน้าบ้านที่มีต้นไม้รายรอบก็ดูร่มรื่นสบายตา บ่งบอกถึงความสงบเย็นในจิตใจของเธอได้เช่นกัน ที่แห่งนี้มีทั้งความสวย เพอร์เฟ็กต์ งดงาม จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าชีวิตของสมาชิกทุกคนในบ้านคงโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ความจริงแล้วกว่าจะได้บ้านที่สวยสมบูรณ์หลังนี้มา คุณโรสต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อรักษาสมบัติทางใจ ซึ่งหมายถึง ลูก สามี และบ้านหลังนี้เอาไว้อย่างเข้มข้น จุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2552 เมื่อบริษัทขาดทุนหนักเป็นหลักร้อยล้าน คุณโรสที่ตอนนั้นอยู่ในสถานะคุณแม่ลูก 3 ที่มีหน้าที่ดูแลลูกและสามีนั้นก็คือคุณโทชิฮิโกะ ซาเอกิ ผู้ก่อตั้งบริษัท R.R.D Automotive  รวมถึงงานบ้านต่างๆ ตามแบบภรรยาที่เป็นเหมือนช้างเท้าหลังเลยต้องลุกขึ้นมาเคียงข้างคู่ชีวิต สู้แบบไม่ถอยเพื่อฝ่ามรสุมที่ยากที่สุดในชีวิตไปให้ได้ เธอดึงวิญญาณนักบัญชีและมาร์เก็ตติ้งที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในช่วงที่เรียนและทำงานมาแก้ปัญหาให้กับบริษัทไปทีละจุดจนปัญหาค่อยๆ คลี่คลาย หลายครั้งที่เธอร้องไห้ และเคยช๊อคจนเข้าโรงพยาบาลเพราะเครียดจัดกับปัญหาที่รุมเร้า แต่ก็ลุกขึ้นมาได้ เพราะรู้ว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว เธอสู้ต่อด้วยการคิดดี ทำดี พูดดี และผ่านมาได้ในที่สุด

 

 

จากผู้หญิงที่ดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว คุณโรสได้เพิ่มสถานะของตัวเองโดยก้าวมาเป็นประธานบริษัทฯ เป็นผู้บริหารที่น่าจับตามอง เป็นผู้หญิงสุดสตรองที่พร้อมไปด้วยความสามารถ เป็นเจ้านายที่ได้ใจลูกน้อง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาบทบาทความเป็นแม่บ้านไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกวันนี้คุณโรสยังคงตื่นตีห้า ลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าให้ลูกๆ และเตรียมอาหารใส่ปิ่นโตเพื่อให้สามีกินเป็นประจำ ซึ่งทุกอย่างที่ทำ ล้วนเป็นทั้งหน้าทีและความสุขที่คุ้นเคย ที่ทำมาตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา

 

 

ความเข้มข้นของชีวิตที่คุณโรสเจอมาในช่วงหลายปีมานี้เรียกได้ว่าหนักหน่วงมาก ถึงวันนี้มองตัวเองอย่างไร

รู้สึกว่าเซอร์ไพรส์มากค่ะ เพราะคิดไม่ถึงว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ความจริงแล้ว เราสู้มาตลอดชีวิต คุณพ่อ คุณแม่ก็ไม่ได้ให้อะไรมา สิ่งที่มีทุกวันนี้มาจากตัวเราเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิต เราสามารถเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเองได้ เราเลือกที่จะสู้กับปัญหามาตลอด ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้เลย มีปัญหาก็ยิ้มรับ แต่จะเป็นคนไม่สะสมปัญหา เลือกที่จะแก้ทีละจุด ไม่ค้างไว้ ทำแบบนี้แล้วมันก็จะค่อยๆ หมดไป และในที่สุดเราจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง

 

คุณพ่อ คุณแม่ของคุณโรสทำงานด้านไหนคะ

คุณพ่อเป็นเถ้าแก่ รับซื้อข้าวเปลือก เรามีรถ 30-40 คัน บ้านเราเป็นโรงสี อยู่ที่อำนาจเจริญค่ะ แต่ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจของที่บ้าน ทำให้เราต้องออกมาสู้ชีวิตด้วยตัวเอง ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ตลอดเวลาไม่เคยขอเงินที่บ้านใช้เลย พอทำงานก็ได้มีโอกาสดูแลครอบครัว โรสเคยทำงานส่วนมาร์เก็ตติ้งของบริษัทรถยนตร์ และสามารถทำยอดขายได้อันดับหนึ่ง คือขายรถ 15 คันได้ภายในวันเดียว ตอนนั้นแฮปปี้มาก จากนั้นก็ได้มาเจอกับสามีและออกจากบริษัทมาเป็นแม่บ้านคะ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเจอเขา โรสเคยมีชีวิตคู่และมีลูกสาวมาแล้ว 1 คนค่ะ

 

การเริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งที่ 2 สำหรับคุณโรสยากหรือง่ายอย่างไร

สำหรับโรส ไม่ยากค่ะ เพราะเราโตและเข้าใจชีวิตมากแล้ว แต่สำหรับน้องนุ่นในวัย 5-6 ขวบ ยากค่ะ เขายังไม่เข้าใจอะไรขนาดนั้น เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ดีหรือไม่ แต่สามีก็พยายามดูแลน้องนุ่น พอปิดเทอมก็พากันไปเที่ยว ไปดำน้ำ  ใส่ใจ ดูแล น้องนุ่นชอบกินอะไร ชอบทำอะไร เขาก็จะทำทุกอย่างให้ลูกเรามีความสุข โรสเคยบอกเขาว่า ถ้าจะเข้ามาอยู่ในชีวิตโรส เขาต้องรักลูกโรสให้มากกว่าโรส เพราะลูกคือชีวิตของโรส เรารักเขามากกว่าตัวเองอยู่แล้ว และสามีก็ทำได้ดีมากด้วย เขาเคยพูดกับโรสว่า อยากมองดูนุ่นตั้งแต่ตอนเด็กถึงตอนโตว่านุ่นจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วนุ่น เรียกเขาว่าคุณพ่ออย่างเต็มใจ ตอนเขาจะเรียนต่อปริญาตรีสามีก็พาเขาไปสมัครเรียนที่ Bunka Fashion School เพราะลูกสนใจทางด้านดีไซน์ เขาไปกับลูก 2 คน ดูเรื่องที่อยู่ ที่อาศัย ทีเรียน จนนุ่นสอบเข้าได้ และตอนนี้ก็ไปเรียนต่อที่อเมริกา ทางด้าน MBA  แล้วเราก็มีลูกด้วยกันอีก 2 คนคือน้องไอโกะอายุ 16 และน้องโทคิโตะ อายุ 12 ทั้ง 3 คนพูดได้ 3 ภาษาคือไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น แต่เวลาอยู่ด้วยกันทุกคนจะชอบพูดภาษาไทย รวมถึงสามีด้วย เขาบอกว่าเขาชอบค่ะ (หัวเราะ)

 

 

เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าคุณโรสกับสามีพบกันได้อย่างไร

เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนโรส ตอนแรกสามีเป็นพนักงานบริษัทรถยนตร์อีกที่หนึ่ง เราได้มาเจอกันในวันเกิดเพื่อน แล้วเขาก็มาพูดกับเรา แต่ทักษะการพูดภาษาไทยของเขายังไม่ค่อยเก่งมาก แต่ก็คุยกันมาเรื่อยๆ อยู่มาวันหนึ่งรถของโรสโดนเฉี่ยว กระจกหลุด เขาก็ช่วยโทรหาเพื่อนเขา เอากระจกมาเปลี่ยนให้เรา (หัวเราะ) เหมือนพยายามเข้ามาอยู่ในชีวิต ดูแลเรา ตลอดระยะเวลาที่คบกัน โรสเห็นว่าเขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมาก ต่อให้ต้องไปปาร์ตี้ต่อกับที่ทำงานดึกแค่ไหน พอตี 5 เขาก็สามารถตื่นขึ้นมาเพื่อไปทำงานต่อได้ ซึ่งสเป็กของโรสคือคนขยัน ไม่ใช่คนรวย แล้วเขาก็เป็นแบบนั้น และเป็นคนดีด้วย เราก็เลยชอบเขา รู้จักกันมา 2 ปีก็ตกลงใช้ชีวิตด้วยกัน

การมีสามีเป็นคนที่ต่างชาติ ต่างภาษาต้องมีการปรับตัวเข้าหากันอย่างไร

ไม่ต้องปรับอะไรเลยค่ะ เพราะเขาเป็นคนง่ายๆ  ไม่เคยต่อว่าหรือพูดอะไรให้ไม่สบายใจ หลังจากแต่งงานกัน สามีก็ออกมาตั้งบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนตร์กับเพื่อนคนญี่ปุ่นของเขาและทำงานหนักมาก แต่ไม่เคยเอางานกลับมาบ้าน พอถึงบ้านเขาคือพ่อ และสามีที่น่ารัก เป็นแฟมิลี่แมนมาก ยิ่งช่วงที่ลูกยังเล็ก พอเขากลับมาก็จะช่วยเลี้ยงลูก อุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม แม้กระทั่งอาบน้ำให้ลูกก็ทำได้ เป็นผู้ชายที่รักลูกมากและติดลูกมาก ส่วนลูกก็ติดพ่อเหมือนกัน (หัวเราะ) ตามใจกันตลอด เราอยากจะทำอะไร อยากจะซื้อเสื้อผ้าให้ลูกยังไง อยากให้ลูกเรียนที่ไหน หรือแม้กระทั่งทำบ้าน ซื้อของแต่งบ้านยังไงก็ตามใจโรสทุกอย่าง การมีชีวิตครอบครัวที่สบายใจก็เรียกได้ว่าเป็นความสุขที่สุดแล้วค่ะ

 

แล้วตอนที่บริษัทต้องเจอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ คุณโรสรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร

โรสต้องตั้งสติหนักมากค่ะ (หัวเราะ) เรียกว่าเป็นช่วงพลิกผันของชีวิต จากที่เคยเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูก กลายเป็นว่าเราต้องเข้าไปช่วยธุรกิจของสามีเพราะว่าขาดทุนหนักมาก จากที่เคยมียอดขาย 20-30 ล้าน เหลือแค่ล้านกว่าๆ เราเลยเข้าไปช่วย ครั้งแรกคือเริ่มเข้าไปดูเรื่องการเงินการบัญชีของเขาก่อนเพราะเราเคยทำเรื่องนี้มาแล้ว และได้เข้าไปปรึกษาคุณพ่อ ดร. ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ท่านให้คำปรึกษาและแนะนำว่าโรสควรเข้าไปช่วยดูและบริหารด้วย  ก็ดูเรื่องมาร์เก็ตติ้ง งานบริหาร การพูดกับทีมงาน ส่วนสามีให้เขาดูแลเรื่องการผลิต คุมคุณภาพที่เขาถนัดไปเลย ทำมา 4 ปี ก็แก้วิกฤตได้ ต่อไปจะเป็นช่วงพัฒนาธุรกิจให้เติบโตขึ้นค่ะ

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้มอบอะไรให้กับคุณโรสบ้าง

วิกฤตครั้งนั้นทำให้เราพบความเข้มแข็งของตัวเอง และเรื่องที่ตัวเองก็ไม่คาดคิดว่าจะทำได้ แม้แต่สามีเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเราจะทำได้ขนาดนี้ มันหนักมากจริงๆ ค่ะ  ยอมรับว่ากำลังใจสำคัญที่ทำให้โรสผ่านมาได้ก็คือสามีและลูก เรารักลูกมาก และในฐานะแม่ ถ้าผ่านตรงนี้ไปไม่ได้ทุกอย่างของลูกต้องหยุด ไหนจะทีมงานที่บริษัทอีกหลายร้อยคน หลายครั้งโรสรู้สึกอยากหนีไป แต่ก็รู้ว่าเราทิ้งไปไม่ได้หรอก ทุกคนรอบตัวมีคุณค่ากับชีวิตเรามาก ทั้งหมดนี้ทำให้เราสู้ และต้องทำให้ได้ คุณพ่อเคยบอกว่าให้ใช้ความดีสู้ พูดดี คิดดี ทำดี ขยัน อดทน มีสัจจะในการพูด ทำทุกอย่างด้วยใจ แล้วเราจะชนะในทุกๆ เรื่องค่ะ ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าผ่านมาได้ อยู่ตัวแล้วค่ะ

 

 

คุณพบเรื่องราวที่หนักขนาดนี้ และในเวลาต่อมายังต้องทำหลายหน้าที่อีก ใช้เวลาไหนในการตกแต่ง ดูแลบ้าน

คือพอผ่านวิกฤตไปได้ เราก็ค่อยกลับมาทำบ้านค่ะ ขอย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่า บ้านหลังนี้ซื้อตอนที่โรสยังเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูกอย่างเดียว (หัวเราะ) บ้านหลังนี้มาจากน้องไอโกะ คือวันหนึ่งขับรถพาน้องเที่ยวแล้วมาเจอที่นี่ รู้สึกว่าหมู่บ้านนี้สวยจังเลย พอเข้าไปดูบ้านตัวอย่าง ลูกก็บอกว่าบ้านสวยจังเลย ชอบบ้านแบบนี้ อยากอยู่บ้านแบบนี้ ตกแต่งแบบนี้ โรสเองก็ชอบค่ะ นอกจากนี้ยังเดินทางสะดวกเพราะจากตรงนี้เราสามารถเดินทางไปนิคมที่สระบุรี และโรงเรียนของลูกได้ง่ายด้วย แต่กว่าบ้านหลังนี้จะเสร็จ ใช้เวลาถึง 9 ปี ตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง เพราะพอสามีเจอวิกฤตเศรษฐกิจ เราก็หยุดไปก่อน ตอนแรกคิดว่าจะไม่เสร็จแล้ว แต่ด้วยความพยายามของเราทำให้ไปต่อได้ คิดว่าถ้าเรามีความสามารถจริง จะต้องเก็บทุกอย่างไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนของลูก ครอบครัว และบ้าน ซึ่งในที่สุดก็ทำได้ และยังตกแต่งออกมาได้สวยดั่งใจตัวเองด้วย คือเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นที่เลือก โรสจะใช้เวลาเลือกนานมาก เพราะอยากให้ของเหล่านี้อยู่กับเราได้นาน เฟอร์นิเจอร์จะต้องทนทาน มองได้ไม่เบื่อ มีสไตล์เรียบโก้  จริงๆ ตอนแต่งบ้านนี้โรสงานยุ่งมาก แต่จะใช้วิธีวางแผน คือเราจะรู้ว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง ก็จะจัดวันที่จะไปเลือกเฟอร์นิเจอร์ จากนั้นก็ไปที่ร้านที่เรามั่นใจว่ามีรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ชอบและสามารถตัดสินใจซื้อได้เลย โดยโรสจะเลือกแบบ เลือกผ้าเอง บางชิ้นก็ใช้เวลารอประมาณ 6 เดือน บางชิ้นเกือบปี ซึ่งโรสมองว่าไม่เป็นไร เพราะถ้าเป็นชิ้นที่อยู่กับบ้านได้นาน เรารอได้ ในความชอบ ความสุขในการตกแต่งบ้าน การรอคอยเฟอร์นิเจอร์ที่ชื่นชอบเพื่อนำมาจัดวางไว้ในบ้านอย่างลงตัวก็จะเป็นการรอคอยที่คุ้มค่าค่ะ แล้วเวลาเข้ามาในบ้านจะรู้สึกมีความสุขทุกครั้ง เพราะบ้านเรามีของที่เราชอบและยังดูสะอาดสะอ้านอีกด้วย  บ้านหลังนี้เหมือนเป็นหัวใจของโรสเลยนะคะ เพราะลูกอยากได้  ซึ่งถ้าถามลูกเขาคงไม่ได้รู้สึกอะไรมาก (หัวเราะ)  แต่มันเป็นเรื่องความรักและความรับผิดชอบที่ออกมาจากความรู้สึกของคนเป็นแม่อย่างเรามากกว่า

 

 

 

 

 

 

 

คุณเป็นทั้งเวิร์กกิ้งวูแมน เป็นภรรยาและคุณแม่ในเวลาเดียวกัน มีการเรียงลำดับความสำคัญอย่างไร

เราต้องเต็มที่กับทุกๆ หน้าที่ของเราค่ะ บาลานซ์ในทุกๆ อย่างให้ได้ โรสตื่นตีห้าเพื่อมาเตรียมอาหารเช้าให้ลูก สำหรับสามีจะพิเศษหน่อยเพราะจะมีปิ่นโตให้ทุกเช้า ถ้าเราไม่ทำ เขาจะไม่ชอบไปซื้ออาหารกินเองข้างนอก เราดูแลกันแบบนี้มา 20 ปีแล้ว เขาเป็นคนที่กินง่าย กินทุกอย่างที่เราทำให้ โรสจะเปลี่ยนเมนูให้เขาทุกวัน เป็นอาหารญี่ปุ่นบ้าง ไทยบ้าง ฝรั่งบ้าง สลับกันไป เมื่อก่อนที่ไม่ได้ทำงานนอกบ้านก็จะมีการเตรียมเสื้อแขวนไว้ให้  รวมถึงทำปิ่นโต ควบคู่กับการดูแลบ้านและดูแลลูกไปด้วย แต่ตอนนี้มาดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นหลัก แล้วให้แม่บ้านมาช่วยดูแลเรื่องงานบ้านแทน แต่เราก็คอยดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ

 

ควอลิตี้ไทม์ของครอบครัวเป็นช่วงเวลาไหน

ช่วงตอนเย็นค่ะ เรามักจะจับกลุ่มคุยกันทีโต๊ะเล็กๆ ด้านล่าง นั่งดูทีวีด้วยกัน เมื่อก่อนวันอาทิตย์จะเป็นแฟมิลี่เดย์ของเราเพราะลูกยังเล็ก ยังไม่มีกิจกรรมเยอะมาก แต่พอลูกโตขึ้น มีกิจกรรมที่แตกต่างกัน เราก็แยกกันไป โรสจะไปกับน้องไอโกะ ส่วนสามีไปกับน้องโทคิโตะ แต่ถ้าวันไหนที่จังหวะลงตัวกันทุกคนก็จะนัดกันไปกินข้าวกันที่ร้านที่เราชอบกันค่ะ

 

คุณโรสวางเป้าหมายชีวิตของตัวเองไว้อย่างไรบ้าง

โรสคิดไว้ว่าอยากจะหยุดทำงานหนักขนาดนี้ตอนอายุ 50 ค่ะ ตั้งใจจะปล่อยวางทุกอย่าง เพราะเราเองเต็มที่กับชีวิตมาเยอะแล้ว ถึงเวลานั้นคงขอพักผ่อนบ้าง จริงๆ โรสมีบ้านในฝันที่อยากจะไปอยู่นะคะ โรสอยากมีบ้านสไตล์ยุโรป มีต้นไม้เยอะๆ ในพื้นที่ใหญ่ๆ ถ้าเป็นไปได้ เราอยากจะไปใช้ชีวิตในช่วงนั้นที่นั่น คงมีความสุขมากเลยค่ะ

 

 

เซเลบริตี้: พรรณี และไอโกะ  ซาเอกิ

สไตลิสต์: ศุภะกิจ หุนารักษ์

ผู้ช่วยสไตลิสต์: คุณัชญ์ ดาวมณี

แต่งหน้า-ทำผม: โชติรส โรดดอน

ช่างภาพ: ทินกร วงเบญจศิลป์

ผู้ช่วยช่างภาพ: ธนพร พิกุล, ธีรภัทร รัตนกุลชัยนันต์

สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

เปิดบ้าน เจ ปิ่น วรรธนะสิน และล้วงลึกเรื่องราวส่วนตัวของสามลูกชายสุดฮอต
โมเมนต์สุดประทับใจในบ้านพักตากอากาศริมทะเลของคุณจิ๊บ อชิรญา อิงคตานุวัฒน์

โมเมนต์สุดประทับใจในบ้านพักตากอากาศริมทะเลของคุณจิ๊บ อชิรญา อิงคตานุวัฒน์

การหาเวลาพักผ่อนคือสิ่งสำคัญดังนั้นคุณจิ๊บ อชิรญา อิงคตานุวัฒน์ เซเลบริตี้สาวเจ้าของ [...]

READ MORE