มาร์ค รอนสัน ดีเจและโปรดิวเซอร์เสน่ห์จัดจ้าน กับงานเพลงและสไตล์สุดคูล

มาร์ค รอนสัน ดีเจและโปรดิวเซอร์เสน่ห์จัดจ้าน กับงานเพลงและสไตล์สุดคูล

CHARISMATIC COOL

เมื่อความช้ำรักอินสไปร์งานเพลงเคล้าดิสโก้ของดีเจและโปรดิวเซอร์เจ้าเสน่ห์

มาโยกตัวไปกับ Late Night Feelings อัลบั้มล่าสุดมาร์ค รอนสัน

และทำความรู้จักผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

ของเพลงดัง “Shallow” และ “Uptown Funk”

 

 

 

Late Night Feelings

จริงอยู่ที่อาการอกหักหรือช้ำใจเพราะความรักอาจทำให้เราเสียใจไม่น้อย แต่อีกมุมหนึ่ง ปัญหาหัวใจมักอินสไปร์ศิลปินให้สร้างสรรค์เพลงฮิตได้มากมายเช่นกัน มาร์ค รอนสัน โปรดิวเซอร์และดีเจหนุ่มรูปหล่อชาวอังกฤษ-อเมริกัน ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาดึงความเจ็บปวดและบอบช้ำทางจิตใจจากการหย่าร้างกับโจเซฟีน เดอ ลา บูม อดีตภรรยาชาวฝรั่งเศส มาเป็นแรงบันดาลใจใน Late Night Feelings งานเพลงอัลบั้มใหม่อัลบั้มที่ 5 ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนมิถุนายน เปลี่ยนความเศร้าให้เคล้าเสียงดนตรีดิสโก้ เหมาะสำหรับฟังแล้วนึกถึงคนรักเก่าที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วก็จากไป แต่ก็เป็นความเศร้าแบบทำใจได้ให้พอโยกตัวเบาๆ ไปกับเสียงเพลงในยามค่ำคืน อัลบั้มนี้ประกอบไปด้วยเพลงเพราะ 13 แทร็ก โดยศิลปินที่มาร่วมฟีเจอริงล้วนเป็นผู้หญิงทั้งหมด นำร่องด้วย “Nothing Breaks Like a Heart” (ฟีเจอริงไมลีย์ ไซรัส), “Late Night Feelings” (ฟีเจอริงลิกกี้ ลี), “Don’t Leave Me Lonely” (ฟีเจอริงเยบบา), “Find U Again” (ฟีเจอริงคามิลา คาเบโย), “Pieces of Us” (ฟีเจอริงคิง พรินเซส) ฯลฯ

 

 

 

Shallow

ก่อนหน้านี้มาร์คยังใส่ความเศร้าลงไปใน “Shallow” เพลงช้าสุดซาบซึ้งที่มีเนื้อหากินใจ ร้องโดยป๊อปสตาร์เลดี้ กาก้า และแบรดลีย์ คูเปอร์ สองนักแสดงนำจากหนังรักฉบับรีเมค A Star Is Born โดย “Shallow” แต่งโดยมาร์ค, เลดี้ กาก้า, แอนโธนี รอสโซมานโด และแอนดรูว์ ไวแอตต์ เป็นเพลงที่กวาดรางวัลจากหลายเวทีใหญ่ รวมทั้งเวทีออสการ์และ Grammy Awards ด้วย มาร์คเผยว่าช่วงที่ทำเพลงนี้เหมือนเขาได้บำบัดตัวเองจากความเศร้าไปด้วยในตัว “ช่วงนั้นเราทุกคนต่างเผชิญกับความรู้สึกแย่ๆ จากความสัมพันธ์อยู่ เราถึงอยากใส่ปัญหาที่เจอนั้นเข้าไปในเพลงด้วย”

 

 

เพลง “Shallow” ที่ทำให้มาร์ค เลดี้ กาก้า และเพื่อนๆ นักแต่งเพลง คว้ารางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ในปีนี้

 

 

 

Humble Producer

โปรไฟล์การทำงานเพลงของมาร์คนับว่าไม่ธรรมดา ก่อนจะโด่งดังในระดับเมนสตรีม เขาเคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้ศิลปินชื่อดังเพียบ ทั้งบรูโน มาร์ส, อะเดล, เซอร์ พอล แมคคาร์ตนีย์, ลิลี่ อัลเลน, ไมลีย์ ไซรัส รวมทั้งเอมี่ ไวน์เฮาส์ ศิลปินหญิงผู้ล่วงลับ เพลงฮิตแห่งยุคของศิลปินเหล่านี้ล้วนมีมาร์คเป็นส่วนร่วมทั้งนั้น แต่ภายใต้ท่าทางที่ดูสุขุม เท่ คูล เชื่อหรือไม่ว่าเขาเป็นคนขี้นอยด์มาก “ผมเหมือนคนประสาท ขี้นอยด์กับทุกๆ เรื่องเลยล่ะ” แถมเขายังยอมรับอย่างถ่อมตัวว่าความสำเร็จที่ได้รับนั้น น่าจะเพราะโชคมากกว่า

 

มาร์คกับบรูโน มาร์ส กอดคอกันพาเพลง “Uptown Funk” โด่งดังถล่มทลายทั่วโลก

 

ไมลีย์มาร่วมฟีเจอริงเพลง “Nothing Breaks Like a Heart” ในอัลบั้มล่าสุดของมาร์ค

 

His Family

มาร์คเกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน ปี 1975 ที่ลอนดอน เขาเป็นลูกชายของลอว์เรนซ์ รอนสัน นักธุรกิจ และแอนน์ เด็กซเตอร์ สาวสังคมในนิวยอร์ก แต่พออายุได้ 8 ปี พ่อแม่ของเขาก็หย่าร้างกัน จากนั้นแอนน์ก็สละโสดอีกครั้งกับมิค โจนส์ สามีใหม่ซึ่งมีดีกรีเป็นมือกีตาร์วง Foreigner และย้ายไปใช้ชีวิตในแมนฮัตตัน โดยพามาร์คและชาร์ลอตต์กับซาแมนธา น้องสาวฝาแฝดของเขาไปเลี้ยงดูด้วย ซึ่งสาวเท่อย่างซาแมนธานั้น ครั้งหนึ่งก็เคยมีข่าวเดตกับลินด์ซีย์ โลแฮน นักแสดงสาวฮอลลีวูดด้วย

 

มาร์คกับซาแมนธา น้องสาวมาดเท่

 

Hey Mr.DJ

เส้นทางสายดีเจของมาร์คออกสตาร์ทเมื่อครั้งเขาเรียนอยู่ที่ New York University โดยเจ้าตัวเริ่มสวมบทบาทมิสเตอร์ดีเจตามคลับต่างๆ และในงานปาร์ตี้ของคนดังระดับเอลิสต์ ก่อนจะหันมาสนใจเรื่องโปรดิวซ์เพลงอย่างจริงจัง Here Comes The Fuzz คืออัลบั้มแรกของมาร์คที่ปล่อยออกมาในปี 2003 นำเสนองานเพลงที่มีกลิ่นอายฮิปฮอป สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถทางดนตรีและพรสวรรค์ในการสร้างเสียงดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ส่วนเรื่องความรักในช่วงเวลานั้น มาร์คสวมแหวนหมั้นกับราชิดา โจนส์ ลูกสาวของศิลปินระดับตำนานควินซี่ โจนส์ เขาขอเธอแต่งงานด้วยเกมปริศนาอักษรไขว้สั่งทำแบบเก๋ๆ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เลิกรากันในปีถัดมา

 

 

 

His Relationship with Amy Winehouse

หลังจากนั้นมาร์คยกระดับงานโปรดิวซ์ขึ้นอีกขั้น เมื่อเขานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ให้อัลบั้มแรกของศิลปินหญิงมากพรสวรรค์หลายคน ไม่ว่าจะอัลบั้ม Alright, Still ของลิลี่ อัลเลน ในปี 2006, อัลบั้ม 19 ของอะเดลในปี 2008 แต่ที่ได้รับคำชื่นชมอย่างท่วมท้น ต้องยกให้อัลบั้ม Back to Black ของศิลปินหญิงสุดยูนีคเอมี่ ไวน์เฮาส์ ในปี 2008 ที่เต็มเปี่ยมด้วยดนตรีแบบเรโทรโซล และเมื่อผสมผสานกับเสียงที่ไม่เหมือนใครของเอมี่ด้วยแล้ว นั่นทำให้อัลบั้มอัดแน่นด้วยเพลงเพราะและลงตัวเป็นอย่างยิ่ง มาร์คพูดถึงมิตรภาพของเขากับเอมี่แบบติดตลกว่า “เรารู้สึกผูกพันกันทันที เธอมักพูดว่าผมเหมือนเป็นพี่สาวคนโตที่เธอไม่อยากมี เอมี่เป็นคนที่ผมสามารถเป็นเพื่อนได้ตลอดชีวิตเลยล่ะ” การร่วมงานในอัลบั้มแรกของเอมี่ยังส่งผลให้มาร์คคว้ารางวัลโปรดิวเซอร์แห่งปีจากเวที Grammy Awards ในปี 2008 มาครองได้อีกด้วย น่าเสียดายที่ศิลปินหญิงเปี่ยมพรสวรรค์ด่วนจากไปในปี 2011 ด้วยวัยเพียง 27 ปี

 

มาร์คกับเอมี่ ไวน์เฮาส์ ศิลปินมากพรสวรรค์ผู้ล่วงลับ

 

 

 

 

ต่อมาในปี 2009 หลังเลิกรากับนางแบบสาวเดซี่ โลว์ ที่ควงกันมา 6 เดือน มาร์คได้พบรักกับนางแบบสาวชาวฝรั่งเศสโจเซฟีน เดอ ลา บูม เขาขอเธอแต่งงานที่เมืองลารอแชลในฝรั่งเศส พร้อมแหวนประดับเพชรสีเหลืองที่ออกแบบด้วยตัวเอง จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าสู่ประตูวิวาห์ในปี 2011

 

 

 

Uptown Funk

หลังจากนั้นงานในวงการเพลงของมาร์คก็เริ่มนิ่ง แต่กลับมาเปรี้ยงได้อีกครั้งเพราะเพลงจังหวะฟังค์ป๊อปฟังสนุก “Uptown Funk” ที่เขาได้ศิลปินมากความสามารถบรูโน มาร์ส มาฟีเจอริงด้วยในปี 2014 เพลงนี้ระเบิดความสนุกไปทั่วโลก แต่กว่าจะได้เพลงนี้มาก็หนักเอาการสำหรับมาร์ค เขาเครียดเพราะมุ่งมั่นกับการทำเพลงนี้หนักจนผมเริ่มร่วงและถึงขั้นไม่สบายเลยทีเดียว “ผมแสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่สุดท้ายผมก็อาเจียนและเป็นลมล้มพับไป ร้อนถึงทีมงานที่ต้องมาแบกผมออกจากห้องน้ำ” มาร์คบอกว่าตอนนั้นเขากับทีมงานอัดเพลง “Uptown Funk” มากถึง 45 ครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้อย่างที่พอใจสักที เขากับทีมงานจึงพักเบรกกินมื้อเที่ยงกันก่อน ซึ่งช่วงที่เข้าห้องน้ำนี่ล่ะที่เขาถึงขั้นอาเจียนและเป็นลม โดยรายงานข่าวว่าเป็นเพราะมาร์คเครียดขั้นสุดจนร่างกายรับไม่ไหวอีกต่อไปนั่นเอง

 

 

เพลงแสนจี๊ดจ๊าด “Uptown Funk” จากอัลบั้มที่ 4 Uptown Special ในปี 2015 ของมาร์ค ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ทั้งกระแสวิจารณ์ ยอดขาย รวมทั้งยอดวิวในยูทูบที่ปาไปสูงกว่า 3.6 พันล้านวิว! เพลงนี้ยังคว้า 2 รางวัลจากเวที Grammy Awards และรั้งอันดับหนึ่งบนบิลบอร์ดชาร์ทนานติดต่อกันถึง 14 สัปดาห์! พรสวรรค์ในการโปรดิวซ์เพลงเจ๋งๆ ยังทำให้ป๊อปสตาร์สุดมั่นเลดี้ กาก้า ชวนมาร์คมานั่งแท่นเอ็กเซ็กคิวทีฟโปรดิวเซอร์ให้ Joanne อัลบั้มที่ 5 ของเธอที่วางจำหน่ายในปี 2016 ด้วย

 

 

Mark Talks Divorce

แต่ระหว่างที่งานเพลงกำลังไปได้สวย และมาร์คมีโอกาสร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตคู่กับภรรยากลับไม่ราบรื่น สุดท้ายทั้งคู่แยกทางกันไปในปี 2017 หลังลั่นระฆังวิวาห์นาน 5 ปี และหย่าอย่างเป็นทางการในปี 2018 “เราเป็นคน 2 คนที่รักกันมากๆ มีความหลังร่วมกัน มีหวังดีต่อกันที่สุด แต่ความรักของเราก็แค่ไม่เวิร์กอีกต่อไปแล้ว” การเลิกราครั้งนี้ทำเอามาร์คทั้งเศร้าทั้งเจ็บปวด แต่ความเศร้าก็มีระยะทำใจของมัน ปัจจุบันมาร์คอินเลิฟครั้งใหม่แล้วกับรีเบกก้า ชวอร์ตส์ ทีมงานจากรายการดัง Saturday Night Live โดยทั้งคู่เดตกันมาตั้งแต่ปี 2018 “ความรักครั้งนี้ก็ไปได้สวยนะ ผมกำลังเดตกับสาวน่ารักคนหนึ่งเลยล่ะ”

 

มาร์คกับอดีตภรรยาชาวฝรั่งเศสโจเซฟีน เดอ ลา บูม

 

 

Nothing Breaks Like a Heart

มาร์คยังเดินเครื่องโปรเจ็กต์งานเพลงใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ปีที่แล้วเขาฟอร์มวงดูโอ Silk City ร่วมกับดิโพล ดีเจหนุ่มชาวอเมริกัน ทั้งยังชวนนักร้องสาวซ่าไมลีย์ ไซรัส มาฟีเจอริงเพลง “Nothing Breaks Like a Heart” ซึ่งเป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม Late Night Feelings ของเขา “ไมลีย์เป็นคนมองโลกในแง่บวกมากๆ ผมมั่นใจเลยว่าเธอจะมีบ้านหลังงามที่เต็มไปด้วยน้องหมาและหมูที่เธอเลี้ยง และเปลี่ยนบ้านหลังนั้นให้เป็นบ้านที่มหัศจรรย์ได้เลย”

 

 

 

 

 

 

He Has Earned His Place in Music History  

ในวัย 44 ปีหมาดๆ (เกิดวันที่ 4 กันยายน ปี 1975) ดูเหมือนโปรดิวเซอร์หนุ่มคนนี้จะหาที่ทางของตัวเองในประวัติศาสตร์วงการเพลงได้ในระดับที่น่าพอใจแล้ว “ถ้าพรุ่งนี้งานเพลงผมจะแป้ก แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกว่าผลงานของตัวเองที่มีต่อดนตรีป๊อปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นน่าพอใจทีเดียว” นอกจากงานเพลงจะดีแล้ว บุคลิก ท่าทาง และสไตล์สุดคูล ยังทำให้มาร์ค รอนสัน กลายเป็นหนุ่มที่มีเสน่ห์จัดจ้านเสียเหลือเกินอีกด้วย นี่ล่ะอีกหนึ่งโปรดิวเซอร์และดีเจแห่งยุคที่สาวๆ ไม่ควรมองข้าม

 

 

 

GETTING TO KNOW MARK RONSON BETTER

5 เรื่องคูลๆ ของหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่แสนมีสไตล์มาร์ค รอนสัน

 

(1)

ช่วงต้นยุค 90 มาร์คเคยเป็นมือกีตาร์ของวงดนตรีวงหนึ่ง และวงนั้นเคยมีโอกาสเล่นเป็นวงเปิดให้วงร็อกอเมริกันในนิวยอร์กซิตี้ Spin Doctors ด้วย ซึ่งมาร์คบอกว่านั่นเป็นการแสดงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับวงของเขาเลยทีเดียว

 

(2)

มิค โจนส์ คือพ่อเลี้ยงของมาร์ค ซึ่งเขามีดีกรีเป็นถึงมือกีตาร์ของวงร็อกรุ่นเดอะ Foreigner จากนิวยอร์กซิตี้ ส่วนชาร์ลอตต์และซาแมนธา น้องสาวฝาแฝดของมาร์คก็เป็นคนดังเช่นกัน โดยชาร์ลอตต์เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ ส่วนซาแมนธาเป็นดีเจสาวเท่เหมือนมาร์ค

 

มาร์คกับชาร์ลอตต์และซาแมนธา น้องสาวฝาแฝด

 

(3)

มาร์คเคยรับหน้าที่เป็นดีเจเปิดเพลงให้ในงานวิวาห์ที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวของเซอร์ พอล แมคคาร์ตนีย์ ศิลปินระดับตำนานจากวง The Beatles ในปี 2011 ท้ังยังเปิดเพลงของเซอร์พอลอย่าง “Band of the Run” ในงานด้วย ทำเอาแขกตื่นเต้นกันใหญ่ นอกจากนี้ยังเคยเปิดเพลงให้ปาร์ตี้งานแต่งสุดยิ่งใหญ่ของซูเปอร์สตาร์ทอม ครูส ในปี 2006 ตอนนั้นมาร์คบอกว่าทอมอยากให้เปิดแต่เพลงของ 50 เซนต์ และคานเย เวสต์ แต่เขาแนะนำว่าน่าจะเปิดธีมเพลงของ Top Gun หนังแอ็กชั่นดราม่าสุดคลาสสิกที่ทอมนำแสดงมากกว่า

 

มาร์คกับเซอร์พอล แมตคาร์ตนีย์

 

ทอม ครูส

 

(4)

ที่งานวิวาห์ของมาร์คกับเจโซฟีน เดอ ลา บูม อดีตภรรยาในปี 2011 เพื่อนเจ้าบ่าวของเขานั้นโปรไฟล์ไม่ธรรมดา เพราะคือฌอน เลนนอน ทายาทของจอห์น เลนนอน ตำนานของวงการเพลงผู้ล่วงลับจากวง The Beatles กับโยโกะ โอโนะ ภรรยา ทั้งคู่เจอะเจอกันตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น และฌอนก็ทึ่งในเสียงดนตรีคูลๆ ที่มาร์คครีเอตทันทีที่ได้รู้จักกัน

 

 

(5)

นอกจากจะผลิตงานเพลงเจ๋งๆ เป็นดีเจคูลๆ ที่มีเสน่ห์เหลือร้ายแล้ว มาร์คยังเป็นหนุ่มที่มีสไตล์การแต่งตัวแสนจัดจ้าน ชวนมอง ผสมกลิ่นอายคลาสสิกวินเทจ เรียกว่าดีงามเสียจนถ้ามีการจัดอันดับลิสต์หนุ่มมีสไตล์เมื่อไร ต้องมีชื่อของมาร์ค รอนสัน ติดอยู่ในลิสต์เมื่อนั้น นั่นรวมถึงตำแหน่งสุภาพบุรุษมีสไตล์แห่งปีจากนิตยสาร GQ ของอังกฤษในปี 2016 ด้วย

 

 

[Credit]

Text: Michelle Garnett (OK! UK), Photographs: Instagram/ iammarkronson

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

 

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

คำทักทายแรกจาก 5 หนุ่ม CIX ที่ยืนยันว่า “เราจะได้รู้จักกันมากขึ้น”

คำทักทายแรกจาก 5 หนุ่ม CIX ที่ยืนยันว่า “เราจะได้รู้จักกันมากขึ้น”

คำว่า​ ‘คนแปลกหน้า’​ กำลังขยับสถานะสู่ ‘คนคุ้นเคย’ [...]

READ MORE
เปิดมิติใหม่ของบอยแบนด์กับ 4 หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นวง INTERSECTION

เปิดมิติใหม่ของบอยแบนด์กับ 4 หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นวง INTERSECTION

เซอร์ไพรส์ตั้งแต่แรกเห็น! ด้วยโปรไฟล์ระบุชัดว่า INTERSECTION ที่ประกอบด้วย [...]

READ MORE