แอฟ ทักษอร ซูเปอร์มัมสุดสตรอง ผู้เพียบพร้อมด้วยความงาม พลังของความรัก และความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

แอฟ ทักษอร ซูเปอร์มัมสุดสตรอง ผู้เพียบพร้อมด้วยความงาม พลังของความรัก และความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

ถ้าจะนิยามผู้หญิงสักคนว่ามีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ OK! เชื่อว่าแอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ สามารถใช้นิยามนี้ได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม เพราะภายใต้ความสวยงาม อ่อนหวาน กิริยา วาจาไพเราะ เธอคนนี้มีความเด็ดเดี่ยวและชัดเจนในความคิด โดยนำเสนอทุกอย่างออกมาได้อย่างนุ่มนวลแบบที่ใครก็ยากจะเลียนแบบ หลายๆ ครั้งแอฟถูกถามถึงเรื่องที่อ่อนไหวที่ใครก็อยากรู้ แต่เธอก็สามารถอธิบายออกมาได้อย่างเข้าใจ ตรงไปตรงมา ให้เกียรติกับทั้งตัวเองและคนที่ถูกพูดถึงจนได้รับความชื่นชมจากทุกฝ่าย แน่นอนว่าวันแม่ปีนี้ไม่มีใครเหมาะที่จะมาขึ้นปกให้กับ OK! เท่ากับผู้หญิงสวยสุดสตรองคนนี้อีกแล้ว ครั้งนี้เราจะมาอัพเดตชีวิตของแอฟในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดลับความสวยของคุณแม่ยังสาว  หรือบทบาทซิงเกิลมัมในแบบของแอฟที่บอกเลยว่าใครที่คิดว่านี่คือสถานภาพน่าสงสาร หรือใครที่กำลังมองตัวเองว่าไม่มีคุณค่า เพียงเพราะว่าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แอฟมีแนวคิดที่จะทำให้คุณมูฟออนจากที่เดิมและเติมคุณค่าให้กับชีวิตตัวเองอีกครั้ง

 

 

” แอฟเรียนรู้ว่าคุณแม่ทุกคนล้วนมีพลังกายพลังใจอย่างมหาศาลในการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่ลูก พร้อมมอบพลังของความรักที่บริสุทธิ์และไม่มีเงื่อนไขให้เขา เราอยากให้ความรักแก่เขามากที่สุด”

 

ชีวิตแอฟเปลี่ยนไปแค่ไหนเมื่อมีลูกเข้ามาในชีวิต

เปลี่ยนไปทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ คือพอมีปีใหม่ ไม่ใช่ว่าชีวิตเราทั้งหมดคือลูก แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือลูกและครอบครัว ทำให้มุมมองชีวิตเปลี่ยนหลายๆ อย่าง เราหันมาแพลนชีวิต สุขภาพ การงาน การเงิน มากขึ้น จากเมื่อก่อนไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยค่ะ เพราะคิดว่าชีวิตเราราบรื่นมาตลอด ไม่ค่อยมีขึ้นมีลง เรื่องการงาน แอฟคิดว่าถ้าโชคดีเราจะเจองานที่ใช่ งานที่ทำแล้วมีความสุข ถ้าไม่มีก็ไม่มี ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่ทำ แค่นี้ง่ายๆ ชีวิตไม่เห็นมีอะไรเลย อย่างเรื่องเงิน แอฟมองว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะตัวเองไม่ค่อยได้ใช้อะไร ไม่ได้ชอบช้อปปิ้ง หรือเรื่องสุขภาพ แอฟคิดว่าตัวเองเป็นคนแข็งแรงระดับหนึ่ง หรือเรื่องอุบัติเหตุ เมื่อก่อนชอบขับรถ เพราะคิดว่าไม่เป็นไรหรอก แต่พอมีปีใหม่ เดี๋ยวนี้กลัวหมดเลยค่ะ ขับรถก็กลัว ขี่ม้าก็กลัว อะไรที่เป็นความเสี่ยง กลัวหมด คือไม่ต้องถึงกับว่าเสียชีวิต แต่อย่างขี่ม้าถ้าเราตกม้าแล้วขาหักขึ้นมา เราจะอะไรอย่างไรกับลูกดี จะคิดมากขึ้น กลายเป็นระวังมากขึ้น

 

สำหรับแอฟ คุณค่าการเป็นคุณแม่คืออะไร

การเป็นคนเสียสละที่จะต้องยอมรับว่าจะต้องมีห่วงหนึ่งที่ผูกเราไปตลอดชีวิต ไม่มีวันจบ ถ้าตอนลูกเล็ก เราจะต้องสละแรงกาย เลี้ยงลูก อดนอน ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่พอเขาโตขึ้นมาอีกหน่อย เราต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับเขา บางบ้านโชคดีที่คุณพ่อช่วยแบ่งเบา แต่แอฟเชื่อว่าต่อให้คุณพ่อแบ่งเบาอย่างไร คุณแม่ก็ยังต้องเป็นคนที่ลูกฝากชีวิตไว้มากที่สุด เราไม่มีวันจะหมดห่วงในตัวเขา ลูกเรียนจบแล้วเขาจะมีงานทำไหม มีความสุขในการทำงานไหม พอลูกจะแต่งงานก็ห่วงอีก ลูกมีลูกของเขาก็ห่วงอีก แอฟดูจากคุณทวด คุณยาย คุณแม่ ที่ทุกวันนี้ทุกคนยังห่วงกันอยู่ คุณทวดแอฟซึ่งปีนี้จะอายุ  100 ปี ท่านยังถามว่าลูกเป็นอย่างไร หลานเป็นอย่างไรอยู่เลย แอฟเรียนรู้ว่าคุณแม่ทุกคนต่างมีพลังกายพลังใจอย่างมหาศาลในการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับลูก เป็นพลังความรักที่บริสุทธิ์ ไม่ต้องสงสัยว่าลูกเราจะเป็นอย่างไร มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะสุดท้ายเราก็อยากให้ความรักเขามากที่สุด ส่วนเรื่องอื่นถ้ามีข้อไหนที่ต้องปรับปรุง ก็แก้ไขกันไป แม่ทุกคนต่างพยายามจะกล่อมเกลาตรงนั้นให้ดีที่สุด

 

“แอฟพยายามบอกลูกเสมอว่าเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากและย้อนกลับไปไม่ได้ ทุกคนมีเวลาเท่ากัน บางครั้งลูกจึงต้องเรียนรู้ที่จะเลือกว่าจะทำอะไร ถ้าไม่เลือก เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ลูกจะไม่ได้เลือกหรือไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วในที่สุดลูกจะกลายเป็นฝ่ายถูกเลือก”

 

มีเรื่องไหนที่แอฟอยากปลูกฝังในตัวเขาบ้าง

ในช่วงนี้ที่เขายังเป็นเด็กเล็กอยู่ เราเริ่มปลูกฝังให้เขาเห็นว่าแอฟเติบโตมาอย่างไร คุณตาคุณยายเติบโตมาอย่างไร วิธีเลี้ยงเราอยู่กันอย่างไร คือให้เขาอยู่ เรียนรู้ และสังเกตว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร เพื่อจะปลูกฝังเรื่องที่จะให้เขารักตัวเอง รักครอบครัว มีความรับผิดชอบต่อสังคม พยายามบอกเขาว่าการรับผิดชอบต่อสังคม ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ดูแล้วยิ่งใหญ่ แต่ให้มองแม้กระทั่งจุดเล็กๆ ว่าแค่เป็นตัวอย่างที่ดี ก็ถือว่าเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว แต่ถ้ามีความสามารถมากกว่านั้น ก็ทำมากกว่านั้นไปอีก ไม่ต้องรอไปถึงว่าฉันเก่ง แต่ถ้ายังช่วยเรื่องใหญ่กว่าไม่ได้ ก็เริ่มตรงที่อย่าเป็นภาระกับคนอื่น เป็นตัวอย่างที่ดี มันเริ่มจากที่ตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องมีต้นทุนอะไร และให้รักตัวเอง ไม่ใช่หมายถึงความรักหลงตัวเองนะคะ แต่ถ้ารักตัวเอง เราก็ต้องเลือกในเส้นทางที่ดีและเหมาะสมกับเราในอนาคต วันหนึ่งพอเราหันกลับมาจะไม่เสียใจว่าทำไมทำแบบนั้น ทำไมเลือกตัดสินใจแบบนั้น นี่คือรักตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง ให้เกียรติตัวเอง แต่ถ้าเป็นการสอนเด็ก ก็ต้องเป็นอะไรที่ง่ายๆ มีสอนเรื่องความรับผิดชอบด้วย แต่เรื่องนี้ที่โรงเรียนก็สอนได้เยอะค่ะ แอฟให้เขาเรียนโรงเรียนทอสี เป็นโรงเรียนวิถีไทยพุทธ นอกจากจะได้ในเรื่องพุทธศาสนา โรงเรียนยังสอนเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อตัวเรา เรื่องจิตอาสา สมมติเราพูดเรื่องความรับผิดชอบ เด็กอาจไม่เข้าใจ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การที่ให้เขาทำอะไรที่เป็นเรื่องเล็กๆ เช่น ตื่นมาเก็บเตียง เช็ดโต๊ะ เก็บของเล่น เขาจะรู้ว่านี่คือหน้าที่ของเขาที่ต้องทำทุกวัน มันไม่ได้ยากเย็นเลย แต่ว่าการจะรับผิดชอบหน้าที่นี้ประจำที่บางวันง่วงนอน บางวันขี้เกียจ มันไม่ง่าย แต่เขาก็จะต้องทำ พยายามฝึก ซึ่งตอนนี้เขาก็ฝึกจนชินแล้วค่ะ จริงๆ เรื่องพวกนี้พอสอนเขาไป มันกลับมาสอนตัวเองเหมือนกันนะคะ เพราะบางทีเราใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ ทำไปแบบวันต่อวัน ไม่มีเวลาคิดหรอกว่าตกลงเราทำหน้าที่ในแต่ละส่วนได้ดีหรือยัง ก็ได้ทบทวนตัวเองไปด้วยค่ะ

 

มีคำสอนจากรุ่นสู่รุ่นที่คุณแม่สอนแอฟ แล้วแอฟอยากสอนปีใหม่บ้างไหม

เยอะมากเลยค่ะ ถ้าเป็นแนวผู้หญิงๆ ก็คงเป็นเรื่องที่เราต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เคารพตัวเอง เพราะถ้าเราเคารพตัวเอง เราจะไม่เลือกทำ ไม่เลือกพูดอะไรที่จะกลับมาทำร้ายตัวเอง หรือไม่เลือกทำในสิ่งที่จะลดคุณค่าความเป็นตัวเรา แล้วเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็แล้วแต่ ถ้าเราไม่สูญเสียความเป็นตัวเรา คุณค่าในตัวเรา ชีวิตจะขึ้นลงอย่างไร เราจะมีความภูมิใจในตัวเอง แอฟว่าคนเราถ้ามีความภูมิใจในตัวเอง อย่างไรก็มีกำลังใจ มีความสุขที่จะออกไปเผชิญโลก ต่อให้เจอเหตุการณ์แย่ๆ อย่างไร แต่ว่าเราไม่เคยทำให้ตัวเองแย่นะ แล้วก็ไม่เคยทำให้คนอื่นแย่เช่นกัน แม้ว่าเหตุการณ์จะพาให้ชีวิตเราขึ้นๆ ลงๆ เราก็ไปตามนั้น ทำให้ดีที่สุด ณ โมเมนต์นั้นก็ดีที่สุดแล้ว

 

 

 

 

“แอฟไม่เคยมองตัวเองหรือคนอื่นด้วยสถานะโสดหรือหย่า ต้องเริ่มจากว่าเรารู้สึกกับตัวเองอย่างไรก่อน สิ่งเหล่านี้จะถูกสะท้อนออกมาเองผ่านพลังงานในตัวเรา ที่แม้ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็น แต่ผู้อื่นก็สัมผัสได้ว่าเราสุขหรือทุกข์”

 

ในบทบาทของความเป็นแม่ มีเรื่องไหนที่พอใจกับตัวเองแล้ว และมีเรื่องไหนที่อยากจะพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก

แอฟพอใจกับจุด ณ ปัจจุบันนะคะ ในสถานการณ์ของแอฟ มันค่อนข้างยาก เพราะแอฟต้องอยู่ในจุดที่บาลานซ์ตัวเองให้ได้ว่าทำอย่างไรให้สั่งสอนแล้วลูกเชื่อ พูดแล้วลูกเกรงกลัว ปฏิบัติตาม แต่ในขณะเดียวกันลูกก็คิดถึง อยากกอด อยากเล่น สนุกด้วย ทำอย่างไรให้เขาเห็นเราเป็นได้ทั้งแม่ ครู เพื่อน และพี่สาว ไม่ง่ายเลยที่จะรวมอยู่ในคนเดียวกัน ณ ตอนนี้แอฟพยายามบาลานซ์ตรงนั้นอยู่ แต่ถ้าในอนาคต แอฟแอบกังวลเล็กๆ ว่าวันหนึ่งที่ลูกโตขึ้นคงจะมีจุดที่ยากกว่านี้ค่ะ ก็รับมือในแต่ละช่วงวัยกันไป แล้วรู้เลยว่าอย่างหนึ่งที่มีผลมากๆ คือการมีจิตวิทยากับเด็กเรื่องการพูด ซึ่งสงสัยว่าจะปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้เลย ต้องอยู่กับเรื่องนี้จนลูกวัยรุ่น แอฟว่ายิ่งเป็นวัยรุ่น ยิ่งต้องใช้เรื่องพวกนี้เยอะมาก เพราะคงต้องมีความต่างของวัย โดยเฉพาะแอฟเองมีลูกช้าเหมือนกัน บวกกับเด็กสมัยนี้ที่โตไวด้วย เลยกลัวจะมีช่องว่างตรงนั้น คงหนีไม่พ้น ถึงตอนนั้นเราจะยังสื่อสารกับเขาได้ดีขนาดไหน แอฟยังไม่รู้ คงต้องปรับตัวกันไปเรื่อยๆ แอฟเองทำใจแม้กระทั่งว่าถ้าโตขึ้นมีจังหวะช่วงชีวิตที่เขาจะนอกลู่นอกทางบ้าง ก็ขอให้เขาหักห้ามใจแล้วกลับมาได้ คือถ้าไม่เลือกทำเลยจะดีมาก พูดตรงๆ ว่าโลกทุกวันนี้เราต้องกังวลอยู่แล้ว สิ่งเร้ามันเยอะ แอฟเองพยายามทุกกระบวนท่า ทั้งวิชาการ จิตวิทยา หรือไสยศาสตร์ (หัวเราะ) กลายเป็นว่าตอนนี้ต้องกลับไปนั่งอ่านไอคิว อีคิว อีเอฟ ซึ่งตอนนี้อีเอฟเป็นสิ่งที่เราต้องซีเรียสจริงๆ กลัวตามลูกไม่ทัน เราจะฝึกลูกอย่างไรให้เขามีความสามารถในการควบคุมตัวเอง หักห้ามใจ หรือดึงตัวเองออกจากอะไรที่ไม่มีประโยชน์กับชีวิตเขา

 

ในสังคมไทย หลายคนมักจะมองว่าการเป็นซิงเกิลมัมเป็นสถานะที่ดูน่าสงสาร หรือซิงเกิลมัมบางคนก็รู้สึกไม่ดีกับตัวเองเพราะเชื่อในคำตัดสินของสังคม ในฐานะที่แอฟเองก็เป็นซิงเกิลมัมเหมือนกัน มีมุมมองกับเรื่องนี้อย่างไร หรืออยากจะบอกอะไรกับพวกเธอบ้าง

แอฟไม่เคยมองตัวเองหรือคนอื่นด้วยสถานะค่ะ รู้สึกว่าสิ่งสำคัญคือสิ่งที่เราแสดงออกมาให้คนเห็นมากกว่า ซึ่งแน่นอนต้องเริ่มจากข้างในของเราว่ารู้สึกอย่างไรกับตัวเอง รู้สึกอย่างไรกับคนอื่น รู้สึกอย่างไรกับชีวิตเรา สิ่งเหล่านี้จะถูกแสดงออกมาเอง บางทีไม่ได้ออกมาทางคำพูดด้วยซ้ำ แต่เราสามารถสัมผัสได้จากพลังงานของคนคนนั้นว่าเขามีความสุขหรือหม่นหมอง บางคนที่มีชีวิตคู่ก็อาจไม่ได้สุขเสมอไป หรือบางคู่มีความสุขก็มี คนโสดเองก็เช่นกัน หลายคนอยู่ได้อย่างมีความสุขด้วยตัวเอง ดังนั้นถ้าคนจะตัดสินว่าเราดูน่าสงสารจังเลย มันจึงไม่ได้มาจากคำนำหน้าของเรา จากสถานะเราว่าโสดหรือหย่า แอฟว่าอย่าไปสนใจตรงนั้นเลยค่ะ แถมยิ่งถ้าเกิดใครเลี้ยงเดี่ยว แล้วทำชีวิตตัวเองให้ดี ทั้งลูกเราก็มีชีวิตที่ดีและมีความสุข เรายิ่งภูมิใจเป็นสองเท่ากว่าคนที่เขาอยู่กันเป็นคู่อีกนะว่าเราทำได้ แอฟว่าสถานะเป็นเรื่องไม่แน่นอน เราเลี้ยงเดี่ยวอยู่วันนี้ เดือนหน้าเราอาจจะไม่เลี้ยงเดี่ยวก็ได้ ขนาดเรา เดี๋ยวก็เป็นนางสาว เดี๋ยวก็เป็นนาง มันไม่ใช่ของที่จะอยู่กับเราไปตลอด

 

 

เทคนิคการมูฟออนในแบบของแอฟเป็นอย่างไร

ในชีวิตจริงก็ไม่มีจังหวะนั้นเลยค่ะ เพราะมีลูก เราไม่มีจังหวะจะคิดเลยว่าจะจมปลักกับความทุกข์แบบนี้หรือเราจะไปต่อดี แค่หลับตาตื่นขึ้นมา เราก็เจอลูกแล้ว ลูกอยู่กับเราตลอดเวลา เราต้องมีพลังงานดีๆ ให้กับเขา เพราะฉะนั้นแอฟว่าสำหรับใครตอนนี้ที่ต้องแยกออกมา แล้วมีลูก มันง่ายมาก คิดว่าลูกคือเป้าหมายของเรา จะเป็นคนที่ทำให้เราไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแต่อยู่ๆ ก็มาถึงจุดนี้แล้ว เพราะเราไม่มีเวลาที่จะจมอยู่กับอะไรที่ไม่มีประโยชน์ ยังมีเรื่องที่ต้องทำมากมายเลย เรามีเวลาให้เขาพอแล้วเหรอ มีเวลาให้ตัวเองพอแล้วเหรอ เราทำตัวให้ลูกถึงจุดที่คิดว่าลูกจะภูมิใจกับเราหรือยัง มีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด ไม่ใช่แค่เรื่องงาน เงิน หรือสถานะ เพียงแต่ว่าความเป็นตัวเรา เราต้องปรับตัวอะไรอีกมากมาย เทคนิคคือหาแรงบันดาลใจค่ะ ถ้าไม่ใช่ลูก ก็กลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ กลับไปหาครอบครัว หรือถ้าไม่มีใครก็กลับมาหาตัวเองค่ะ ตัวเองคือที่สุดแล้ว เวลาของเราคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ยิ่งพออายุ 30 กว่านี่คือที่สุด อะไรก็แลกไม่ได้แล้วกับเวลา (หัวเราะ) พยายามบอกลูกเหมือนกันค่ะว่าเรื่องเวลาสำคัญมาก และย้อนกลับไม่ได้ บางอย่างเขาไม่ค่อยเข้าใจว่าถ้าเลือกทำอันนี้แล้ว ลูกจะอดทำอย่างนั้นนะ ตอนแรกเขาบอกว่าหม่ามี้ใจร้าย ไม่ให้หนูทำอันนั้น แต่แอฟบอกว่าไม่ใช่ไม่ให้ แต่ทุกคนมีเวลาเท่ากัน หนูต้องเลือกว่าหนูจะทำอะไร ดูสิ นาฬิกามันเดินไปเรื่อยๆ แม่ไปหยุดมันไม่ได้ ใครก็หยุดไม่ได้ ตอนแรกเขาก็บอกว่าต้องมีคนที่หยุดได้สิ เราก็บอกไม่มี แล้วเห็นไหมว่าแม่ไม่ได้บังคับให้ลูกต้องเลือก แต่ถ้าลูกไม่เลือก พอเวลาผ่านไปแล้ว ลูกจะไม่ได้เลือกหรือไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วในที่สุดลูกจะกลายเป็นฝ่ายถูกเลือก

 

มีความคิดเห็นอย่างไรกับการที่มีคนเชียร์ให้แอฟเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่กับใครสักคนที่เหมาะสม

ขอบคุณค่ะ (หัวเราะ) ไม่ได้ตอบเป็นนักแสดงนะคะ ชีวิตจริง ณ ตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นงาน ทำงานเสร็จก็เป็นเวลาของลูก และครอบครัวพ่วงๆ กันมา วนอยู่อย่างนี้ ยังไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่ก็ไม่ได้ปิด เพียงแต่ถ้ามันไม่ดีขึ้น ก็จะไม่ทำ จะไม่เลือก เท่านั้นเอง แต่ว่าไม่ได้เข็ดอะไร คนก็จะถามว่าเข็ดหรือเปล่ากับเรื่องนี้ ไม่เข็ดนะคะ และถามกี่ทีก็จะตอบเหมือนเดิมว่าไม่ได้รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมาเลย รู้สึกมีความสุข ณ ขณะนั้น ถือว่าเราแฮปปี้แล้ว ณ ตอนนั้น

 

 

มีเคล็ดลับการดูแลตัวเองอย่างไรให้ยังสวย หุ่นเป๊ะอยู่เสมอ

ออกกำลังกายมีบ้าง แต่น้อยนิดค่ะ ที่ทำนี่ไม่ได้อยากจะหุ่นดีอะไรเลยนะคะ แต่เริ่มห่วงสุขภาพ อยากอยู่กับลูกไปนานๆ ตอนนี้ 2 ส่วนที่อยากทำให้เรากลับมาออกกำลังกายคือหนึ่ง ลูก สอง เรื่องงาน เรากลับมาทำงานแบบนี้ เลยต้องกลับมาออกกำลังกาย เพราะบางทีมันเหนื่อย ตอนนี้ก็กลับมาขี่จักรยาน แต่ไม่ได้บ่อยเท่าไร แล้วตอนนี้มาติดช่วง COVID-19 อีก เมื่อก่อนจะชอบขี่ม้า ตอนนี้ก็กลัวไปหมด แต่อยากจะกลับไปขี่อีกเร็วๆ นี้ จะพาปีใหม่ไปขี่ด้วย เพราะตอนนี้เขาโตแบบเรียนได้แล้ว แล้วก็มีกินอาหารเสริม ส่วนการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองก็เลือกที่เหมาะกับเราเลยค่ะ คือเรามารุ่นนี้แล้ว ลองโน่นลองนี่มาเยอะ รู้สึกว่ามันไม่ได้มีคำตอบเดียว ไม่ใช่มีคำตอบว่าแพงที่สุดคือดีที่สุด หรือนวัตกรรมทันสมัยล้ำสุดคือดีที่สุด รู้สึกว่าต้องเหมาะกับเราจริงๆ เลยดูว่าอายุเราตอนนี้ต้องดูแลในเรื่องไหนบ้าง แต่ละวัยก็จะต้องมีสิ่งที่ดูแลแตกต่างกันไป แล้วแยกย่อยลงไปกว่านั้นคือปัญหาผิว ปัญหาสุขภาพ ปัญหารูปร่างของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน เลยต้องหาอะไรที่เหมาะสมและใช่กับเราจริงๆ อยากให้ค้นพบเร็วๆ ค่ะ เพราะสิ่งที่เราค้นพบแล้วว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้า รูปร่าง เส้นผม ถ้าเริ่มใช้เร็วที่สุด แน่นอนว่าก็จะส่งผลดีต่ออนาคตให้ดีที่สุดเช่นกันค่ะ

 

ในเรื่องการดูแลผิวของแอฟมีขั้นตอนไหนที่ขาดไม่ได้ไหม

การบำรุงผิวค่ะ โดยส่วนตัวเป็นคนค่อนข้างผิวแห้ง และยิ่งเราทำงานแบบนี้ เจอหมดทุกอย่างเลยไม่ว่าจะเป็น ไฟสตูดิโอ ลม แดด และมลภาวะต่างๆ ทุกอย่างทำให้ผิวแห้ง บางคนอาจฟังดูง่ายว่าเวลาผิวแห้งก็ทาครีมสิ แต่ไม่ใช่ครีมทุกตัวที่ตอบโจทย์ และผิวเราไม่ใช่ผิวเด็ก จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว ชุ่มชื้นแล้ว ช่วยยกกระชับไหม ช่วยเรื่องริ้วรอยไหม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเลยอายุ 30 มา ยังไงเราก็ต้องเริ่มดูแลเรื่องริ้วรอยแล้ว อย่างน้อยเราเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ ก็ดีกว่าต้องไปแก้ปัญหาทีหลังแน่นอน

 

 

แต่งตัวอย่างไรให้สวยสไตล์แอฟ

สไตล์แอฟค่อนข้างหลากหลาย แต่จริงๆ ชอบชุดที่เรียบๆ แต่มีแพทเทิร์นบางอย่างที่น่าสนใจ และถูกกาลเทศะค่ะ  (ไอเท็มหรือแอคเซสซอรี่ที่ขาดไม่ได้คืออะไร) ต่างหูค่ะ ถ้าวันไหนไม่ได้ใส่เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง แล้วความรู้สึกส่วนตัวคือติดกับหน้า คนเราเวลาเจอกัน เราจะมองหน้า แอฟก็รู้สึกว่ามันคือจุดที่เห็นชัดที่สุด เหมือนเวลาแอฟมองคนอื่นเราก็มองหน้า เห็นหน้าเขาเยอะที่สุด บางทีเขาใส่นาฬิกาอะไร เราอาจยังไม่ทันมองด้วยซ้ำ

 

ผู้หญิงเราจะสวยและสตรองได้ต้องมีคุณสมบัติสำคัญอะไรบ้าง

รักและเคารพตัวเองค่ะ นี่คือคุณยายกับคุณแม่สอนมา (หัวเราะ) เวลาเราออกไปไหนหรือเจอใครได้ด้วยความภาคภูมิใจ เราจะไม่เขินอาย ไม่ตะขิดตะขวงใจ ไม่มีโมเมนต์ที่ไม่มั่นใจ สิ่งนี้อยู่ข้างในก็จริง แต่มันแสดงออกมาให้คนรับรู้ได้ค่ะ

 

เครดิต: OK! Issue 236 และ IG @aff_taksaorn

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของแอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ได้ที่ OK! Issue เดือนสิงหาคมค่ะ

 

 

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : twitter.com/okthailand

 

 

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

อัลบั้มแรกในชีวิต ศิลปินสุดปลื้ม และมุมมองที่เติบโตในวันนี้ของวิโอเลต วอเทียร์

อัลบั้มแรกในชีวิต ศิลปินสุดปลื้ม และมุมมองที่เติบโตในวันนี้ของวิโอเลต วอเทียร์

หลังบ่มเพาะและสั่งสมประสบการณ์ในวงการเพลงมายาวนานนับ 7 ปี มาวันนี้วิโอเลต [...]

READ MORE
สุดปัง! เทย์เลอร์ สวิฟต์ กับ folklore อัลบั้มใหม่สไตล์อินดี้โฟล์กระดับมาสเตอร์พีซ

สุดปัง! เทย์เลอร์ สวิฟต์ กับ folklore อัลบั้มใหม่สไตล์อินดี้โฟล์กระดับมาสเตอร์พีซ

นับไปนับมาเวลาผ่านมา 14 ปีแล้วหลังป๊อปสตาร์หญิงแห่งยุคเทย์เลอร์ สวิฟต์ [...]

READ MORE