“สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” สีทาภายในสุดปัง ยับยั้งโคโรนาไวรัสได้ 99.99% ใน 2 ชม.!

“สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” สีทาภายในสุดปัง ยับยั้งโคโรนาไวรัสได้ 99.99% ใน 2 ชม.!

เบเยอร์ ตอกย้ำผู้นำสีนวัตกรรม เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” สีทาภายในที่ยับยั้งโคโรนาไวรัสได้ 99.99% ใน 2 ชม. ยุค New Normal นี้ทุกคนต่างต้องปรับตัวให้สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ที่สอดรับต่อสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น แม้แต่ธุรกิจสีทาภายในก็ต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน ล่าสุดสีเบเยอร์เปิดตัวสีทาภายในสำหรับบ้าน ที่อยู่อาศัยและอาคาร เกรดอัลตร้าพรีเมียม “เบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion) มาพร้อมนวัตกรรมอันป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเบเยอร์ที่ให้มากกว่าสีทาภายใน ตอกย้ำความเป็นผู้นำสีนวัตกรรมตัวจริง ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ “โกลด์ ไอออน” (Gold Ion Technology) รายแรกของวงการสี ให้ทั้งความสะอาดและยับยั้งเชื้อโคโรนาไวรัส พร้อมผลการรับรองจากสถาบันสุขภาพระดับโลก

 

เบเยอร์ ตอกย้ำผู้นำสีนวัตกรรม

เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน”

สีทาภายในที่ยับยั้งโคโรนาไวรัสได้ 99.99% ใน 2 ชม.

นี่ล่ะ New Normal Paint ที่มีคุณสมบัติไม่ Normal

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เบเยอร์ จำกัด

 

แรงกระตุ้นจาก COVID-19 สู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า “กว่า 60 ปีที่เบเยอร์เติบโต และดำเนินธุรกิจภายใต้ปณิธาน Eco-Wellness Innovation แบรนด์ของเรามุ่งมั่นรังสรรค์นวัตกรรมที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเสมอมา ล่าสุดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อราว 32 ล้านคน และเสียชีวิตถึง 9.7 แสนคนทั่วโลก ได้กระตุ้นให้เกิดความท้าทายขององค์กรในการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาทดแทนเทคโนโลยีซิลเวอร์ ไอออน (Silver Ion) ที่กำลังจะล้าหลัง”

 

รายแรกที่นำเทคโนโลยีโกลด์ ไอออน มาผสานกับนวัตกรรมไฮเทคของเบเยอร์

เพื่อปรับตัวสู่การดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) บริษัทจึงทุ่มทุนวิจัยและพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมสุดล้ำสำหรับสีทาภายในได้สำเร็จ โดยเป็นรายแรกที่นำเทคโนโลยีโกลด์ ไอออน (Gold Ion Technology) มาผสานเข้ากับนวัตกรรมไฮเทคของเบเยอร์ ทำให้สีมีคุณสมบัติในการยับยั้ง Human Coronavirus NL63 ได้จริง ทั้งนี้โกลด์ ไอออน (Gold Ion Technology) เป็นอนุภาคแร่ทองคำบริสุทธิ์ มีขนาดเพียง 30 นาโนเมตร และเล็กกว่าโคโรนาไวรัสถึง 4 เท่า จึงสามารถเจาะทะลุทะลวงผ่านเยื่อหุ้มที่เป็นผนังชั้นไขมันที่หนา เข้าไปทำลายสารพันธุกรรม (RNA) ถึงแกนกลาง ทำให้ไวรัสไม่สามารถเติบโตและแพร่เชื้อได้ จึงสลายไปในที่สุด

 

ภาพการทำงานของโกลด์ ไอออน (Gold Ion Technology) ที่อยู่ในสีนวัตกรรม “เบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion)

 

สีที่ผ่านการรับรองจากสถาบันสุขภาพระดับโลก

ดร.วรวัฒน์กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำสีนวัตกรรมสำหรับทาอาคารในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เบเยอร์ตระหนักถึงสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นสำคัญ แต่ด้วยข้อจำกัดของอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ในขณะนี้ ประเทศไทยยังไม่มีสถาบันรับทดสอบ Human Coronavirus NL63 ซึ่งเป็นโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรงในมนุษย์ เบเยอร์จึงได้ส่งผลิตภัณฑ์ “สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion) ไปทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อ Human Coronavirus NL63 ถึงประเทศอังกฤษ”

 

ยับยั้งเชื้อ Human Coronavirus NL63 ได้ในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

สำหรับวิธีการทดสอบคือการนำเชื้อ Human Coronavirus NL63 ไปทดสอบกับแผ่นจำลองผนังบ้านที่ทาด้วยสีทั่วไป เปรียบเทียบกับ “สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion) พบว่าฟิล์มสีที่เคลือบผนังจะมีโกลด์ ไอออน (Gold Ion) อัดแน่นเต็มแผ่นฟิล์ม ผลการทดสอบปรากฏว่า “สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion) สามารถยับยั้งเชื้อ Human Coronavirus NL63 ได้ในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อโคโรนาไวรัสได้ผลดีเกินกว่าค่ามาตรฐานถึง 12 เท่า (ค่ามาตรฐานทั่วไปให้ผลที่ 24 ชั่วโมง) ทดสอบและรับรองโดยสถาบันสุขภาพ Virology ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านไวรัสวิทยาระดับโลก

 

เทคโนโลยีล่าสุดโกลด์ ไอออน (Gold Ion) ที่เบเยอร์เลือกมาพัฒนานั้น เป็นแร่ทองคำบริสุทธิ์มีความเสถียรกว่าและปลอดภัยกว่าแร่เงิน (Silver Ion) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบเดิมๆ ปัจจุบันเทคโนโลยีล่าสุดโกลด์ ไอออน (Gold Ion) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหาร เครื่องสำอาง และวงการแพทย์ที่นำมาใช้รักษาอาการอักเสบต่างๆ

 

 

การศึกษาวิจัยพบว่าไวรัสโคโรนานั้นมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งก่อให้เกิดโรคได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ เช่น Porcine Coronavirus เป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคท้องเสียรุนแรงในสัตว์ เช่น หมู โดยเฉพาะในลูกหมูที่เพิ่งคลอด ทำให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เลี้ยง แต่ปัจจุบันเชื้อ Porcine Coronavirus มีวัคซีนป้องกันไม่ให้เกิดโรคในหมูได้ ส่วนเชื้อโคโรนาไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ หรือ Human Coronavirus ที่ “สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion) ได้รับการรับรอง ตามมาตรฐาน CDC (Centers for Disease Control and Prevention) และ WHO หรือองค์การอนามัยโรค ได้แก่ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ NL63, 229E, OC43 และ HKU1 ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและปอดอักเสบรุนแรง ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

 

3 คุณสมบัติพิเศษเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด

นอกจากนี้ “สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion) ยังมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุดถึง 3 คุณสมบัติ ได้แก่ 1. แอร์ คลีน (Air Clean) นวัตกรรมสีฟอกอากาศ สามารถดูดซับสารฟอร์มัลดีไฮด์หรือสารก่อมะเร็ง และยังฟอกอากาศได้ 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีกลิ่นอ่อนสามารถเข้าอยู่ได้ภายใน 5 นาทีหลังสีแห้ง 2. ไบโอ คลีน (Bio Clean) นวัตกรรมสีที่สามารถกำจัดได้ทั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ไม่เพียงยับยั้งเชื้อโคโรนาไวรัสเท่านั้น แต่ยังมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อไวรัส H1N1 และไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคมือเท้าปาก โดยผ่านการรับรองจากสถาบันสุขภาพ Airmid ประเทศไอร์แลนด์อีกด้วย และ 3. วอลล์ คลีน (Wall Clean) นวัตกรรมสีทาภายในที่สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย ทนการเช็ดล้างกว่า 200,000 รอบ

 

ผ่านการรับรองจากสถาบันสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ

“สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion) เป็นนวัตกรรมล่าสุดที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจากสถาบันสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ นอกเหนือจากคุณสมบัติยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว ยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัย จาก CDPH (California Department of Public Health) ผ่านมาตรฐาน U.S. FDA และผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว (LEED v.4) จากสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

 

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป สู่การให้ความสำคัญกับสินค้านวัตกรรมสุขภาพ

“มูลค่าตลาดสีทาอาคารของปี 2020 ถูกประมาณการไว้ที่ 20,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาราว 10-15% จากสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม อีกทั้งการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่ฉุดตลาดรวมของประเทศลงอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับเป็นเรื่องดีสำหรับเบเยอร์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปสู่การให้ความสำคัญกับสินค้านวัตกรรมสุขภาพ ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้เบเยอร์มีการเติบโตราว 4% ในช่วงครึ่งปีแรก จากปัจจัยการเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งด้านนวัตกรรมสีทาอาคาร และจากผู้บริโภคที่เน้นสีทาอาคารที่มีคุณสมบัติมากกว่าเพื่อความสวยงามและการปกป้องอาคาร แต่เลือกซื้อสีนวัตกรรมที่มีคุณสมบัติพิเศษอื่นด้วย เบเยอร์ยังมีตัวแทนจำหน่ายที่ครอบคลุมมากกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ พร้อมใช้กลยุทธ์การขายแบบ Consumer-Centric ให้ผู้บริโภคได้สอบถามและรับข้อมูลคุณสมบัติพิเศษของสินค้าจากพนักงานขาย ทั้งนี้เบเยอร์หวังว่าจะมีส่วนช่วยในการสร้างพื้นที่ปลอดโรค พื้นที่สะอาด ให้แก่ผู้บริโภคและคนไทยได้อีกช่องทางหนึ่ง” ดร.วรวัฒน์กล่าวเสริม

 

 

สีทาภายในที่ปลอดภัยในยุค New Normal ที่มีคุณสมบัติไม่ Normal

“เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ในยุคโควิด ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นจะต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิต รักษาระยะห่างทางสังคม และทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home มากขึ้น ดังนั้นบ้านจึงต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับผู้พักอาศัย สามารถทำกิจกรรมได้อย่างมีความสุข คาดว่า “สีเบเยอร์ชิลด์ แอนตี้ไวรัส โกลด์ ไอออน” (BegerShield Anti-Virus Gold Ion) จะตอบโจทย์ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่กลุ่มครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้รักสุขภาพ จัดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน จะเรียกว่าเป็น New Normal Paint ก็ว่าได้ และเทคโนโลยีนี้ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำสีนวัตกรรมของเบเยอร์อย่างแท้จริง ยากที่ใครจะตามทัน” ดร.วรวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

 

ถึงตอนนี้หากใครต้องการเพิ่มสีสันใหม่ๆ เพื่อครีเอตบรรยากาศใหม่ๆ ให้ที่บ้านหรือสำนักงานของตัวเอง แบบให้สีที่ทั้งสวย ปลอดภัย และยับยั้งเชื้อโรค ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่เลย https://bit.ly/2EOrRlh

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : twitter.com/okthailand

 

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

sdiv class="archive-review">
ดีแทคผนึกกำลังหลายองค์กร พัฒนาหลักสูตรหวังลดการกลั่นแกล้งทางออนไลน์
ภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี กับเคล็ดลับความสำเร็จ ปั้น ‘โกเรจินส์-ดี’ ครองใจผู้บริโภค