BEAUTY IS AN ATTITUDE ผู้หญิงสวยสุดสตรองที่ใช้ความรักนำทาง  นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์

BEAUTY IS AN ATTITUDE ผู้หญิงสวยสุดสตรองที่ใช้ความรักนำทาง นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์

ถึงแม้ว่า นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์  ตัวแทนจากประเทศไทยจะไม่ได้ตำแหน่งสูงสุดมาครอบครองจากเวทีมิสเวิลดิ์ 2018 แต่เธอก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่ตัวเองรักให้เป็นจริงปรากฏชัดเจนจนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัลรองอันดับ 1 ซึ่งเป็นลำดับสูงที่สุดของไทยตั้งแต่มีการส่งสาวงามเข้าประกวดมาตั้งแต่ปี 2528 เพื่อทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นOK! จึงขอคิวด่วนชวนนิโคลมาคุยกันแบบยาวๆ ในคอลัมน์นี้ ซึ่งเราพบว่านิโคลเป็นคนที่แพสชั่นอย่างแรงกล้าในการทำฝันของตัวเองให้สำเร็จ อีกทั้งยังมีทัศนคติที่ดีและโตกว่าคนในวัยเดียวกันอีกด้วย

ตอนนี้คุณกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นและมีคนเข้าหาคุณมากมาย รู้สึกอย่างไรบ้าง
นิโคลก็รู้สึกภูมิใจนะคะที่ได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ ถึงแม้ตอนนี้จะเหนื่อยเพราะทำงานเยอะแต่เวลาที่เจอแฟนนางงามเดินเข้ามาหา มาคุย มาแสดงความยินดี บอกว่าเขาภูมิใจในตัวเราก็ทำให้นิโคลมีความสุข และทำให้มีพลังในการทำงานในทุกๆ วัน

 

หนึ่งในเหตุผลที่มาประกวดนางงามก็เพราะอยากทำให้โครงการ Love for all เป็นที่รู้จักมากขึ้น ตอนนี้โครงการเป็นอย่างไรบ้าง
คืบหน้ากว่าเดิมไปมากค่ะ เราได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหลายรายการที่นิโคลไปเป็นแขกรับเชิญ ตอนนี้ก็กำลังคิดว่าอาจจะเปิดเว็บไซต์ เปิดอินสตาแกรมของโครงการก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรใหญ่ๆ ได้เนื่องจากงานเยอะมาก นิโคลอยากจะเว้นสักหนึ่งปีเพื่อทำงานในหน้าที่ จากนั้นก็ค่อยมาทุ่มเทกับการสร้าง Love for all ให้ยั่งยืน เช่น สร้างเป็นองค์กรที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ มีเวิร์กช็อป มีโรงเรียน และคิดว่าถ้าเราเริ่มทำแล้วคงใช้เวลาอย่างน้อยน่าจะ 3 ปีกว่าโครงการนี้จะเริ่มดูแลตัวเองได้

 

ทำไมถึงคิดว่าเวทีนางงามจะกลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนสนใจโครงการนี้
เพราะการประกวดนางงามคือเวทีที่ทำให้เราได้พูดในสิ่งที่อยากพูด และยังเป็นเวทีที่เชื่อมต่อกับคนหลายๆ กลุ่ม เช่น แฟนนางงาม คนทั่วไป ฯลฯ และเรื่องที่เราพูดถึงหรือให้ความสำคัญจะกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นค่ะ

 

มีเรื่องไหนเกี่ยวกับคนออทิสติกที่คนภายนอกยังเข้าใจผิด และคุณอยากจะพูดให้เขาเข้าใจบ้าง
มีหลายคนชอบมองว่าเด็กออทิสติกจะมีอารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว แต่นิโคลอยากบอกว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกคน เด็กออทิสติกจะมีหลายระดับ มีหลายแบบ พวกเขาก็เหมือนคนธรรมดานี่ละค่ะ ที่มีความแตกต่าง

 

ก่อนมาประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ คุณร่วมประกวดมาหลายเวทีมาก เล่าถึงเวทีที่คุณประทับใจให้ฟังหน่อยได้ไหม
ตอนที่ประกวดมิสทีนเอเชียยูเอสเอที่แคลิฟอร์เนีย นิโคลได้ประสบการณ์เยอะมาก เพราะว่าเราเก็บตัวประมาณ 6 เดือน สิ่งที่ได้เรียนรู้คือการเป็นตัวของตัวเอง การรู้จักวางแผน มีการตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าอีก 5 ปี 10 ปี 15 ปี ชีวิตเราควรจะเป็นอย่างไร อยากทำอะไรกับชีวิตของเรา ส่วนเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ สอนให้นิโคลทำงานกับคนทุกๆ แบบ รวมถึงสอนวิธีการพูดในที่สาธารณะอย่างเข้าถึงใจคนฟังด้วยค่ะ

 

หลายคนจะมองว่าเวทีประกวดนางงามบางเวทีเป็นคู่แข่งกัน มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง
นิโคลคิดว่าทุกเวทีแตกต่างกันจึงไม่ใช่คู่แข่ง เพราะคนที่เขาหานั้นไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์จะมองหาคนที่เก่งในทุกด้าน ทำได้ทุกอย่างและมีจิตอาสา แต่เวทีอื่นๆ ก็อาจจะไม่ได้หาผู้หญิงในรูปแบบอย่างนี้ เขาอาจจะหานางแบบ หาคนที่เป็นดาราหรือคนที่จับต้องได้ บริบทมันก็จะต่างกันไป

อะไรเป็นแรงผลักดันให้นิโคลอยากเข้าประกวดนางงามเวทีแล้วเวทีเล่า
การประกวดเหมือนเป็นการจุดไฟในตัวเองค่ะ ซึ่งตอนแรกแม่เป็นคนที่อยากเห็นนิโคลประกวด แต่พอนิโคลได้ประกวดแล้ว มันกลับโดนใจเรา เราชอบการแข่งขันในรูปแบบนี้ รู้สึกสนุก การที่ได้อยู่กับผู้หญิงหลายๆ คน สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้ ทุกครั้งที่ลงประกวดรู้สึกเลยว่าเราจะมีความเป็นผู้ใหญ่และเก่งขึ้นเรื่อยๆ

 

เคยถามคุณแม่ไหมว่าท่านเห็นอะไรในตัวคุณถึงส่งเข้าประกวด
ไม่เคยถามนะคะ แต่คงเพราะนิโคลเป็นคนเต็มที่กับทุกอย่างที่ทำ เช่น ถ้าเล่นกีฬาก็จะพยายามเป็นกัปตันทีม หรือเล่นทีมใหญ่ แม่ก็เลยอยากซัพพอร์ตในทุกๆ อย่างที่เรารักค่ะ

 

ทำไมถึงตัดสินใจเดินทางมาประกวดที่ประเทศไทย
นิโคลรู้สึกว่าเรามีอะไรที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยค่ะ อย่างเช่น ครอบครัวก็เลี้ยงนิโคลแบบคนไทย ถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาก็ตาม เราเองก็มาเมืองไทยบ่อยๆ ด้วย ในตัวเรามีความเป็นไทยอยู่มากเลยตัดสินใจมาประกวดที่นี่ โดยนิโคลบอกแม่ตั้งแต่อายุ 17 ว่า อีก 2 ปีจะมาเมืองไทย พอถึงอายุ 19 ก็รู้สึกพร้อมมากแล้ว ก็บินมาที่ไทยค่ะ

 

คุณเริ่มต้นชีวิตในเมืองไทยอย่างไร
ทำทุกอย่างด้วยตัวเองค่ะ นิโคลต้องปรับตัว อย่างเช่นตอนอยู่อเมริกาเราขับรถไปโน่นมานี่เอง เช่น ขับรถไปเรียน ไปทำงาน แต่พอมาเมืองไทย ก็ต้องฝึกเดินทางใหม่ ไปทั้ง BTS MRT มอเตอร์ไซค์ นิโคลไม่ค่อยรู้ว่าการจราจรที่นี่เป็นยังไง เพราะจะนั่งวินมอเตอร์ไซค์ตลอดเวลา รู้สึกสนุกดี ตอนนี้มาอยู่เมืองไทยได้หนึ่งปีแล้วค่ะ (เคยคิดถึงบ้านไหม) คิดถึงค่ะ เพราะว่าเพื่อน พ่อ แม่ ครอบครัวอยู่ที่อเมริกาหมด คิดถึงการขับรถ คิดถึงเวลาที่เราได้ไปทะเล ไปดิสนีย์แลนด์

 

ความท้าทายในกระประกวดมิสไทยแลนด์เวิล์ดกับมิสเวิลด์คืออะไร
คงเป็นเรื่องความอดทน ความใจเย็น การปรับตัว พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน เราต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา บอกตัวเองเสมอว่าโฟกัสของเราในการมาเวทีนี้คือการพัฒนาตัวเอง ส่วนความคิดของเราคือเรามาเพื่อเป็นตัวแทนของประเทศ ต้องมีแนวคิดที่เป็นบวกเสมอ เพราะว่าทุกอย่างที่อยู่รอบข้างมันอาจจะมีลบบ้าง ดังนั้นการมองโลกเชิงบวกจะช่วยผลักสิ่งที่เป็นเรื่องลบออกไปจากชีวิตได้

 

ตอนประกวด โซเชียลมีเดียส่งผลอะไรกับชีวิตเราไหม
นิโคลเป็นคนไม่เล่นโซเชียลเยอะอยู่แล้ว คิดว่าการที่ดูมากเกินไป จะทำให้เราไขว้เขว เพราะบางคนเขาก็ตัดสินเราจากมุมมองของเขา

บางคนบอกว่าการประกวดนางงามคือการลดคุณค่าตัวเอง สำหรับคุณมีมุมมองอย่างไร
นิโคลกลับคิดว่ามันคือการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองมากกว่า เพราะการที่ได้เข้าไปในกองประกวด ทำให้เราได้เข้าไปอยู่กับคนที่มีความสามารถและคนที่มีแพสชั่น ผู้ใหญ่หลายท่านสามารถสอนเราได้ ทุกๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นค่ะ ถึงแม้เราจะไม่ชนะก็ตาม

 

พูดถึงข้อดีและข้อที่อยากปรับปรุงของคุณให้เราฟังหน่อย
ข้อแรกคือเราเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น เวลาตั้งเป้าหมายอะไร เราจะเห็นเป้าหมายนั้นชัดเจน จากนั้นก็พุ่งไปยังจุดนั้นเลย ข้อที่สองคือเป็นคนที่ฟังมากกว่าพูด ถึงแม้ตอนนี้จะดูพูดเยอะเวลาให้สัมภาษณ์ แต่เวลานิโคลคุยกับเพื่อนหรือคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เราจะเป็นฝ่ายฟังมากกว่าเพราะการที่ได้ฟังเรื่องคนอื่น ฟังประสบการณ์ชีวิตของเขาทำให้เราได้ซึมซับหลายๆ อย่าง ส่วนข้อที่อยากปรับปรุงคืออยากจะเป็นคนที่ทำอะไรช้ากว่านี้ นิโคลทำอะไรเร็วมา รู้สึกว่าเราต้องซึมซับกับสิ่งรอบข้างมากกว่านี้ อีกอย่างคืออยากจะอ่านและเขียนภาษาไทยให้เร็วขึ้น ดีขึ้น เก่งขึ้น ตอนนี้เขียนยังไม่ได้ อ่านได้อย่างเดียวค่ะ

 

คุณเป็นคนที่มีทัศนคติดีมาก คิดว่าได้รับอิทธิพลเรื่องนี้มาจากใคร
มาจากคนในครอบครัวค่ะ แม่จะสอนให้นิโคลเป็นคนที่แข็งแรง มั่นใจในตัวเอง แล้วคุณพ่อก็สอนให้นิโคลเป็นคนที่เข้าใจคนอื่น จริงๆ ท่านเป็นพ่อเลี้ยง เพราะพ่อแท้ๆ ของนิโคลกับแม่แยกทางกัน คุณพ่อแท้ๆ ของนิโคลที่เป็นจีน-อเมริกัน แต่เราแยกกันอยู่ ส่วนพ่อเลี้ยงท่านดูแลนิโคลเหมือนลูก เขาจะแคร์เรามากๆ เอาใจใส่ ทำทุกอย่างให้นิโคลหมด ท่านเป็นชาวญี่ปุ่นทำงานเป็นเชฟค่ะ ส่วนคุณแม่ทำงานเป็นผู้จัดการร้านสปาที่แอลเอ

 

คำแนะนำที่ดีที่สุดที่ครอบครัวมอบให้นิโคลคืออะไร
แม่เขาจะบอกว่า ไม่ต้องรีบ ซึ่งคิดว่านั่นเป็นคำที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ เพราะว่าการที่เรารีบทำอะไร มันจะผิดที่ผิดเวลา เราต้องรอเวลาที่ถูกต้อง สิ่งที่ดีในชีวิตก็จะมาหาเมื่อเราพร้อมค่ะ

 

น้องชายเป็นกำลังใจให้กับนิโคลอย่างไรบ้าง
ตอนประกวดถึงแม้ว่าจะฮึดสู้กี่ครั้งก็จะมีช่วงที่เหนื่อยอยู่ดี เขาก็จะส่งวิดีโอ เฟซไทม์มา การที่เขาเป็นตัวของเขาเองทำให้เรานึกถึงบ้าน นึกถึงตอนที่ได้อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตธรรมดาทุกวันในแบบที่เราไม่เหนื่อย แต่พอได้คุยกันหรือคิดถึงกัน ก็หายเหนื่อยค่ะ

คิดว่าตัวเองเป็นลูกสาวแบบไหนและเป็นพี่สาวแบบไหน
เป็นพี่สาวที่ค่อนข้างเข้มงวด นิโคลจะเป็นคนที่สอนน้องชาย แนะนำเขา ปกป้องเขา และเป็นลูกสาวที่อยากทำงาน อยากเลี้ยงครอบครัว เพราะเราเห็นว่าพ่อแม่เหนื่อย ซึ่งการเลี้ยงน้องก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนในบ้านทำงานหมด คุณยายนิโคลอายุ 70 ก็ยังทำกับข้าวที่บ้าน เราก็อยากจะเลี้ยงครอบครัวเขาจะได้พักบ้าง นิโคลเองเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 15-16 ที่ร้านอาหารไทย เสิร์ฟอาหาร ฯลฯ สนุกนะคะ เราได้เรียนรู้เยอะมากกับการทำงาน และเข้าใจคนมากขึ้น

 

คุณชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือแนวไหน
ชอบหนังแนวแอคชั่น อย่างหรือ Jurassic park, Captain America คือคริส อีแวนส์ นี่เป็นสุดที่รักของนิโคลเลยค่ะ (หัวเราะ) ส่วนเพลงจะชอบฟังแนวป๊อป หรือแนวสบายๆ ถ้ามีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตก็อยากดูคอนเสิร์ตพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย หรือแซม สมิธ เพราะชอบเพลง One Last Song ของเขา ส่วนหนังสือชอบอ่านประเภทคู่มือพัฒนาตัวเอง หรืองานที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ หนังสือจากคนที่มีอิทธิพลด้านความคิด ช่วงนี้นิโคลกำลังอ่าน Becoming ซึ่งเป็นงานของมิเชล โอบามาอยู่ ชอบเพราะเขาเป็นผู้หญิงที่รู้เป้าหมายในชีวิต เป็นนักวางแผนจ มิเชลเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ทำเพื่อประเทศก่อน แต่ก็ยังรักครอบครัว และมีจุดยืน มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง นี่คือไอดอลของนิโคลค่ะ

 

เห็นเป็นผู้หญิงที่จริงจังกับชีวิตอย่างนี้ มีมุมรีแลกซ์บ้างไหม
เวลาอยู่บ้านนิโคลเป็นคนค่อนช้างชิลล์นะคะ เมื่อก่นเวลาไปเที่ยวก็ไม่แต่งหน้า แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว อย่างน้อยต้องเขียนคิ้วนิดหนึ่ง (หัวเราะ) กลัวคนอื่นเขาจะผิดหวังในตัวเรา

 

แล้วมีมุมมองเกี่ยวกับคำว่ารักอย่างไรบ้าง
คำว่ารักจะต้องประกอบด้วยอะไรหลายๆ อย่าง อย่างในครอบครัวนิโคล เรามีความรักและก็ยังมีความเข้าใจ มีการซัพพอร์ตกันและกัน ถึงจะทะเลาะกันบ้างแต่ก็ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น (แล้วถ้าเป็นเรื่องความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายล่ะ) ต้องเป็นแบบคริส อีแวนส์ (หัวเราะ) ไม่ใช่ค่ะ นิโคลชอบคนที่เป็นพาร์ทเนอร์ มาซัพพอร์ตความฝันของทั้งเขาและเรา มีเวลาให้กันและกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครนะคะเพราะยังไม่มีเวลา

 

เรื่องไหนคือสิ่งที่อยากทำที่สุดในเวลานี้
อยากกลับบ้านที่อเมริกาสักอาทิตย์หนึ่ง คุยกับเพื่อนและเล่าถึงช่วงชีวิต 1 ปีที่ผ่านมาของกันและกันว่าเป็นอย่างไร อยากกลับไปนั่งอยู่ที่บ้าน ไปหายายและยายทวด ท่านอายุ 100 กว่าปีแล้ว คิดถึงท่านค่ะ

 

เครดิต OK! ISSUE 310

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
 Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
 Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
 Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ซาช่า ลุสส์ จากนางแบบแถวหน้า สู่บทแอ็กชั่นโมเดลมือสังหารในหนังบู๊สะใจ Anna

ซาช่า ลุสส์ จากนางแบบแถวหน้า สู่บทแอ็กชั่นโมเดลมือสังหารในหนังบู๊สะใจ Anna

อีกหนึ่งนางแบบแถวหน้าที่เทิร์นตัวเองมาเป็นนักแสดงอีกคน สำหรับซาช่า ลุสส์ นางแบบสาวชาวรัสเซียวัย [...]

READ MORE
พูดคุยกับ 3 สาว 3 วัย กับ Seamless Bra เทรนด์ชุดชั้นในรุ่นใหม่ ที่ใครๆ ก็ต้องมี!