ดีไซเนอร์ไทย ผู้อยู่เบื้องหลังชุดสวยของ คนดังระดับโลก กับสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นพิเศษ เชิดชูคุณค่าผ้าไทยสู่ระดับสากล

ดีไซเนอร์ไทย ผู้อยู่เบื้องหลังชุดสวยของ คนดังระดับโลก กับสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นพิเศษ เชิดชูคุณค่าผ้าไทยสู่ระดับสากล

สำหรับแวดวงแฟชั่นเมืองไทย ชื่อ สรพล ชวพัฒนากุล อาจไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก แต่ดีไซเนอร์ไทยผู้นี้ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในระดับโลกในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์ “SORAPOL” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นในลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยทันทีที่เปิดตัวคอลเลคชั่นแรก “True Colors” ในปี 2012 ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ จนกลายเป็นแบรนด์ที่สไตล์ไอคอนและคนดังเลือกสวมใส่ อาทิ นาโอมิ แคมป์เบลคาร่า เดเลอวีนมารายห์ แครี่อะเซเลีย แบงค์ริต้า โอร่า และปานามา เฟธ เป็นต้น

 

 

ล่าสุด สรพล ได้กลับมาสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นพิเศษในเมืองไทย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในนิทรรศการ “L’ELEGANTE THAI” Italian Craftsmanship Collaboration นิทรรศการที่จัดร่วมกันระหว่าง ไอคอนสยาม กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท แม็กซ์ อิมเมจ จำกัด โดยเชิญสองแบรนด์แฟชั่นระดับโลก คือ “Antonio Marras” (อันโตนิโอ มาราส) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาเลียน และ SORAPOL แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย ร่วมถ่ายทอดมุมมองและความประทับใจในความงดงามของผ้าไทยและเชิดชูคุณค่าผ้าไทยสู่ระดับสากล

 

 

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE WORLD FASHION CRAFTSMANSHIP: Enriching the pride of SIAM” สรพลได้ตีความคำว่า world fashion และ pride of Siam ผ่านการผสมผสานทั้งความงดงามล้ำลึกและความแตกต่างของสองวัฒนธรรม ออกมาในรูปแบบ East meets West โดยให้เสื้อผ้าเป็นสื่อกลาง ซึ่งเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ปราศจากกำแพงด้านเชื้อชาติและภาษา ขณะที่วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นครั้งนี้คือผ้าไทยอันได้แก่ ผ้าไหมและผ้าฝ้ายนั้น คือตัวแทนความภาคภูมิใจในงานช่างฝีมือชั้นสูง ซึ่งประเมินเป็นมูลค่าไม่ได้

 

 

สรพล กล่าวว่า เขาใช้เวลาในการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นนี้นานถึง 6 เดือน โดยเฉพาะการตระเวนไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อเสาะหาและเลือกผ้าไหม รวมถึงผ้าฝ้ายมาใช้ในการสร้างงาน ซึ่งกล่าวได้ว่านี่คือครั้งแรกของการทำงานออกแบบแฟชั่นที่ดีไซเนอร์ชาวพนัสนิคม .ชลบุรี ได้หยิบจับงานผ้าไทยมาใช้ในการออกแบบ  

 

 

 “แบรนด์ SORAPOL เคยนำผ้าไหมมาใช้ในงานออกแบบ แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นครั้งแรกที่ใช้ผ้าไทยอย่างจริงจัง เพราะวัตถุดิบกว่า 70 % เป็นผ้าไทยจากจังหวัดต่างๆ ซึ่งแต่ละที่มีเทคนิคพิเศษและเอกลักษณ์การทอ รวมถึงลวดลายที่แตกต่างกัน ผ้าที่นำมาใช้ในคอลเลคชั่นนี้ 10 % เป็นผ้าฝ้ายย้อมครามจากจังหวัดสกลนคร และผ้าฝ้ายทอมือจากกลุ่มช่างทอจากเชียงใหม่ ซึ่งมีการออกแบบลวดลายให้โมเดิร์นขึ้น ที่เหลืออีก 60% เป็นผ้าไหม เช่น ผ้าไหมสองตะกร้อและสี่ตะกร้อจากโคราช ผ้าไหมจากมุกดาหาร และจากทางภาคใต้ก็มี

 

 

 นิทรรศการครั้งนี้ สรพลได้ออกแบบชุดราตรี 11 ชุด และชุดประมูลอีก 1 ชุด โดยผลงานที่ออกมาเป็นการหลอมรวมสองวัฒนธรรมให้เป็นโลกใบเดียวกัน กล่าวคือ ได้นำผ้าไทยมาใช้ร่วมกับผ้าแก้วออร์แกนซ่า รวมถึงผ้าแจ็กการ์ตที่สั่งทอพิเศษจากประเทศอิตาลีและฝรั่งเศสให้เป็นลวดลายแบบไทย

 

 

  “ที่ผ่านมาผ้าไทยมักจะย้อมด้วยสีเข้มๆ หม่นๆ ทึมๆ แต่สำหรับคอลเลคชั่นนี้ ผมเลือกใช้สีสดใส โดยสั่งทอสีพิเศษ อย่างฟูเชียพิงค์และนีออนกรีน และเนื่องจากเป็นการย้อมมือ สีที่ได้จึงไม่เท่ากัน ซึ่งผมมองว่าความไม่สมบูรณ์แบบคือเสน่ห์ของงานฝีมือ แต่การทำงานครั้งนี้ก็ท้าทายมากๆ เพราะผ้าไหม เป็นผ้าที่ขึ้นโครงค่อนข้างยาก ช่างต้องมีความชำนาญสูงจึงจะทำงานออกได้อย่างประณีต

 

                                                

 

สำหรับลวดลายทอที่เลือกมาใช้นั้น เป็นลายไทยดั้งเดิม แต่ลดทอนรายละเอียดลงเพื่อให้ดูเป็นงานกราฟิกที่ร่วมสมัยขึ้น เช่น ลายยกดอกที่ลดทอนรายละเอียดลงให้เหมือนลายโพลก้าดอต และทอลายให้ใหญ่ขึ้น อีกลายที่ใช้คือลายข้าวหลามตัด หรือ Diamond Pattern ซึ่งเป็นลายพื้นฐานของลายไทย โดยการออกแบบชุดในครั้งนี้ได้นำองค์ประกอบของลายข้าวหลามตัดมาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ เพื่อนำเสนอเรื่องราวจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยชุดไฮไลต์ได้นำผ้าทอมือของไทยมาตัดเย็บด้วยเทคนิคการทำรูปทรงโดยใช้เลเซอร์ และประยุกต์เข้ากับการใช้ผ้าจากอิตาลี

 

 

สรพล กล่าวว่า เสน่ห์ของผ้าไทยคือความงดงามและเอกลักษณ์เฉพาะพื้นถิ่นของแต่ละจังหวัด ซึ่งจากการลงพื้นที่ทำงานกับกลุ่มชาวบ้าน ทำให้ได้เห็นการกระบวนการทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายอย่างใกล้ชิด จึงได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิด มุมมอง และประสบการณ์ระหว่างกัน และได้เห็นด้วยตัวเองว่าการทอผ้านั้น กว่าจะเสร็จออกมาเป็นผืน ต้องใช้ทั้งความชำนาญและความอดทนอย่างมาก จึงยิ่งรู้สึกชื่นชมในภูมิปัญญาอันเป็นมรดกของชาตินี้ และนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พบว่าปัจจุบันคนรุ่นลูกได้เข้ามาสืบต่องานของคนรุ่นพ่อแม่ และได้นำเทคนิควิธีการทำงานใหม่ๆ มาพัฒนาต่อยอดการทำงานและการสร้างสรรค์ ทำให้ผ้าไทยมีความเป็นสากลมากขึ้น

 

 

นอกเหนือจากการออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับนิทรรศการ L’ELEGANTE THAI” Italian Craftsmanship Collaboration แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ SORAPOL มีป๊อปอัพสโตร์ในเมืองไทย โดยออกแบบร้านภายใต้คอนเซ็ปต์ “Culture Club” เปรียบเสมือนการพบปะสังสรรค์กันระหว่างงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ โดยนอกจากจะนำคอลเลคชั่นล่าสุด ทั้งแบบสตรีตแฟชั่น เรดี้ทูแวร์ และชุดราตรีมาให้ชาวไทยได้เลือกช้อปกันแล้ว ภายในป๊อปอัพสโตร์ยังจัดแสดงชุดที่คนดังสวมใส่ อาทิ มารายห์ แค่รี่ปานามา เฟธริต้า โอร่า และคาร่า เดอลาวีน มาให้ชมอย่างใกล้ชิดอีกด้วย โดยป๊อปอัพสโตร์ของแบรนด์ SORAPOL จะจัดถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ชั้น 1 โซนไอคอนลักซ์ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 02-495-7080 หรือ www.iconsiam.com

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

Mini Me : สวยเก๋ยืนหนึ่งกับเทรนด์กระเป๋าไซส์มินิ

Mini Me : สวยเก๋ยืนหนึ่งกับเทรนด์กระเป๋าไซส์มินิ

เริ่มปลุกกระแสด้วยแบรนด์น้องใหม่อย่าง Jacquemus นับจากนั้นกระเป๋าใบจิ๋วก็ทยานขึ้นติดเทรนด์ ‘IT [...]

READ MORE
ทำอะไรก็ปัง! ริอานน่าฟาดเรียบทุกวงการ นำเทรนด์ทั้งดนตรี บิวตี้ และแฟชั่น