ทำความรู้จัก มุกดา นางเอกที่แจ้งเกิดเต็มตัวจากมธุรสโลกันตร์ พาเรตติ้งกระฉูด!

ทำความรู้จัก มุกดา นางเอกที่แจ้งเกิดเต็มตัวจากมธุรสโลกันตร์ พาเรตติ้งกระฉูด!

การใช้ชีวิตแบบเข้มข้นตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้มุกดา นรินทร์รักษ์ มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2011 ผู้รับหน้าที่เป็นนางแบบแลกเปลี่ยนของจากประเทศไทยด้วยวัยเพียง 15 ปีในขณะนั้น เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกับได้เข้าเรียนช่วงอินเทนซีฟคอร์ส การใช้ชีวิตที่นั่นปลุกจิตวิญญาณของสาวแกร่งที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความมั่นใจที่หลับใหลอยู่ในร่างของเด็กผู้หญิงขึ้อาย ไม่ชอบการพรีเซนท์ตัวเองทุกรูปแบบให้ลืมตาตื่นขึ้น พร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ และฝึกฝนตัวเองให้เป็นคนที่เก่งกว่าเมื่อวาน เมื่อชีวิตเริ่มเข้าที่เข้าทาง เข้าใจทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การทำงาน ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มุกดาเซ็นสัญญากับทางช่อง 7 สีเพื่อเป็นนักแสดงเต็มตัว เธอกลายเป็นนางเอกสาวคลื่นลูกใหม่ที่น่าจะตามอง เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติและคุณสมบัติ มุกดาเริ่มต้นการแสดงจากบทปารมี ในละครเรื่องขมิ้นกับปูน ตามมาด้วยเรื่องมัสยา พันธการรัก ล่าสุดผลงานของมุกดาคือ มธุรสโลกันตร์ ที่แสดงคู่กับไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี ซึ่งเรียกได้ว่าบทของน้ำผึ้งนั้นได้ทำให้มุกดาสามารถแจ้งเกิดเต็มตัวในฐานะนางเอกมาแรงของทางช่อง 7 เพราะเป็นละครที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นในทุกๆ ตอนและยังรูดม่านลงด้วยเรตติ้ง 11.1 ซึ่งเป็นเรตติ้งที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ตอนนี้มุกดามีคิวละครที่กำลังถ่ายอยู่อีก 2 เรื่องคือม่านบังใจ แสดงคู่กับเวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ และโซ่เวรี แสดงคู่กับเข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ในขณะเดียวกันเธอก็ยังไม่ทิ้งการเรียน พร้อมจัดสรรเวลาไปเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอีกด้วย และเพราะความสวย ความสามารถที่เรียกได้ว่าครบเครื่องนี่เองทำให้ OK! ไม่พลาดที่จะทำความรู้จักผู้หญิงคนนี้ให้มากขึ้น

 

 

 

ก่อนเข้ามาในวงการบันเทิง มุกดาเคยมีความฝันว่าอยากทำงานตรงนี้มาก่อนหรือเปล่า

ไม่เลยค่ะ ตอนแรกไม่มีเรื่องงานในวงการบันเทิงอยู่ในความคิดเลยเพราะว่ามุกเป็นคนที่ไม่ชอบทุกอย่างที่เป็นการพรีเซนต์ตัวเอง (หัวเราะ) แต่จุดเปลี่ยนมาจากตอนที่เราอยากได้ไอโฟน 4 แล้วก็ขอให้พี่ชายซื้อให้ ซึ่งตอนนั้นมุกยังอยู่ที่จังหวัดระนองแต่จะขึ้นมาเรียนพิเศษที่กรุงเทพฯ ทุกๆ ปิดเทอม พี่ก็เลยยื่นเงื่อนไขว่าให้ไปประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ถ้าชนะเขาจะซื้อให้ คือเขาเห็นมุกว่างเลยอยากให้ไปหาอะไรทำ พอประกวดก็ปรากฏว่าได้ตำแหน่งและก็มีโอกาสต่างๆ เข้ามาในชีวิต

 

 

 

โอกาสแรกที่มุกดาได้รับคืออะไร และได้ใช้โอกาสนั้นอย่างไร

โอกาสแรกคือได้ไปเป็นนางแบบแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น พอดีว่าเมื่อก่อนเวทีมิสทีนไทยแลนด์มีนิตยสารของญี่ปุ่นในไทยที่ทำงานประสานกันอยู่ แล้วตอนนั้นทางญี่ปุ่นก็มาหานางแบบที่ไทยไปเดินรันเวย์ มุกก็มีโอกาสได้ไปลองแคสติ้งแล้วเขาก็เลือกเรา พอดีตอนที่ได้ตำแหน่งมายังมีงานเข้ามาไม่มาก มีถ่ายแบบ เดินแบบบ้าง แต่ยังไม่มีงานละครหรือมีอะไรให้ทำเยอะเท่าไหร่ก็เลยตัดสินใจไป  ซึ่งพอไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นก็ทำให้โตขึ้น เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เช่น  ต้องลดน้ำหนัก ต้องพัฒนาตัวเองหลายอย่าง ดูแลตัวเอง ปรับปรุงเรื่องบุคลิก แอคติ้ง แล้วทุกอย่างต้องไปด้วยกันทั้งหมด ตอนนั้นจึงค่อยๆ เข้าใจว่าที่เรายังไม่ค่อยมีงานในช่วงแรกเพราะเราเป็นเด็กผู้หญิงรูปร่างอวบ และยังขาดคุณสมบัติหลายอย่าง ทำให้ยังไม่พร้อมที่จะไปอยู่ในจุดที่ทำงานได้ ซึ่งพอรู้ว่าต้องทำอย่างไร ก็พยายามฝึกฝนตัวเองให้มากขึ้นค่ะ

 

 

 

 

ช่วงแรกของการไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไร และระบบการทำงานของคนที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง

ตอนแรกที่ไปรู้สึกว่ายากมาก ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย พูดก็ไม่ได้ อยากได้อะไรก็จิ้ม และไม่ค่อยพูด ผ่านเวลาไปสักพักเราก็ขอไปเรียนภาษาเพื่อที่จะใช้ในการดำเนินชีวิตและทำงานที่นั่นได้ ซึ่งมุกได้เพื่อนจากตรงนั้นและการถ่ายแบบด้วย พอมีเพื่อน มีคนคุยด้วย ก็ชิลล์มากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนก็เข้าที่เข้าทางไปเอง ตอนนั้นใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียวเป็นหลัก แต่ถ้ามีการถ่ายงานที่ต่างจังหวัดก็นั่งรถไฟชินคันเซ็นไป ส่วนระบบการทำงานอย่างเช่น การแคสติ้งก็จะวุ่นวายมากค่ะ บางทีเช้ามาก บางทีดึกมาก บางทีก็เป็นช่วงบ่าย อยู่ดีๆ จะมีงานมาให้เราไปแคสติ้งก็มี ก็เลยต้องพร้อมตลอด ถึงแม้จะมีบางงงานที่ฟิกซ์เวลาอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่คอนเฟิร์ม ซึ่งเขาบอกว่าจะคอนเฟิร์มในวันนั้นเลย เราก็ต้องคอยสแตนด์บาย และการเป็นนางแบบประจำของนิตยสารสักเล่มในญี่ปุ่นเป็นอะไรที่ทุกคนอยากเป็นมาก มีการแข่งขันสูง งานทุกงานเหมือนกับเราแข่งกับนางแบบ 150 คนตลอด แล้วเราก็เป็นต่างชาติที่ต้องไปแคสติ้งซึ่งที่นั่นจะมีนางแบบที่มาจากหลากหลายประเทศ ทุกคนมีความสวย มีความสามารถทั้งนั้น ทำให้มีตัวเลือกเยอะ ก็ลุ้นกันไปว่าเราจะเป็นชอยส์ให้เขาเลือกไหม สำหรับมุกเองก็ต้องเตรียมเรื่องการเดิน การโพส คือเขาอยากได้คนที่เดินได้ โพสได้ ถ่ายรูปได้ เราต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราสามารถทำให้เสื้อผ้าของเขาดูดีได้ แต่ละแบรนด์ก็มีความต้องการไม่เหมือนกัน บางแบรนด์ก็ต้องการความสดใส บางแบรนด์ก็ต้องการความนิ่ง ความคูล แต่งานที่ประทับใจที่สุดน่าจะเป็นโตเกียว รันเวย์ เพราะเป็นรันเวย์ที่ใหญ่ที่สุดแล้ว เป็นเวทีที่รู้สึกชอบ ประทับใจค่ะ

 

 

ประสบการณ์ที่ญี่ปุ่นสอนให้มุกดาเติบโตขึ้นในเรื่องไหน

เรื่องวิธีคิดและการใช้ชีวิตค่ะ การใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นยังสอนว่าควรจะวางแผนชีวิตอย่างไร ควรใช้ชีวิตยังไงเมื่ออยู่ต่างแดน ควรช่วยเหลือตัวเองอย่างไร และยังได้ประสบการณ์การทำงานเยอะมาก เช่น คนญี่ปุ่นทำงานตรงเวลา เขาซีเรียสทุกอย่างเกี่ยวกับการทำงานมากๆ  อย่างเราเป็นนางแบบ พอมาถึงที่ปุ๊ป ก็จะมีช่างแต่งหน้า ช่างไฟแสตนบายอยู่ตรงนั้นแล้ว และทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองโดยอัตโนมัติแบบไม่ต้องสั่ง ซึ่งงานก็รันไปเร็วมาก เขาไม่ปล่อยให้ใครเสียเวลาเลย งานทุกอย่างจะเสร็จก่อนเวลาเสมอ ซึ่งเรื่องการตรงเวลาของที่นั่นทำให้เราติดเป็นนิสัย เพื่อนสนิทของมุกจะรู้ดีเลยว่ามุกจริงจังในเรื่องนี้มาก แค่มาสายสัก 5 นาที เราก็จะมีอาการแล้ว (หัวเราะ)

 

 

 

 

เพราะอะไรถึงกลับจากญี่ปุ่นมารับงานละคร

มุกทำมาหลายอย่างแล้ว และเป็นช่วงที่กลับมาต่อวีซ่าพอดี พอมีโอกาสเข้ามาแคสที่ช่อง 7 ก็เลยลองดู เพราะมองว่าเป็นโอกาส ส่วนที่ญี่ปุ่นเราสามารถกลับไปได้ตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนไหน พอได้รับโอกาสจากช่อง 7 แล้วก็ยาวเลยค่ะ (หัวเราะ) ด้วยความที่เราไม่เคยมีภาพในวงการบันเทิงมาก่อนว่าต้องเป็นอย่างไรก็เลยไม่ได้มีความคาดหวังว่าตัวเองต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ กลายเป็นว่า ค่อยๆ มาทีละสเต็ปท์ มุกยังมาย้อนคิดเลยว่าถ้าเริ่มเล่นละครตั้งแต่อายุ 16 เลย ก็คงทำไม่ได้เท่าไร แต่เพราะเราได้ไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นมาก่อน ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทำให้ความกลัวลดลง มันเหมือนกับเราค่อยๆ ปรับตัวมาเรื่อยๆ คือมุกเริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา แล้วค่อยมาเจอภาพคลื่อนไหว จนมากล้องละคร ความเครียดในการอยู่หน้ากล้องเลยไม่ค่อยมี และพอได้อยู่กับละคร ได้ทำการบ้าน อ่านบท มุกรู้สึกแฮปปี้มาก คือเรารู้จักตัวเองดีว่าถ้าชอบก็คือชอบ ถ้าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่กับละคร มุกพบว่าเราทุ่มเทและจริงจังมาก รู้สึกเต็มใจทุกครั้งที่ได้ตื่นเช้า กลับดึก มีแรงในการทำงานแบบอัตโตมัติ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ทำได้ ซึ่งความจริงแล้วมุกเป็นคนที่ตื่นสายมากนะคะ (หัวเราะ)  แสดงว่าเราต้องชอบการทำงานตรงนี้จริงๆ เราถึงทำได้ขนาดนี้

 

 

มีแนวคิดในการทำงาน การใช้ชีวิตในวงการบันเทิงอย่างไร

มุกไม่ค่อยมองอะไรไปข้างหน้ามากนัก ชอบให้ชีวิตตัวเองค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปมากกว่า  เลยคิดว่าอยากทำทุกโอกาสที่ได้รับให้ดีที่สุด แล้วค่อยๆ พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องรีบทำ แบบนี้น่าจะทำให้เราอยู่ได้นาน แต่ก็คิดนะคะว่าอยากจะได้รับบทบาทที่ยากมากๆ ต้องใช้ความสามารถสูงมากในวันหนึ่ง และถ้าวันไหนที่เราไปถึงจุดๆ นั้นได้และทำมันได้ก็หมายความว่าเราได้มาถึงจุดพีคของเราแล้ว แต่ถึงจะยังไปไม่ถึงวันนั้น ละครก็ได้ให้อะไรกับมุกหลายอย่าง อย่างแรกเลยคือ ในละครมีภาพอะไรหลายอย่างที่ไม่ได้เจอในชีวิตจริง การที่มุกมีโอกาสเข้าไปสวมบทบาทต่างๆ ของตัวละครต่างๆ ก็ทำให้เรามองอะไรได้หลายมุมมากขึ้น และทำให้เข้าใจคนอื่น เข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ได้มากขึ้นด้วยค่ะ

 

 

 

 

การที่ต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องงานและการเรียนให้ไปด้วยกันอย่างสมดุลไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มีการแบ่งเวลาให้ทั้ง 2 เรื่องนี้อย่างไร

มุกจะขอให้กองละครช่วยเว้นเวลาให้ แล้วเราก็วิ่งค่ะ (หัวเราะ) หมายความว่า ถ้าวันนี้มุกมีเรียนเช้า ก็จะขอไปกองถ่ายสักเที่ยง คือขอเรียนตอนเช้าให้เสร็จก่อน ต้องจัดตารางและคุยกับอาจารย์ประจำวิชาว่าควรจะต้องทำอย่างไร ซึ่งก็จะได้รับคำแนะนำที่ดีมาตลอด ตอนนี้มุกเรียนปี 4 แล้ว มีวิชาที่เรียนน้อยลง เลยมีเวลาในการทำงานละครได้มากขึ้น

 

 

ถ้ามีช่วงเวลาที่ว่างมุกดาจัดเวลาพักผ่อนให้กับตัวเองอย่างไร

ถ้าจะพักผ่อนแบบจริงจัง มุกจะไปเที่ยวต่างประเทศเลยค่ะ ซึ่งประเทศแรกที่คิดถึงตลอดคือญี่ปุ่น เพราะเราเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น การไปทุกครั้งเลยเหมือนเป็นการกลับบ้าน แต่ถ้าจะไปยาวๆ ต้องล็อควันแบบข้ามปีนะคะ เพราะถ้าละครเรื่องใหม่มาขอคิวจะได้ไม่ติดขัดอะไร แต่ถ้ามีวันหยุดแบบไม่กี่วัน มุกจะชอบไปนั่งที่คาเฟ่สวยๆ กินเค้ก ดื่มกาแฟ อยู่เงียบๆ เป็นเหมือนมุมชิลล์ของเรา หรือถ้ามีเวลาว่างแค่ 1 วันใน 1 อาทิตย์ มุกจะนอนอยู่ที่ห้อง บางครั้งถ้าอดนอนมานาน สามารถนอนได้ยาวถึง 12 ชั่วโมงเลย หลับลึกมาก แต่พอตื่นขึ้นมานี่พลังชีวิตมาเต็มที่เลยค่ะ (หัวเราะ) แต่ชีวิตจริงในทุกวันนี้มุกยังเป็นคนหนึ่งที่นอนไม่พอค่ะ เพราะกว่าจะกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืน ออกจากบ้านประมาณตีห้า เลยอาศัยหลับระหว่างทางเอา (หัวเราะ) คือถ้ามีเวลาว่างปุ๊ปจะรีบนอนเลย แล้วก็กินวิตามินเสริมเข้าไปก็พอช่วยได้แล้วค่ะ

 

 

 

 

นางแบบ: มุกดา นรินทร์รักษ์

เสื้อผ้า: Patinya, Canitt, La-Boutique, H&M Studio

เครื่องประดับ:  Georg Jensen

แต่งหน้า-ทำผม: โชติรส โรดดอน

สไตลิสต์: รังสรรค์ ชมพูพล

ผู้ช่วยสไตลิสต์: สาธิมา ลิมปกาญจน์เวช, ปุณย์วศิลป์ เทียมเพ็ชร์

ช่างภาพ: ทินกร วงเบญจศิลป์

ผู้ช่วยช่างภาพ: ธนพร พิกุล, ธีรภัทร รัตนกุลชัยนันต์

สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

สถานที่: So Sofitel Bangkok

โทร. 0-2624-0000

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

10 ผลงานน่าดูบน Apple TV+ ไม่รู้จะดูเรื่องไหน เราขอแนะนำ!

10 ผลงานน่าดูบน Apple TV+ ไม่รู้จะดูเรื่องไหน เราขอแนะนำ!

  เปิดให้บริการแล้ว เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สำหรับ [...]

READ MORE
ชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะงานแสดงของหนุ่มฮอต ก็อต อิทธิพัทธ์

ชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะงานแสดงของหนุ่มฮอต ก็อต อิทธิพัทธ์

เคยมีชื่อติดเทรนด์ฮอตชนิดห้างแตกมาแล้วจากบทแจ้งเกิดที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า ‘หมอป่า’ ซีรีส์แนววายเรื่อง 2Moons [...]

READ MORE