บีบี-เอกนรี วชิรบรรจง “การแต่งตัวเหมือนการปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองในช่วงเวลานั้น”

บีบี-เอกนรี วชิรบรรจง “การแต่งตัวเหมือนการปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองในช่วงเวลานั้น”

นอกจากงานโคโปรดิวเซอร์ของบริษัทแอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด ความโดดเด่นอีกอย่างของ บีบี-เอกนรี วชิรบรรจง ลูกไม้ไม่ไกลต้นของ คุณพ่ออ๊อฟ พงษ์พัฒน์ และคุณแม่แดง- ธัญญา วชิรบรรจง คือการเป็น “นางแบบ” ซึ่งถูกค้นพบโดยออร์กาไนเซอร์มือทอง ตือ-สมบัษร ถิระสาโรช ที่เห็นแววว่าบีบีน่าจะไปได้สวยในเส้นทางสายนี้ ทุกวันนี้นอกจากออกกองเป็นงานหลัก อีกจ๊อบหนึ่งที่มักได้เห็นบีบีคือการเป็นนางแบบบนรันเวย์ให้แบรนด์ชั้นนำ รวมทั้งแบบถ่ายลงนิตยสารด้วยลุคที่แตกต่าง และนี่เป็นอีกครั้งที่เราจะเห็นบีบีในลุคของนางแบบให้กับ LOEWE แบรนด์เครื่องหนังชั้นสูงจากสเปนในคอลเล็กชั่น Pre-Fall 2020  กับ OK! พร้อมพูดคุยถึงงานที่บีบีกำลังทำอยู่ในเวลานี้รวมทั้งความชื่นชอบทางด้านแฟชั่นของเธอที่เจ้าตัวเองบอกว่าเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองอีกทางหนึ่ง

 

 

หลังจากคลายล็อคจากสถานการณ์ COVID-19 ตอนนี้บีบีเดินหน้าถ่ายละครเรื่องอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้ทำ 2 เรื่องควบกันคือลายกินรีและมนต์รักหนองผักกะแยง กำกับโดยคุณพ่อ จัดโดยคุณแม่ ส่วนบีช่วยงานทางด้านการจัดการมากกว่าค่ะ บีโตและวิ่งเล่นในกองถ่ายมาตั้งแต่เด็ก เลยค่อนข้างคุ้นเคย ช่วงตอนไปเรียนที่ออสเตรเลีย หากปิดเทอมไหนได้กลับไทย ก็จะมีเข้ากองถ่ายสะส่วนใหญ่ แต่มาทำงานเต็มตัวจริงๆ คือเรื่องกรงกรรม โดยคุณแม่ลองให้ฝึกงานในหลายๆ ฝ่าย ลองลงมือทำในส่วนของโพสต์โปรดักชั่น โปรโมทในสื่อออนไลน์ต่างๆ แล้วพอเปิดเรื่องลายกินรีกับมนต์รักหนองผักกะแยง คุณแม่ก็ให้บีฝึกเป็นโคโปรดิวเซอร์ร่วมกับพี่โปรดิวเซอร์อีกท่านหนึ่งค่ะ

 

ปรับตัวอย่างไรเพราะ 2 เรื่องนี้คนละอารมณ์กันเลย

บีว่าไม่ต้องปรับอะไรมากค่ะ เหมือนการทำงานทั่วไป เรามักจะเจออะไรที่แปลกใหม่ให้กับชีวิต เราต้องตั้งรับกับอะไรที่ไม่คาดคิดเสมอ แล้วก็เชื่อมั่นในทีม เชื่อมั่นในหัวหน้าคือผู้กำกับที่จะสร้างความเชื่อให้เรา ทุกฝ่ายจะพามู้ดแอนด์โทนของละครแต่ละเรื่องไปตามเส้นทางของมันเองโดยอัตโนมัติค่ะ

 

ความท้าทายที่ได้เป็นโคโปรดิวเซอร์คืออะไร

หลายอย่างค่ะ ด้วยความที่เป็นมือใหม่มากเลยต้องเรียนรู้งานเยอะ การแก้ปัญหาในกองถ่าย การวางแผนออกรบ การดีลงานข้างนอก ซึ่งพี่โปรดิวเซอร์ที่เขามีประสบการณ์ และเจอมาปัญหามามากกว่าเรา เขาก็จะแนะ และสอนให้คิดตาม ให้จำความผิดพลาดเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต เพราะผลไม่ได้กระทบแค่ตัวเราคนเดียว แต่มีผลไปถึงทีมด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะตัดสินใจทำอะไร ควรจะคิดหน้าคิดหลังให้ดี รอบคอบมากขึ้น เราไม่สามารถกำหนดทุกอย่างให้เป็นดั่งใจเราได้ทั้งหมด ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ตัวเรา แต่มีปัจจัยภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เหมือนชีวิตจริงที่ต่อให้กำหนดอะไรไว้แล้วก็ยังเปลี่ยนได้เสมอ ความท้าทายน่าจะคือความไม่แน่นอนค่ะ (หัวเราะ)

“คุณแม่ดูไม่แปลกใจเท่าไรที่บีมาเป็นนางแบบ ส่วนคุณพ่อมียิ้มขำๆ ประมาณว่าไม่อยากเชื่อเพราะ

ลุคบีดูเป็นเด็กกะโปโล บอยๆ ในกองถ่ายก็วิ่งซน  แต่เขาก็แฮปปี้ อยากให้เราได้ลองทำอะไรที่ชอบ และ

หาประสบการณ์ชีวิตให้ตัวเองมากขึ้นค่ะ”

 

บีบีกับแฟชั่นเริ่มต้นด้วยกันมาได้อย่างไร

ช่วงโปรโมทละครเรื่องกรงกรรม บีได้มีโอกาสเป็นตัวแทนคุณพ่อคุณแม่ในการออกสื่อ รับรางวัลบ้าง หรือสัมภาษณ์บ้าง  ทำให้คนเริ่มรู้จักเรามากขึ้น ครั้งแรกที่ป้าตือชวนไปเดินแบบ บีดีใจมาก เพราะเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับเรา แล้วเราเชื่อว่าป้าตือต้องเห็นอะไรจากตัวเรา ถึงให้มือใหม่อย่างเราได้ลอง หลังจากนั้นก็เริ่มมีงานติดต่อมาเรื่อยๆ ได้รับโอกาสจากพี่ๆ ชวนมาร่วมงาน ยิ่งนานวันยิ่งซึมซับ จากวันแรกที่ไม่รู้ว่าการโพสให้ขึ้นกล้องทำยังไง แต่งตัวยังไงให้ดูดี เพราะวันปกติ หรือวันออกกองบีจะแต่งตัวง่ายๆ เสื้อยืด กางเกงเล กระเป๋าผ้า พอได้ออกงานมากขึ้น บวกกับที่เราขยันหาเรฟเฟอร์เรนซ์ในการแต่งตัว ทำให้มีเซนส์ในการหยิบจับเสื้อผ้ามากขึ้นค่ะ ที่สำคัญต้องให้เกียรติกับงานที่ไปด้วย จริงๆ บีเข้าพินเทอเรสบ่อยมาก เป็นเหมือนคัมภีร์ในดูเรื่องการแต่งตัว งานดีไซน์ ภาพฟิตติ้ง ทำอาหาร หรือหาไอเดียต่างๆ เพิ่มเติมเลยค่ะ

 

มีใครช่วยบีบีในเรื่องการโพสหรือการหามุมสวยหรือดูดีของตัวเองไหม

บีลองดู ศึกษาจากนางแบบคนอื่นๆ และเริ่มฝึกหามุมที่เหมาะกับตัวเองค่ะ รวมถึงฟังพี่ช่างภาพ สไตลิสต์ที่แนะนำช่วงแรกๆให้เราด้วย แล้วกลับไปฝึกทำหน้ากระจก ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ ด้วยพื้นเราชอบถ่ายภาพในกองถ่ายและชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เลยพอรู้มุมจากหลังกล้องบ้าง ก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เรียกว่างานถ่ายแฟชั่นกับงานถ่ายละครต่างเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน นำมาปรับใช้ด้วยกันได้

 

คุณพ่อคุณแม่แสดงความคิดเห็นอย่างไรที่วันหนึ่งลูกสาวก้าวมาเป็นนางแบบ

(หัวเราะ) คุณแม่ดูไม่แปลกใจเท่าไร ส่วนคุณพ่อมียิ้มขำๆ ประมาณว่าไม่อยากเชื่อเพราะ ลุคบีดูเป็นเด็กกะโปโล บอยๆ ในกองถ่ายก็วิ่งซน  แต่เขาก็แฮปปี้ อยากให้เราได้ลองทำอะไรที่ชอบ และหาประสบการณ์ชีวิตให้ตัวเองมากขึ้นค่ะ พ่อเคยถามบีว่าชอบไหมงานถ่ายแบบ ถ้าชอบจงตั้งใจ ใส่ใจ จริงใจ เหมือนตอนทำงานกองถ่าย

 

 

เมื่อก่อนบีบีสนุกกับการแต่งตัวมากเท่าวันนี้ไหม

ไม่เลยค่ะ เมื่อก่อนเน้นสบายจริงๆ อะไรก็ได้ แม้จะไปงานกับคุณพ่อคุณแม่ ก็แต่งเป็นเสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ ผ้าใบ แต่พอก้าวมาทำงานวงการแฟชั่น ก็เริ่มสนุกในการจะมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าอย่างไรให้ดูดี โดดเด่น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง นอกจากเป็นงานที่มีเดรสโค้ดให้ แต่ก็จะเน้นความสบาย คล่องตัว มาเป็นที่หนึ่ง เลยทำให้วันนี้บีสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้นพอเวลาออกงาน ได้คิด ได้ออกแบบเหมือนสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างหนึ่งเลยไม่รู้สึกเหงาดี บีว่าเป็นอะไรที่สนุกนะคะ กับการได้แต่งตัวปลดปล่อยความเป็นตัวเอง (หัวเราะ)

 

บีเคยเรียนอยู่ที่ออสเตรเลียหลายปี ถ้าอย่างนั้นเปรียบเทียบแฟชั่นสาวไทยกับสาวออสซี่ให้ฟังหน่อยได้ไหม

ค่อนข้างแตกต่างกันค่ะ สาวออสซี่จะมีความชิลล์ ส่วนมากจะแค่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น เดรสง่ายๆ ในช่วงหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวจะใส่แจ๊คเก็ตฮู้ด กางเกงยีนส์ แค่พอกันหนาว เน้นความสบาย ง่ายๆ แต่พอกลับมาที่ไทยในความคิดบี บีว่าสาวไทยจะสนุกในการได้แต่งตัว และดูเหมือนจะจัดเต็มเสมอ โดยเฉพาะงานที่มีตีม ทุกคนจะไปสุด แต่ก็จะมีอีกส่วนนึงที่ชอบความสบาย เรียบง่าย เช่นกัน แต่ก็ยังมีกิมมิคเล็กๆในลุค ทำให้ดูแฟชั่นไปอีกแบบ

 

สไตล์ของบีบีเป็นอย่างไร

คุณแม่เคยพูดว่าสไตล์บีเปลี่ยนทุกปี (หัวเราะ) ไม่สามารถเดาได้ว่าสไตล์เราเป็นแบบไหน แล้วแต่ทรงผม และอารมณ์ในเวลานั้นว่าเราอยากแต่งตัวแบบไหน บางทีก็อยากจะหวานหน่อย บางทีอยากจะเท่ หรือบางทีปล่อยเลย บีว่าการแต่งตัวและเสื้อผ้าที่เราเลือกจะบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของเราได้ชัดเจน

 

“ลุคที่หวานที่สุดในชีวิตประจำวันน่าจะเป็น ตอนบีไปงานรับรางวัล ใส่สูทสีครีม กระโปรงทรงพลีต แต่ใส่รองเท้าคอมแบตของคุณพ่อ ส่วนตัวชอบนะคะ ท้าทายตอนคิดลุคดีค่ะ”

 

เคยเปลี่ยนสีผมมากี่สีแล้ว

ตอนอยู่ออสเตรเลียเคยทำสีเทาเข้มมาแล้วค่ะ ซึ่งไม่มีใคร OK! เลย แต่เราชอบของเรา (หัวเราะ) พอมาตอนนี้ติดช่วงล็อคดาวน์จาก COVID-19  เลยถือโอกาสลองทำสีแพลตตินัมบอลนด์เลยแล้วกัน ปรากฎว่า OK! มากเลยค่ะ

 

เคยมีหยิบเสื้อผ้าของคุณพ่อคุณแม่มาใส่กับตัวเองบ้างไหม

บีเคยหยิบชุดเก่าๆ ของคุณแม่มาใส่บ้าง เพราะไปค้นเจอเสื้อผ้าสมัยแม่สาวๆ เลยหยิบมาใส่เป็นสไตล์วินเทจบ้าง แต่หลังๆ คุณแม่เปลี่ยนสไตล์เลยหยิบยืมยากหน่อยค่ะ ส่วนของคุณพ่อ บีหยิบมาใส่บ่อยกว่ามาก เพราะเราชอบแต่งบอยๆ อยู่แล้ว เป็นแนวโอเวอร์ไซส์ ใส่สบายดีค่ะ

 

เป็นสาวเท่แบบนี้ ชุดหรือลุคที่หวานที่สุดของบีบีคือแบบไหน

ตอนถ่ายแมกกาซีนเล่มหนึ่ง ลุคนั้นคือหวานและฉีกมาก สนุกมากค่ะ เพราะได้ลองอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าลุคที่หวานที่สุดในชีวิตประจำวันน่าจะเป็น ตอนบีไปงานรับรางวัล ใส่สูทสีครีม กระโปรงทรงพลีต แต่ใส่รองเท้าคอมแบตของคุณพ่อ ส่วนตัวชอบนะคะ ท้าทายตอนคิดลุคดีค่ะ หรือถ้าไปงานผู้ใหญ่ ก็ใส่กระโปรงบ้างเป็นการให้เกียรติงานค่ะ

 

 

เสื้อผ้าหรือแอคเซสซอรี่แบบไหนที่ทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่รู้ตัว

น่าจะเป็นหมวกแก๊ป มีอยู่ประมาณ 30 ใบ และยังสะสมเรื่อยๆ ชอบค่ะ บีไม่ค่อยได้ใส่จิวเวลรี่ นอกจากตอนถ่ายงาน ส่วนกระเป๋า บีจะได้หยิบยืมมาจากคุณแม่ไปออกงานบ้าง ถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนี้ค่ะ (หัวเราะ)

 

เป็นสาวนักช้อปคนหนึ่งไหม

เรียกว่าเข้าไปเซอร์เวย์มากกว่า เราคิดว่าควรจะต้องมีสติในการช้อปมากขึ้น เพราะตอนหยุดงานจากสถานการณ์ COVID-19 บีเริ่มจัดบ้าน จัดห้องทำให้เห็นว่ายังมีเสื้อผ้าอีกหลายชุดที่ไม่ค่อยได้ใส่ รวมถึงชุดตอนสมัยคุณแม่สาวๆ ที่เราสามารถนำมาใส่ได้ เยอะเต็มบ้านไปหมด เดี๋ยวนี้ก่อนจะกดสั่งซื้อออนไลน์บีจะคิดเสมอว่ามีตัวคล้ายแบบนี้หรือยัง มีแบบละชิ้นพอเนอะ หรือหากจะซื้อ สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ในหลายชุดไหม ซื้อมาแล้วจะได้ใส่บ่อยหรือเปล่า อย่างนี้ถึงจะสนุกค่ะ เหมือนท้าทายว่าแต่งชุดที่มีอยู่ ยังไงให้ใหม่และแตกต่าง

 

คู่บัดดี้ที่ช้อปปิ้งแล้วสนุกที่สุดคือใคร

ถ้าทางการเงินก็คุณแม่ค่ะ (หัวเราะ) แต่บีช้อปอย่างมีสตินะคะ แล้วคอยห้ามแม่ (คุณแม่ตามใจทุกครั้งไหม) นิดหนึ่งค่ะ หลังๆ เขารู้ว่าเรามาทางนี้แล้ว และแม่ชอบเวลาเห็นบีแต่งตัวดี (หัวเราะ) เลยจะมีชี้ชวนซื้อ ถามว่าตัวนี้บีมีหรือยัง เดี๋ยวแม่ซื้อมาให้นะ แต่ถ้าเป็นคู่บัดดี้ไปช้อปแล้วสนุกจะเป็นเพื่อนค่ะ บีมีเพื่อนที่ชอบและทำงานสายแฟชั่นหลายคนอยู่ เขามักจะแนะนำว่าควรจะมีแบบไหนดี แบบไหนน่าสนใจหรือเหมาะกับเราบ้าง แล้วเราพิจารณาอีกทีว่าอยากได้ หรือควรจะมีหรือเปล่า

 

 

ประเทศไหนที่บีบีรู้สึกว่าช้อปปิ้งแล้วสนุกที่สุด

เมื่อก่อนคิดว่าเป็นอเมริกา แต่ว่าพอได้ไปช้อปที่ยุโรปบีรู้สึกสนุกกว่า เพราะจะเป็นลุคที่ใส่ได้เกือบทุกวัน หรือเกือบทุกงาน สไตล์เรียบง่ายตามเราชอบ แถมดูดี คลาสสิค โครงสร้างร่างกายของบีจะใหญ่และไซส์แตกต่างจากผู้หญิงไทยคนอื่น หาไซส์ที่ไทยค่อนข้าง เลยทำให้สนุกในการช้อปที่ต่างประเทศมากกว่าเพราะมีไซส์และสีที่ชอบค่ะ

 

บีบีรู้จัก Loewe มานานหรือยัง

ตั้งแต่เราเริ่มเข้าวงการแฟชั่นก็เริ่มรู้จักแบรนด์นี้ค่ะ เพราะเพื่อนพูดถึงเยอะด้วย แล้วพอได้มาใส่ถ่ายกับ OK! วันนี้ รู้สึกเลยว่าเราก็ใส่ได้ เพราะมีความเท่ เก๋ ยิ่งลุคเสื้อฮู้ดสีแดงที่ได้ใส่ถ่ายวันนี้เป็นลุคที่บรชอบมากค่ะ เพราะเป็นคนชอบใส่เสื้อฮู้ดอยู่แล้ว ใส่ง่าย แมตช์กับกางเกงได้ไม่ยาก

 

เสน่ห์ของแฟชั่นในมุมมองของบีบีคืออะไร

การได้เป็นตัวเอง แล้วเราได้ปลดปล่อยทางแฟชั่นค่ะ

 

 

เครดิตเรื่องและรูป : OK! Magazine Thailand Issue 327

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : twitter.com/okthailand

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

เช็กระดับความสนิทของคู่จิ้นสุดป๊อปบิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลและ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร พร้อมอัพเดทผลงานล่าสุด “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” (I told sunset about you) ซีรีส์แนว  Romantic Coming of Age ที่จะทำให้แฟนๆ ได้อินทะลุจอกันอีกครั้ง!
คูเปอร์-ภัทรพสิษฐ์ ณ สงขลา และปอย-กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช คู่จิ้นมาแรงที่ฮอตทั้งหน้าตาและความสามารถ