มาริโอ้ เมาเร่อ กับบทบาทพี่ชายแห่งชาติ ความรัก และสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่าความสุข

มาริโอ้ เมาเร่อ กับบทบาทพี่ชายแห่งชาติ ความรัก และสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่าความสุข

จากเด็กหนุ่มหน้าใสกิ๊กในหนังรักแห่งสยาม หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก สู่หนังระดับพันล้านอย่างพี่มาก..พระโขนง และละครที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นอย่างทองเอก หมอยา ท่าโฉลง รวมทั้งผลงานอื่นๆ ที่หลากหลายและโฆษณาอีกนับไม่ถ้วน มาวันนี้มาริโอ้ เมาเร่อ นักแสดงลูกครึ่งเยอรมัน-ไทย-จีนสุดหล่อในวัย 31 ปี พิสูจน์แล้วว่าเขาได้กลายเป็น Super Mario ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งพัฒนาการด้านการแสดงและมุมมองความคิดที่ตกผลึกไปอีกขั้น ขึ้นแท่นหนึ่งในนักแสดงชั้นนำของวงการที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังมีความสามารถ พร้อมอารมณ์ขันอันเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนหลงรัก กว่าจะมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ ความสำเร็จในวงการของมาริโอ้ไม่ได้มาง่ายๆ หากต้องอาศัยทั้งความขยัน ความมุ่งมั่นตั้งใจ การเรียนรู้ และโอกาส ประสบการณ์และสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 13 ปีในวงการบันเทิงของเขา จึงเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยเติมเต็มหนุ่มๆ รุ่นน้องในรายการ The Brothers Thailand ให้พร้อมพัฒนาและยกระดับตัวเองสู่การเป็นสุภาพบุรุษไอดอล ผ่านการให้คำแนะนำของ Broach มาริโอ้ รุ่นพี่แห่งชาติคนนี้ได้ไม่ยาก

 

มาริโอ้ เมาเร่อ กับบทบาทพี่ชายแห่งชาติ มุมมองความรัก

และสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่าความสุข

 

นับไปนับมาคุณอยู่ในวงการมานานถึง 13 ปีแล้ว เคยคิดไหมว่าทำไมชื่อของตัวเองถึงยังคงอยู่ในกระแสตลอด

ผมคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีโอกาสในการทำงานที่ดีเข้ามาเรื่อยๆ รวมทั้งได้ร่วมงานกับทีมงานและเพื่อนร่วมงานที่ดีมากมาย ตอนนี้นอกจากเพิ่งมีงานหนังเรื่อง Low Season สุขสันต์ วันโสด ก็กำลังรอถ่ายละครเรื่องใหม่อยู่ ทำรายการโอ้ลั้นลาทางยูทูบของตัวเองซึ่งทำมาราว 2 ปีแล้ว ล่าสุดก็ร่วมเป็น 1 ใน 4 Broach ของรายการ The Brothers Thailand ร่วมกับพี่ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี, พี่อนันดา เอเวอริงแฮม และพี่คุณ-นิชคุณ หรเวชกุล ที่มาร่วมในโปรเจ็กต์นี้ได้ก็เพราะพี่ติ๊กชวนครับ ตอบตกลงตั้งแต่ครั้งแรกที่พี่เขาชวนเลย เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีของเรา เราสามารถนำประสบการณ์ที่เคยเรียนรู้มาในวงการ ทั้งที่เรียนรู้จากครู รุ่นพี่ในวงการ และเรียนรู้ด้วยตัวเอง มาแนะนำน้องๆ ได้ สิ่งดีๆ ที่เราเคยเรียนรู้มา เราก็อยากบอกต่อ อีกอย่างคือผมชอบคอนเซ็ปต์ของรายการที่แปลกใหม่ ไม่เคยมี และไม่เหมือนรายการอื่นตรงที่ไม่มีการคัดออก น้องๆ ทุกคนอยู่ด้วยกันจนจบ ผมเลยมองว่ารายการนี้มีเสน่ห์ในอีกรูปแบบหนึ่ง

 

 

ความเป็น Brother ของมาริโอ้ทั้งแง่ของความเป็น Brother ในรายการและในชีวิตจริงเป็นอย่างไร

สำหรับความเป็น Brother ในรายการ ด้วยความที่ผมโตมากับหนังและละคร เลยอาจช่วยแนะนำด้านแอ็กติ้ง การไปปรากฏตัวต่อสาธารณชน หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้บ้าง เพราะเราก็เคยเจอะเจอ รับมือ และเรียนรู้ประสบการณ์เหล่านั้นมาพอสมควร เราเคยอยู่ในจุดนั้นมาก่อน เลยพอเข้าใจว่าน้องๆ น่าจะรู้สึกอย่างไร จะต้องเติบโตและเจอะเจออะไรในอนาคตบ้าง ตรงนี้ผมอาจให้คำแนะนำน้องๆ ได้ในฐานะที่เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งที่คอยให้คำแนะนำในรายการ อีกอย่างเราก็เป็นผู้ชายล้วนเหมือนๆ กัน ในรายการเขาจะเรียกพี่ติ๊ก พี่อนันดา พี่นิชคุณ และผมว่า Broach ซึ่งผมเป็น Broach ที่ออกแนวชิลล์ๆ มากกว่า มีอะไรก็จะแนะนำกันตรงๆ

ส่วนความเป็น Broach ในชีวิตจริง ผมมีพี่ชายอยู่คนเดียวชื่อมาร์โค เราสนิทกันเพราะมีกันอยู่แค่ 2 คน ตอนเด็กผมก็เหมือนเด็กทั่วไป ด้วยความที่เป็นลูกครึ่ง เลยมักโดนแกล้งบ่อยๆ ผมก็มีพี่ชายนี่ล่ะที่คอยปกป้องดูแลตลอด ไม่งั้นอาจโดนทำร้ายไปแล้ว ดูน่าสงสารนะครับ ผมเลยรู้ว่าเขารักเราจริงๆ แล้วพี่มาร์โคก็เป็นเหมือนไอดอลของผมตอนเด็กๆ ด้วย แต่ก่อนพี่ผมชอบร้องเพลงแร็ป แต่งตัวสไตล์แร็ป เล่นสเกตบอร์ด เราก็ชอบร้องแร็ป แต่งตัว และเล่นสเกตบอร์ดตาม เดี๋ยวนี้พี่เลิกเล่นสเกตบอร์ดไปแล้ว แต่ผมเลิกไม่ได้ ยังเล่นต่อ นอกจากนี้เวลาผมมีผลงานหนังหรือละคร พี่มาร์โคก็คอยติดตาม ผลงานบางเรื่องผมยังไม่ได้ดูเลย แต่บางทีพี่ไปดูมาก่อนแล้วด้วยซ้ำ เขาก็จะคอยวิจารณ์และให้คำแนะนำว่าผมเล่นเป็นอย่างไร ใช้ได้ไหม ได้กี่คะแนน นับว่าคอยสนับสนุนและให้กำลังใจกันตลอด

 

มาริโอ้กับคุณแม่และมาร์โค พี่ชาย

 

ถ้ารู้ตัวว่าอยากทำอะไร ผมอยากให้คุณเชื่อในตัวเองและลุยไปเลย บางทีการได้ลองทำหรือลุยไปก่อน ก็ยังดีกว่าแค่คิดแต่ไม่ทำอะไรเลย

 

คนที่จะเป็นไอดอลตัวจริงได้ควรมีคุณสมบัติอย่างไร

ผมสังเกตว่าไอดอลแต่ละคนที่ผมชื่นชอบมักมีแนวทางและสไตล์ของตัวเอง ไม่โอนเอียงไปตามกระแส และค่อนข้างเป็นคนขยัน ถ้าเป็นไอดอลแล้วขี้เกียจก็ไม่ค่อยเวิร์ก ต้องเป็นไอดอลที่ขยันและทำให้เราเห็นว่าเฮ้ย…เขาทำได้นะ ถ้าเขาทำได้ เราเองก็เป็นคนเหมือนกัน ดังนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะทำได้เหมือนเขา รุ่นพี่ในวงการของผมก็เป็นอย่างนั้น เขาขยันกันทุกคน บางคนอาจไม่ได้เก่งไปเสียทุกเรื่อง แต่เขาพยายามพัฒนาตัวเองตลอด ไอดอลของผมนอกจากจะเป็นพ่อ แม่ และพี่ชายแล้ว ถ้าเป็นนักแสดงในวงการ ผมชื่นชมพี่อนันดานะ เขาเป็นไอดอลของผมคนหนึ่งเลย ถ้าเป็นคนดังฮอลลีวูด ผมชอบลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ รู้สึกว่าเขาแสดงหนังเก่งมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อโตขึ้นก็ยังพัฒนาตัวเองเสมอ และเล่นได้ทุกบทบาทจริงๆ

 

 

ปกติแบ่งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวไว้ชัดเจนหรือเปล่า เป็นคนหวงความเป็นส่วนตัวระดับไหน

ปกติผมวางเรื่องงานไว้เป็นอันดับแรก เรื่องส่วนตัวค่อยตามมาทีหลัง ตอนทำงาน เราต้องรู้ว่าเรามาทำงานและตั้งใจกับมัน แต่ถ้าเป็นพาร์ตชีวิตส่วนตัว ผมเป็นคนค่อนข้างเปิดเผยและชิลล์ๆ นะ ไม่ได้ซีเรียสอะไร อย่างเวลามีคนมาขอถ่ายรูป ผมก็ยินดีนะครับ ขออย่างเดียวคือถ้ากินข้าวอยู่ก็จะบอกว่าเดี๋ยวนะน้อง พี่ขอกินข้าวก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะมาถ่ายรูปด้วย แต่บางคนเขาก็รู้สึกว่า เฮ้ย หยุดกินข้าวแป๊บเดียว มาถ่ายรูปกับเราหน่อยไม่ได้เหรอ ซึ่งบางทีผมก็หิว (หัวเราะ) อยากขอกินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยถ่ายรูปได้ไหม ผมไม่ได้เป็นคนแบบว่าไม่ถ่ายนะ ถ่ายรูปด้วยได้เสมอครับ ส่วนเรื่องความรัก ถามว่าหวงความเป็นส่วนตัวระดับไหน ผมเองก็มีพื้นที่ของผม ถ้าให้คะแนน 1-10 ผมให้คะแนนสัก 5 แล้วกัน ผมไม่ปิดแต่ก็ไม่เปิดอะไรมาก เหมือนลักปิดลักเปิดน่ะครับ (หัวเราะ) กับน้องคนสนิทคนนี้ (จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย) ผมก็ประทับใจเขาตรงที่เขาเป็นคนน่ารัก เป็นเด็กดี ขยันทำงาน คุยด้วยกันได้ ไลฟ์สไตล์เราอาจไม่คล้ายกัน แต่เราก็เข้ากันได้

 

 

ถ้าพักจากเรื่องงาน คุณชอบทำอะไรหรือมีเรื่องไหนที่คุยด้วยได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อไหม

วันว่างผมมักอยู่ที่อู่รถครับ สิ่งที่ผมคุยได้ไม่หยุดก็คือรถนี่ล่ะ ผมตื่นมาก็ขับรถ ฝันก็เห็นรถ ตกดึกยังล้างรถเลย (หัวเราะ) นี่พูดจริงครับ ไม่ได้โม้ เพราะชอบรถมากไงครับ นอกจากนี้ผมก็ชอบเล่นสเกตบอร์ดและออกกำลังกายนะ

 

 

 

 

ในยุคโซเชียลไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม คนดังอาจเจอคำวิจารณ์สารพัดจากนักเลงคีย์บอร์ด คุณมีวิธีรับมืออย่างไร  

ผมไม่สนใจเลยครับ ถ้าเราทำเต็มที่แล้วได้แค่นี้จริงๆ เราคงไม่ไปต่อว่าเขาที่มาวิจารณ์ ถ้าสิ่งที่เขาพูดมันจริง เราก็ต้องปรับปรุง แต่ก็มีบางคนที่ด่าเช็ดมาเลยเหมือนกัน ผมว่าเดี๋ยวนี้เขาอาจด่ากันเกินเรื่องเกินราวไปหน่อย วิธีรับมือคือเราอ่านดูก่อนว่ามันจริงไหม เราทำได้ไม่ดีจริงหรือเปล่า ถ้าเราอ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ ก็ไม่สนใจ เพราะอย่างไรเราก็ไปบังคับให้เขาพิมพ์ไม่ได้น่ะครับ แต่บางทีเราก็เสียใจไปแล้วไง รู้สึกว่าทำไมต้องด่าเราแรงๆ ด้วย มันทำอะไรไม่ได้ ก็คิดว่าไม่เป็นไร สักวันเขาอาจเห็นเราดีบ้างก็ได้วะ (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยเจอคนที่มาด่าผมยับแล้ว เจอตอนช่วงแรกๆ ที่เข้าวงการมากกว่า

 

ผมมองว่างานของผมมีคุณค่าเสมอ ถ้าอย่างน้อยผมทำให้คนดูมีความสุขหรือฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เท่านี้ผมก็รู้สึก OK! แล้ว

 

มีคำแนะนำที่อยากบอกคนที่กำลังเดินตามคุณบนเส้นทางสายบันเทิงไหม

ผมอยากให้คุณเชื่อในตัวเองและลุยไปเลยครับ มันอาจไม่ได้แปลว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จ แต่บางทีการได้ลองทำหรือลุยไปก่อน ก็ยังดีกว่าแค่คิดแต่ไม่ทำอะไรเลย ถ้าคุณรู้ตัวว่าอยากทำอะไร ก็อยากให้ลองทำสิ่งที่จะนำพาคุณไปในด้านที่อยากทำนั้น ลองค้นหาและไขว่คว้าโอกาสดู ตอนเด็กๆ ผมเองก็ไม่ได้อยากเข้าวงการ แต่พอได้รับโอกาส ก็ลองคว้าโอกาสนั้นไว้ เพราะไม่รู้ว่าโอกาสจะเข้ามาหาเราอีกเมื่อไร อย่างไรก็ตาม การที่เราได้รับโอกาสอะไรมาไม่ได้แปลว่าเราจะไม่เสียอะไรไป บางทีเราก็ต้องยอมแลกกับอะไรบางอย่าง เป็นไปได้ว่าเราอาจเสียโอกาสอื่นๆ เป็นต้นว่าอาจไม่ได้ทำอย่างอื่นที่อยากทำก็ได้ เอาเป็นว่าถ้าคิดและตัดสินใจว่าอยากลองทำอะไรแล้ว ก็ขอให้ลุยเต็มที่ไปเลย

 

คำแนะนำที่ดีที่สุดที่คุณเคยได้รับจากคนในวงการคืออะไร

เป็นคำแนะนำจากหม่อมน้อยครับ (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ผมเคารพ สมัยก่อนคนมักเรียกอาชีพนักแสดงว่าเต้นกินรำกิน แต่หม่อมสอนว่านักแสดงต้องให้ค่าและเห็นคุณค่าของงานที่เราทำก่อน ถ้าเราไม่เห็นคุณค่าของมัน ก็จะไม่มีใครเห็นคุณค่าของงานที่เราทำ การเป็นนักแสดงไม่ใช่ว่าเราสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นๆ ให้เสร็จไปวันๆ ถ่ายเสร็จแล้วได้เงินกลับบ้าน หม่อมบอกให้เรามองภาพกว้างๆ ว่าสิ่งที่คนในวงการบันเทิงทำได้คือการสร้างความบันเทิงให้แก่คนดู อย่างน้อยถ้าเราทำให้คนดูมีเสียงหัวเราะจากการแสดงของเรา ซึ่งบางคนอาจไม่เคยหัวเราะมาเลยเป็นเดือนๆ หรือบางคนทะเลาะกับแฟนมา คุยกับลูกไม่ดี หากได้ดูผลงานของเราแล้วคิดได้ว่าพูดจาไม่ดีต่อกันไป แล้วเขาอาจหันไปพูดจาดีๆ กับแฟนหรือลูกอีกครั้ง เท่านี้ผมก็ดีใจและนับว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว ผมรู้สึกว่าสิ่งที่หม่อมสอนไว้ยิ่งใหญ่มาก ท่านทำให้ผมรู้สึกว่างานของเรามีค่าจังเลย นอกจากจะมีรายได้ดีแล้ว เรายังทำให้คนอื่นได้ข้อคิดจากงานที่เราทำด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เคยเล่นหนังหรือละครแบบทำไปวันๆ และมองว่างานของผมมีคุณค่าเสมอ คิดว่าต่อให้ผมเล่นได้ไม่ดี แต่ถ้าอย่างน้อยทำให้คนดูรับรู้ มีความสุข หรือฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เท่านี้ผมก็รู้สึก OK! แล้วครับ

 

ติดตามบทสัมภาษณ์มาริโอ้ เมาเร่อ ฉบับเต็ม ได้ใน OK! Magazine Issue 324-325 ฉบับเดือน เม.ย.-พ.ค. วางแผงวันที่ 4 พ.ค.

 

[Additional Credit]

Instagram: @mario_mm38

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : twitter.com/okthailand

 

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

กักตัวแต่ไม่กักความครีเอต ชาร์ลี เอ็กซ์ซีเอ็กซ์ กับอัลบั้มใหม่ที่แฟนๆ ร่วมจอยด้วย

กักตัวแต่ไม่กักความครีเอต ชาร์ลี เอ็กซ์ซีเอ็กซ์ กับอัลบั้มใหม่ที่แฟนๆ ร่วมจอยด้วย

แม้ช่วงกักตัวจาก COVID-19 ที่ผ่านมาจะทำให้ศิลปินทั่วโลกได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน [...]

READ MORE
ใครๆ ก็ปลูกต้นไม้กัน! กิจกรรมสุดฮิตของคนดังที่เติมเต็มความชุมชื่นหัวใจด้วยสีเขียว

ใครๆ ก็ปลูกต้นไม้กัน! กิจกรรมสุดฮิตของคนดังที่เติมเต็มความชุมชื่นหัวใจด้วยสีเขียว

ข้อดีในการอยู่บ้านนานๆ คือการกลับมาทำความรู้จักตัวเองและได้ใส่ใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น อย่างเช่นการปลูกต้นไม้ที่ตอนนี้กลายเป็นไวรัลสุดฮิตที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในหมู่คนดัง ซึ่งกระแสนี้น่าจะเริ่มจากนางเอกสาวคนดัง [...]

READ MORE