สรุปจุดเด่น Apple ชุดใหม่ iPhone 11, iPad Gen 7 และ Apple Watch Series 5 ราคาถูกลง บนสเป็กจัดเต็ม!!

สรุปจุดเด่น Apple ชุดใหม่ iPhone 11, iPad Gen 7 และ Apple Watch Series 5 ราคาถูกลง บนสเป็กจัดเต็ม!!

สร้างเสียงฮือฮาและได้รับความสนใจไม่น้อย สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Apple ได้แก่ iPhone 11, iPad Gen 7 และ Apple Watch Series 5 โดยเฉพาะสำหรับ iPhone 11 ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max เพราะไม่เพียงจะมาพร้อมชิพใหม่ A13 Bionic ที่เร็วกว่า ประหยัดพลังงานกว่า บนตัวเครื่องสีสันหลากหลาย ที่มาพร้อมกล้องคู่และกล้องแบบ 3 ตัว ได้แก่ กล้องอัลตร้าไวด์,​ ไวด์ และเทเลโฟโต้ ในรุ่น Pro แต่ยังถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในราคาที่เป็นมิตร ชนิดที่แค่เพียงเปิดจองวันแรกในประเทศกลุ่มแรก (ไม่มีประเทศไทย) ก็ได้รับยอดการจองจำนวนมาก ถึงขนาดคาดการณ์ว่ารุ่นพรีเมียมหลายโมเดล อาจส่งไม่ทันวันที่ 20 กันยายนนี้ทีเดียว

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยต้องรอการอัปเดตกำหนดวางจำหน่ายอยู่ แต่คาดว่าอีกไม่นานนี้ แฟนๆ Apple ชาวไทยคงได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ใหม่ที่รอคอยในไม่ช้า และเพื่อเป็นการกระชับรวบรัด เราจึงขอสรุปความน่าสนใจของ iPhone 11, iPad Gen 7 และ Apple Watch Series 5 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา แต่ละผลิตภัณฑ์จะมาพร้อมจุดขายอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย…

 


iPhone 11


 

iPhone 11

 

เริ่มต้นกันที่น้องเล็ก สเป็กน่าเลิฟ เพราะเพียงแค่เปิดตัวก็ปรับลดราคา iPhone XR ลงไปถึง 8,000 บาท พร้อมราคาเปิดตัวที่ย่อมเยากว่า ในราคาเริ่มต้นเพียง 24,900 บาท ขณะที่ราคาเปิดตัว iPhone XR รุ่นก่อนอยู่ที่ 29,900 บาท

 

อย่างไรก็ตาม iPhone 11 ยังคงมาพร้อมจอภาพแบบ Liquid Retina ขนาด 6.1 นิ้ว ที่ความจุ 64GB, 128GB และ 256GB เช่นเดียวกับ iPhone XR โดยมี 3 สีหลัก ได้แก่ สีขาว, สีดำ, สีแดง PRODUCT(RED) และ 3 สีใหม่ โทนพาสเทลหวานๆ น่าจับจอง ได้แก่ สีเหลือง, สีเขียว และสีม่วง

 

iPhone 11 มี 6 สี ได้แก่ สีแดง, สีดำ, สีขาว, สีเหลือง, สีเขียว และสีม่วง ราคาเริ่มต้น 24,900 บาท

 

อีกไฮไลท์ของ iPhone 11 คือมาพร้อมกล้องคู่ ได้แก่ กล้องอัลตร้าไวด์และไวด์ รองรับการถ่ายภาพโหมดกลางคืน ลดนอยซ์ในภาพแสงน้อยได้ดีกว่าก่อน วีดีโอมีกันสั่น สามารถถ่ายวีดีโอ 4K 60fps ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยสามารถเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพสู่การถ่ายวีดีโอได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่มชัตเตอร์ค้างก็สามารถเริ่มถ่ายวีดีโอได้ทันที และสามารถแก้ไขวีดีโอ ทั้ง หมุน ครอบตัด เพิ่มการเปิดรับแสง และใส่ฟิลเตอร์ต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องผ่าน QuickTake อีกต่อไป ขณะที่กล้องหน้าเป็นแบบ TrueDepth ความละเอียด 12MP ให้ภาพเซลฟี่สวยงาม ด้วย Smart HDR เจเนอเรชั่นใหม่ และสามารถถ่ายสโลโมชั่น 120fps ได้เช่นเดียวกับกล้องหลัง

 

ไม่เพียงความน่าใช้ในเรื่องของสเป็กภายใน แต่ตัวเครื่องยังทนทาน โดยสามารถกันน้ำระดับ IP68 ป้องกันน้ำหกในชีวิตประจำวันและทนน้ำที่ความลึกไม่เกิน 2 เมตร นาน 30 นาที ให้เราอุ่นใจกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

iPhone 11 Pro & iPhone 11 Pro Max

 

 

ครั้งแรกสำหรับรุ่น Pro ใน iPhone หลังจากเห็นกันแค่ใน iPad และ MacBook สำหรับรุ่นนี้ ภายนอกโดดเด่นที่ดีไซน์ฝาหลังแบบด้าน 4 สี ได้แก่ สีเทาสเปซเกรย์, สีเงิน, สีทอง และสีเขียวมิดไนท์กรีน โดยจอของ iPhone 11 Pro มีขนาด 5.8 นิ้ว ขณะที่ iPhone 11 Pro Max มีขนาด 6.5 นิ้ว ตัวเครื่องกันน้ำได้ลึกถึง 4 เมตร นาน 30 นาที มี 3 ความจุให้เลือก คือ 64GB, 256GB และ 512GB ในราคาเริ่มต้นที่ 35,900 บาท และ 39,900 บาท ตามลำดับ

 

สำหรับรุ่น Pro ทั้งสองรุ่น มากับกล้อง 3 ตัวแบบใหม่หมด ได้แก่ กล้องอัลตร้าไวด์, ไวด์ และเทเลโฟโต้ ซึ่งนอกจากกล้องหน้าและกล้องหลังจะให้คุณสมบัติในการถ่ายภาพและวีดีโอครอบคลุมรุ่น iPhone 11 ได้เหมือนกันแล้ว ยังเก็บภาพได้กว้างถึง 4 เท่า เอาอยู่ทั้งการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม และภาพถ่ายบุคคล โดยกล้องเทเลโฟโต้ มาพร้อมรูรับแสงขนาดใหญ่ขึ้นเป็น ƒ/2.0 ที่รับแสงได้มากขึ้น 40% เมื่อเทียบกับ iPhone Xs จึงถ่ายภาพและวิดีโอได้สวยงามกว่าเดิม

 

iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max มี 4 สี ได้แก่ สีทอง, สีเขียวมิดไนท์กรีน, สีเงิน และสีเทาสเปซเกรย์

 

ด้วยประสิทธิภาพของชิพ A13 Bionic ทำให้ไม่ใช่แค่ CPU และ GPU เร็วกว่า A12 ถึง 20% หรือสแกน FaceID รอบทิศเร็วขึ้น 30% แต่ทำให้ประหยัดพลังงานขึ้น โดยแบตเตอรี่ของ iPhone 11 Pro สามารถใช้งานได้นานกว่า iPhone Xs สูงสุด 4 ชม. ขณะที่ iPhone 11 Pro Max ใช้งานได้นานกว่า iPhone Xs Max สูงสุด 5 ชม. ที่แน่ๆ คือรอบนี้ Apple ให้สายชาร์จเร็ว 18W มาด้วย ใจดีไปอีก!

 

ทั้งนี้ สามารถสั่งจอง iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ได้แล้ว ในกลุ่มประเทศแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เปอร์โตริโก, หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ และอีกกว่า 30 ประเทศ และจะเริ่มมีวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 20 กันยายนนี้ เป็นต้นไป

 


iPad Gen 7


 

จัดเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่มาในราคาน่ารัก เริ่มต้นเพียง 10,900 บาท และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยตัวเครื่องที่ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% มาพร้อมจอภาพ Retina ขนาด 10.2 นิ้ว รองรับ Apple Pencil และ Smart Keyboard ขนาดฟูลไซส์ (มีจำหน่ายแยกต่างหาก ราคา 3,400 และ 5,900 บาท ตามลำดับ)

 

iPad 7 โดดเด่นด้วยชิพ A10 Fusion ที่รวดเร็วกว่าเครื่อง Windows PC รุ่นขายดีต้นๆ ถึง 2 เท่า รองรับการเชื่อมต่อ Gigabit-class LTE เพื่อการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้นอีก 3 เท่า ผ่านการเชื่อมต่อระบบเซลลูลาร์ ด้วย Touch ID® การปลดล็อค iPad จึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายและปลอดภัย แค่ปลายนิ้วสัมผัส ขณะที่แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ตลอดวัน

 

 

สำหรับรุ่นนี้ มีด้วยกันทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเงิน, สีเทา (Space Gray) และสีทอง ที่ความจุ 32GB และ 128GB ราคาเริ่มต้น 10,900 บาท สำหรับรุ่นที่รองรับ Wi-Fi และ 15,400 บาท สำหรับรุ่นที่รองรับ Wi-Fi + Cellular เปิดให้สั่งซื้อแล้ววันนี้ที่ apple.com และที่แอพ Apple Store ในสหรัฐอเมริกา และกว่า 25 ประเทศและภูมิภาค iPad จะวางจำหน่ายในร้านค้าในประเทศเหล่านี้และประเทศอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน

 


Apple Watch Series 5


 

หลังจากวางจำหน่าย Series 4 ไม่ถึงปี Series 5 ก็เปิดตัวจ่อสเป็ก พร้อมราคาน่าคบขึ้นอีกนิด ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 13,400 บาท ถูกกว่าราคาเปิดตัวรุ่นก่อน 1,000 บาท โดยสำหรับความพิเศษครั้งนี้ นอกจากเรื่องราคาแล้ว ความน่าสนใจก็คือการมาพร้อมกับจอ Retina แบบติดตลอดเวลา แต่ประหยัดพลังงานขั้นสุด ทำให้ไม่ต้องคอยยกข้อมือหรือแตะหน้าจอ เพื่อให้หน้าจอแสดงเวลาแต่ละครั้ง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมวัสดุตัวเรือนใหม่ที่ผลิตจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุราคาแพงในวงการนาฬิกา แต่ทั้งเบาและแข็งแรง นอกเหนือจากสแตนเลสสตีลและอะลูมิเนียม อีกทั้งภายในปีนี้ตัวเรือนเซรามิกก็กำลังจะกลับมาด้วย

 

สำหรับคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น Apple Watch Series 5 มาพร้อม watchOS 6 ที่แน่นด้วยฟีเจอร์สุขภาพไม่ว่าจะเป็นการติดตามรอบเดือนสาวๆ การวัดระดับเสียงรอบข้าง การโทรฉุกเฉิน หลังมีการล้มและไม่มีการเคลื่อนไหว 1 นาที รวมถึงมีเข็มทิศ ที่สามรถวัดได้ทั้งละติจูด ลองจิจูด ไปจนถึงระดับความสูง ขณะที่แบตเตอรี่ในรุ่นนี้ ใช้งานได้นยาวนาน 18 ชม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เช่นเดียวกับรุ่นก่อนเหมือนเดิม

 

 

ในส่วนของตัวเรือน มีทั้งแบบสแตนเลสสตีลและอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 แบบรีไซเคิล 100% มาใน 3 สีคลาสสิก ได้แก่ สีทอง, สีเงิน และสีดำสเปซแบล็ค ขณะตัวเรือนไทเทเนียมมี 2 สี ได้แก่ สีธรรมชาติและสีดำสเปซแบล็ค และภายในปีนี้ ตัวเรือนเซรามิกสีขาวสวยๆ ที่กันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยมก็กำลังจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับสาย Sport Loop ใหม่ และตัวเลือกสีสันใหม่ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสาย Nike Sport Band, Nike Sport Loop หรือสาย Hermès ที่ได้รับความนิยมมากในปีที่แล้ว แต่ที่พิเศษสุดยิ่งกว่าคือปีนี้จะมีสาย Della Cavalleria ใหม่ และสายเวอร์ชั่นสีดำล้วนที่มาพร้อมกับหน้าปัดนาฬิกา Hermès สุดพิเศษแบบไล่โทนสีมาด้วย ใครเป็นแฟน Hermès รอติดตามได้เลย!

 

 

Apple Watch Series 5 (รุ่น GPS) มาในราคาเริ่มต้นที่ 13,400 บาท  และ Apple Watch Series 5 (รุ่น GPS + Cellular) มีราคาเริ่มต้นที่ 16,900 บาท ขณะที่ Series 3 รุ่นยอดนิยม (รุ่น GPS) ที่มาพร้อม GPS, เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคอลและสามารถทนน้ำ ราคาถูกลงกว่าเดิมอยู่ที่ 6,400 บาท และ Series 3 (รุ่น GPS + Cellular) จะมีราคาอยู่ที่ 9,900 บาท

 

Apple Watch Series 5 (รุ่น GPS) สามารถสั่งซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้ทาง apple.com และในแอพ Apple Store โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 กันยายน ในสหรัฐอเมริกา, เปอร์โตริโก, หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา และอีกกว่า 38 ประเทศและภูมิภาค

 


ติดตามความเคลื่อนไหวของ OK! Magazine Thailand ได้ที่…

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : @okmagazinethailand
Facebook : @okmagthailand
Twitter : @okthailand

 






Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

เปิดบ้าน คุณโรส พรรณี ซาเอกิ ผู้หญิงสุดสตรอง เจ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจด้วยสองมือและหนึ่งใจ

เปิดบ้าน คุณโรส พรรณี ซาเอกิ ผู้หญิงสุดสตรอง เจ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจด้วยสองมือและหนึ่งใจ

บ้านหลังงามสีขาวมูลค่ากว่าร้อยล้านที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ของคุณโรส-พรรณี ซาเอกิ ประธานบริษัท R.R.D [...]

READ MORE
The Naked Truth: I’m Every Woman นิทรรศการ 40 กะรัตคนข้ามเพศ

The Naked Truth: I’m Every Woman นิทรรศการ 40 กะรัตคนข้ามเพศ

การรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของ 40 สาวข้ามเพศชื่อดัง ครั้งแรกและครั้งเดียวในเมืองไทย [...]

READ MORE