เช็กระดับความสนิทของคู่จิ้นสุดป๊อปบิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลและ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร พร้อมอัพเดทผลงานล่าสุด “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” (I told sunset about you) ซีรีส์แนว  Romantic Coming of Age ที่จะทำให้แฟนๆ ได้อินทะลุจอกันอีกครั้ง!

เช็กระดับความสนิทของคู่จิ้นสุดป๊อปบิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลและ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร พร้อมอัพเดทผลงานล่าสุด “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” (I told sunset about you) ซีรีส์แนว Romantic Coming of Age ที่จะทำให้แฟนๆ ได้อินทะลุจอกันอีกครั้ง!

เรียกได้ว่าฟินต่อใจระดับสิบเมื่อบิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลและ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สองหนุ่มคู่จิ้นกระแสแรงที่จับมือกันดังมาตั้งแต่รับบทหมอเต่าและทิวเขาใน My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ได้โคจรกลับมาพบกันอีกครั้งในซีรีส์แนว  Romantic Coming of Age สุดเข้มข้น เรื่องแปลรักฉันด้วยใจเธอ  (I told sunset about you) เริ่มออกอากาศให้ชมกันครั้งแรกในวันที่ 22 ตุลาคม บนแพลตฟอร์ม LINE TV  และฉายทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. โดยครั้งนี้ทั้งคู่รับบทเป็นเด็กหนุ่มช่วงมัธยมปลายที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งต้องผ่านเรื่องราวของการศึกษา ครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ทำให้ทั้งคู่รู้จัก รู้ใจตัวเองและเติบโตขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าคนดูที่เปี่ยมไปด้วยความเซนสิทีฟทั้งหลายต้องมีเสียน้ำตา สะเทือนใจตามแน่นอน

 

 

 

ซีรีส์เรื่องนี้ได้ยกกองไปถ่ายทำถึงจังหวัดภูเก็ตและกินเวลาประมาณ 2 เดือน โดยบอส-นฤเบศ กูโน ผู้กำกับของเรื่องที่เคยฝากผลงานใน ซีรีส์เรื่องดังอย่าง Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ และละครเรื่อง My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ได้ให้เหตุผลว่า ด้วยบรรยากาศ ธรรมชาติที่มีทั้งทะเล ภูเขา สถาปัตยกรรม ตึกราม บ้านช่อง วัฒนธรรม อาหารการกินของภูเก็ตนั้นมีความสวยงามและมีเสน่ห์ ทำให้เหมาะกับการเล่าเรื่อง ยิ่งเมื่อมีเด็กวัยรุ่นเข้ามาเติมเต็มในฉากก็ยิ่งทำให้เรื่องราวลงตัวและดูน่าสนใจมากขึ้น

 

 

 

เบื้องหลังและบรรยากาศการทำงานของซีรีส์เรื่องแปลรักฉันด้วยใจเธอ ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งรับรองว่าเข้มข้นไม่แพ้ผลงานที่ผ่านมา

 

นอกจากวิวและบรรยากาศจะสวยชวนติดตาม อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเหมือนหัวใจสำคัญคือนักแสดงซึ่งแน่นอนว่าทุกคนต่างทำการบ้านกันหนักมาก ทั้งยังเป็นการท้าทายความสามารถครั้งสำคัญของพีพีและบิวกิ้นอีกด้วย เพราะครั้งนี้ทั้งคู่ได้เปลี่ยนจากนักแสดงสมทบจากเรื่อง My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน มาเป็นนักแสดงหลักที่เข้าทุกฉาก เรียกได้ว่าเจอทั้งบทสุดโหดและโลเกชั่นสุดหินที่ต้องพร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศแบบสู้ไม่ถอย ครั้งนี้เราได้มีโอกาสมาพูดคุยถึงผลงานล่าสุดของทั้งคู่ รวมถึงมิตรภาพที่เรียกได้ว่ามองตาก็รู้ใจ ส่วนจะสนิทกันแค่ไหนก็แล้วแต่ว่าแฟนๆ จะให้คะแนนเท่าไหร่ก็แล้วกัน

 

 

ได้รับความสนใจตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์เลยกับเรื่องแปลรักฉันด้วยใจเธอ (I told sunset about you) ในฐานะที่เป็นนักแสดงหลักของเรื่องนี้  เล่าถึงความน่าสนใจให้ฟังหน่อยได้ไหม

พีพี: แปลรักฉันด้วยใจเธอ เป็นซีรีส์ที่จะพาคนดูโตไปพร้อมๆ กับตัวละครครับ เพราะช่วงเวลาในเรื่องเป็นช่วงม.6 ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กผู้ชายสองคน ที่มีทั้งเรื่องความสัมพันธ์ ครอบครัว และการศึกษารวมๆ กัน

 

บิวกิ้น: ตัวละครจะเริ่มต้นด้วยสภาวะแบบหนึ่ง ในช่วงอายุแบบหนึ่ง แต่ในระหว่างเรื่อง เขาก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างโดยผ่านสถานการณ์ ทั้งในมุมต่างๆ เพื่อทำให้ก้าวข้ามไปสู่อีกวัยหนึ่งครับ

 

เรื่องนี้บอสกำกับและเขียนบทด้วย พอได้กลับมาร่วมกันอีกครั้งมีความลงตัวหรือความยากง่ายอย่างไรบ้าง

พีพี: เรียกว่าลงตัวในระดับหนึ่ง เพียงแต่เรื่องที่แล้วเราสองคนได้เป็นนักแสดงสมทบ แตกต่างจากเรื่องนี้ที่ต้องมาเป็นนักแสดงหลัก เลยทำให้ต้องทำการบ้านมากขึ้นครับ

 

บิวกิ้น: ความกดดันหรือความรับผิดชอบในการถ่ายทำต่างกันครับ ครั้งนี้รู้สึกว่าเราต้องแบกรับภาระหน้าที่ที่ใหญ่ขึ้นด้วย และไม่เหมือนเดิมตรงที่แปลรักฉันด้วยใจเธอ เป็นซีรีส์อีกแบบหนึ่ง วิธีการกำกับหรือการทำงานก็ต่างไป และพอมาเป็นนักแสดงนำก็ต้องเตรียมตัวเยอะขึ้น หน้าที่เยอะขึ้น

 

เล่าเรื่องย่อพอสังเขปให้ฟังหน่อยได้ไหม

บิวกิ้น: ซีรีส์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กผู้ชายสองคนชื่อเต๋กับโอ้เอ๋วที่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ตอนเด็ก แล้วมีปัญหากัน ไม่ได้คุยกันอีก จนกระทั่งกลับมาเจอกันอีกครั้งตอนกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งพอสองคนนี้ได้กลับมาเจอกันก็มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้น

 

พีพี: โอ้เอ๋วเป็นคนชอบเอาชนะ แต่ว่าเรียนไม่เก่ง และไม่ได้จริงจังกับชีวิตมากเท่ากับเต๋ ครอบครัวเป็นแนวสบายๆ ลูกทำอะไรก็ได้ที่มีความสุข

 

บิวกิ้น: ส่วนเต๋เป็นลูกคนจีน ค่อนข้างมีความฝันและเห็นตัวเองในอนาคตชัดเจนว่าโตไปจะเป็นอะไร เป็นคนที่เต็มไปด้วยแพสชั่น เป้าหมาย ชอบการแข่งขัน รวมถึงชอบการเอาชนะด้วยครับ

 

ตัวละครสองตัวนี้เหมือนหรือต่างจากทั้งคู่อย่างไรบ้าง

บิวกิ้น: โดยแก่นของความคิด ผมกับเต๋ค่อนข้างคล้ายกันเลยล่ะ แต่มุมมองบางเรื่องหรือการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างก็มีต่างกันบ้างครับ

 

พีพี: โอ้เอ๋วกับผมก็มีคล้ายกันในหลายๆ เรื่อง เพราะว่าเป็นคนที่ชิลล์ๆ ไม่ได้กดดันตัวเองหรือไม่ได้ตั้งใจแข่งขันอะไรมากเหมือนกันครับ

 

 

ต้องทำการบ้านกับผลงานเรื่องนี้กันอย่างไรบ้าง

พีพี: นอกจากการเตรียมตัวเรื่องการแสดง ผมต้องลดน้ำหนักลงมาให้ได้ 10 กิโลกรัม เพราะว่าผู้กำกับอยากได้ลุคที่เป็นเด็กม.ปลาย ซึ่งเด็กม.ปลายที่เขาพูดถึงคือผมตอนม.ปลายที่มีน้ำหนักเท่านี้ในตอนนั้น จริงๆ เขาก็ให้ลดลงมาระดับหนึ่ง แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด-19 ด้วยเลยไม่มีอะไรทำ (หัวเราะ) ก็จัดเต็มครับ ผมใช้เวลาเดือนครึ่งในการลดครั้งนี้ เทคนิคคือคุมแคลอรี่ กินวันหนึ่งไม่เกิน 100 แคลอรี่โดยประมาณ แต่ว่าไม่ได้ออกกำลังกาย เพราะเป็นคนขี้เกียจมาก ใช้วิธีคุมอาหาร พวกของหวานไม่กิน ที่จริงผมเป็นคนไม่กินขนม ไม่ติดหวานอยู่แล้วก็เลยง่ายขึ้นครับ

 

บิวกิ้น: ถ้าเรื่องนี้ ผมออกกำลังกายครับ เทรนเนอร์เขาจัดโปรแกรมให้เรากิน 5 มื้อ เป็นโปรแกรมสร้างกล้ามเนื้อ ลดคาร์บ คาดิโอทุกวัน น้ำหนักเลยลดลงมา 6 กิโลกรัม ภายใน 1-2 เดือน พอๆ กันกับพีพีครับ

 

เพราะอะไรซีรีส์เรื่องนี้ถึงชื่อ แปลรักฉันด้วยใจเธอ

บิวกิ้น: เรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องหลักของซีรีส์เลยคือความสัมพันธ์ของเด็กผู้ชายสองคนที่เล่าถึงความรู้สึกที่ตัวละครไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร เลยต้องแปลความรู้สึกนี้ด้วยใจของอีกฝ่าย เพื่อทำให้ตัวละครก้าวข้ามผ่านไปสู่อีกวัย ทำให้เขาเข้าใจความรักหรือความรู้สึกของวัยนั้นมากขึ้น เลยเป็นที่มาของชื่อซีรีส์นี้ครับ

 

คิดว่าตัวเองเป็นคนที่สามารถแปลภาษากายหรือความรู้สึกของคนอื่นได้ดีแค่ไหน

พีพี: จริงๆ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างใส่ใจคนรอบข้างนะครับ หมายความว่าอะไรนิดหน่อยจะสังเกตได้ เขาชอบหรือไม่ชอบอะไร เราจะเห็น คงเพราะที่บ้านสอนมาว่าต้องรู้จักใส่ใจ เห็นใจ มีน้ำใจให้กับคนอื่นเสมอ

 

บิวกิ้น: ส่วนผมคิดว่าเราเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างในระดับหนึ่งนะครับ แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่มารู้ทีหลังว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น  มีเลเยอร์อีกชั้นหนึ่งที่อยู่ภายใต้ความรู้สึกเขา ซึ่งตรงนี้ผมรู้สึกว่าพีพีจะเป็นคนที่มองคนอื่นได้เก่งกว่าผม

 

รู้จักและทำงานใกล้ชิดกันมาขนาดนี้ ระดับความสนิทของทั้งคู่เรียกว่าแค่มองตาก็รู้ใจกันเลยหรือเปล่า

พีพี: จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะครับ

 

คิดว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้สนิทกัน

พีพี: คงเป็นวิธีคิด มุมมอง การใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงกันครับ แต่ตอนแรกเราไม่ชอบหน้ากันนะ เราเจอกันครั้งแรกที่โรงเรียนเรียนพิเศษ แต่เขามาเริ่มชวนผมคุยก่อน (หัวเราะ)

 

บิวกิ้น: ที่ผมไม่ชอบเขา เพราะเขามีการวางมาดหรือการวางตัวที่จริงๆ อาจไม่ได้แย่แต่ว่าผมหมั่นไส้เท่านั้นเอง ความจริงหน้าเขาอาจจะนิ่งๆ หยิ่งๆ อย่างนี้อยู่แล้ว

 

พีพี: ส่วนที่ผมไม่ชอบบิวกิ้นตอนนั้นเพราะว่า (บิวกิ้นแทรกว่า ผมหล่อกว่า) เขาก็วางมาดเหมือนกันครับ (บิวกิ้นถามว่า คิดเองหรือเปล่า ไม่เคยทำนะ)

 

แล้วมาคุยกันอีกทีก็ที่นาดาวเลยหรือยังไง

พีพี: จริงๆ เขาชวนคุยตั้งแต่ที่โน่นแล้วครับ

 

บิวกิ้น: คือผมรู้ว่าต้องมาเวิร์กช็อป ต้องทำอะไรด้วยกัน เลยเป็นคนเปิดประตูไปทักเขาก่อน แต่ว่าเขามาตีซี้ผม ชวนผมไปนั่น ไปนี่ จริงๆ ถ้าทำให้รู้จักอาจเป็นผม แต่ถ้าทำให้สนิทก็อาจเป็นเขา เขาอยากรู้จักผมมากกว่า ซึ่งเราสนิทกันก่อนเล่น My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน แล้วนะครับ เพราะตอนที่คุยกัน รู้สึกว่ามีอะไรหลายอย่างที่ค่อนข้างคล้ายกันและเข้ากันได้ดี ทำให้รู้สึกว่าเวลาเราคุยเรื่องอะไรก็จะไปด้วยกันได้ถูกทางตลอด

 

พีพี: เรื่องการกิน รสนิยม ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ เราคล้ายกัน รวมถึงการใช้ชีวิตในบางเรื่อง แต่บิวกิ้นจะเป็นคนที่เพอร์เฟกชั่นนิสต์กว่า ส่วนผมจะเป็นคนที่ชิลล์กว่า ผ่อนปรนกว่า

 

บิวกิ้น: ผมว่ามันก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกัน บางอย่าง บางครั้งเราอาจเครียดเกินไป แต่บางเรื่องผมว่าเขาชิลล์เกินไป ซึ่งพออยู่ด้วยกันแล้วเราจะมีการเตือนๆ กัน

 

 

ใครเป็นคนที่ขี้งอนมากกว่ากันหรือมีอะไรแล้วไม่พูดมากกว่ากัน

 

พีพี: เราพูดกันทุกเรื่องนะครับ ถ้ารู้สึกไม่ชอบ โกรธอะไรกัน ก็จะพูดกันตรงๆ

 

บิวกิ้น: ส่วนเรื่องขี้งอน ผมว่าพอๆ กันครับ แต่ไม่ได้งอนมากเท่าไร ส่วนใหญ่ผมชอบคนที่มีอะไรก็พูดกันมาเลย ชอบหรือไม่ชอบอะไร อยากให้ทำหรือไม่ทำอะไรก็พูดเลย

 

พีพี: แต่จะทำหรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง (หัวเราะ)

 

บิวกิ้น: แต่ว่าต้องการอะไรต้องบอกก่อน ถ้าไม่ทำก็จะบอกว่าไม่ทำ ให้ชัดเจนไปเลย ไม่ใช่ต้องมานั่งแกะเบาะแสว่า ทำอย่างนี้ทำไม จะเอาอะไร ผมว่าเสียเวลา (พีพีเป็นอย่างนั้นไหม) มีบ้างครับ (หัวเราะ) แต่หลังๆ มีอะไรเขาก็พูด บางอย่างผมก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่พูดยาก แต่เราสนิทกันมาก มีอะไรก็พูดมาเถอะ จะได้เข้าใจกัน และง่ายต่อเราทั้งคู่ด้วย

 

พีพีกับบิวกิ้นซัพพอร์ตกันในเรื่องไหนบ้าง

ทั้งคู่: ทุกเรื่องครับ

พีพี: เราเชียร์อัพกันตลอดครับ อย่างในกองถ่าย เราต่างเหนื่อยกันทั้งคู่ แต่ว่าก็ช่วยกัน

บิวกิ้น: มันจะมีเวลาที่แย่ของแต่ละคน อย่างผมเล่นซีนหนึ่งไม่ได้ เขาก็จะเป็นคนที่เข้าใจและเดินมาให้กำลังใจ คือเขารู้ว่าทำยังไงแล้วผมจะรู้สึกดีขึ้น และเพราะเราสนิทกัน เวลาเห็นหน้าเขา ก็รู้แล้วว่า OK! หรือไม่ OK! จริงๆ ผมรู้สึกว่าการที่เราให้กำลังใจกันตลอด มีคุณค่ามากเลยนะครับ

 

ตอนนี้ทั้งพีพีและบิวกิ้นต่างเรียนไปด้วย  ทำงานไปด้วย เชื่อว่าต้องมีเหนื่อยกันบ้าง แรงบันดาลใจที่ทำให้ทั้งคู่อยากทำงานต่อในทุกๆ วันคืออะไร

บิวกิ้น: สุดท้ายทุกอย่างกลับมาจบที่ความสุขครับ คือผมเป็นคนชอบเอาชนะตัวเอง ซึ่งการทำงานตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้นและเมื่อเอาชนะตัวเองได้แล้ว ก็มีความสุข หรือถ้าไม่ใช่เรื่องการเอาชนะตัวเอง แต่ได้ทำในสิ่งที่ทำให้รู้สึกมีความสุข ผมก็ทำนะครับ

 

พีพี: เหมือนกันครับ สิ่งนี้คือความสุขที่ได้ทำ เป็นสิ่งที่ทำให้ได้อยู่กับคนใหม่ๆ เจอคนโน้นคนนี้ ได้เข้าสังคม

 

 

บรรยากาศงานแถลงข่าวเปิดตัว ซีรีส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ ที่ โซน EDEN1 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  ซึ่งนอกจากบิวกิ้นจะมาโชว์เพลง “กีดกัน” ซึ่งเป็นเพลงประกอบซีรีส์ที่เขาร้องด้วยตัวเอง ยังมีเซอร์ไพรส์วันเกิดของเขาบนเวทีด้วย

 

เข้าวงการกันมากี่ปีแล้ว

บิวกิ้น: เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะครบ 5 ปีแล้วครับ

พีพี: ผมน่าจะช้ากว่าบิวกิ้นประมาณ 4 เดือนครับ

 

ซึ่งทั้งคู่บอกว่ารู้จักกันมากว่า 5 ปีด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้นพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายที่เราเห็นมาตลอด 5 ปีให้ฟังหน่อยได้ไหม

พีพี: บิวกิ้นเขาเป็นไปตามวัยนะครับ เพราะก่อนจะมีหน้าที่เพิ่มขึ้น ก็ยังมีติดเล่นบ้าง แล้วเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก โมโหง่าย แต่ตอนนี้ดีขึ้น ทำอะไรก็มีสติมากขึ้น ระมัดระวังมากขึ้น และมีความรับผิดชอบมากขึ้น

 

บิวกิ้น : จริงๆ ชีวิตเรา 2 คน ก็มีบางเรื่องที่เหมือนในซีรีส์ด้วยนะครับ คือเราเรียนรู้ เห็นการเติบโตของอีกฝ่ายมาตลอด พูดตามตรงว่าเมื่อก่อนผมไม่เห็นว่าเขาอยากทำอะไรเลย เขาไม่มีความรับผิดชอบเลย หรือมีก็น้อยกว่าตอนนี้มาก แต่พอเขาโตขึ้น เห็นความสำคัญของแต่ละอย่างมากขึ้น ก็ตั้งใจทำอะไรจริงจังมากขึ้น ตอนนี้พอเรามองเขา มันเหมือนเป็นคนละคนกับตอนนั้นแล้ว ตอนนี้พีพีมีความเป็นผู้ใหญ่และรับผิดชอบขึ้นมาก รักตัวเอง รักอนาคต รับผิดชอบต่อตัวเองและคนรอบข้างมากและเอาแต่ใจน้อยลงด้วยครับ

 

ทั้งคู่กลายเป็นคู่จิ้นกระแสแรงมาจากเรื่อง My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน จนถึงวันนี้แฟนๆ ก็ยังอินอยู่ รู้สึกอย่างไรบ้าง

 

พีพี: ผมก็รู้สึกดีใจนะที่เราสามารถเล่าเรื่องผ่านคาแร็กเตอร์จนทำให้คนเขารักเราที่เป็นเรา ไม่ใช่ที่คาแร็กเตอร์ได้

 

บิวกิ้น: เราดีใจมากนะครับ ที่คนดูละครแล้วเขาอิน สำหรับผมมันคือความสำเร็จที่สามารถทำให้คนผูกพันไปกับตัวละคร ผูกพันไปกับเนื้อเรื่องที่เราเล่าออกไปได้ ถ้าเกิดจะมีอินจนอยากให้เป็นคู่จริง ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะเป็นความสุขของเขา

คิดว่าทำไมปีนี้กระแสคู่จิ้นถึงมาแรงมาก

พีพี: เป็นเรื่องของช่วงเวลาจริงๆ ครับ เวลาเปลี่ยน เทรนด์ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วยุคนี้ก็มีเรื่องของการเรียกร้องความเท่าเทียมด้านต่างๆ ซึ่งสะท้อนออกมาทางโครงสร้างทางสังคมยุคปัจจุบันด้วย

 

บิวกิ้น: ผมว่าจริงๆ แล้วมันถูกเลี้ยงและไล่ระดับมาเรื่อยๆ ด้วยเทรนด์ของโลก ที่ยุคนี้คนค่อนข้างโปรโมตเรื่องความเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นทางเชื้อชาติ หรือทางเพศที่เราต่างรับได้และเข้าใจมากขึ้นว่าความรักไม่ได้จำกัดแค่ชายหญิง แต่คืออะไรก็ได้ ซึ่งการมีซีรีส์แนววายออกมา แล้วประสบความสำเร็จ ก็เป็นอีกแง่มุมที่ตอกย้ำว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไป เลยทำให้คนไม่ได้มีปัญหากับเรื่องนี้ มองอีกมุมหนึ่ง ยังกลับกลายเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนที่ไม่เคยชินกับเรื่องนี้ด้วย ผมรู้สึกว่าพอมาบวกเข้าด้วยกัน เลยทำให้ซีรีส์แนวนี้เป็นซีรีส์ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในยุคนี้ครับ

 

 

 

 

นายแบบ: พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และกฤษฏ์ อำนวยเดชกร

เสื้อผ้า: Vivienne Westwood

ช่างภาพ: ทินกร วงเบญจศิลป์

สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

คูเปอร์-ภัทรพสิษฐ์ ณ สงขลา และปอย-กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช คู่จิ้นมาแรงที่ฮอตทั้งหน้าตาและความสามารถ
ทำความรู้จักหนุ่มหล่อสุดป๊อปที่น่าจับตามอง กลัฟ คณาวุฒิ

ทำความรู้จักหนุ่มหล่อสุดป๊อปที่น่าจับตามอง กลัฟ คณาวุฒิ

สร้างชื่อให้ตัวเองจากบท “ไทป์” ชายหนุ่มเลือดร้อน รักใครรักจริงในซีรีส์สุดป๊อป [...]

READ MORE