ตัวตนใหม่ จุดยืนแสนท้าทาย และเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงของสาวสวยสุดสตรอง เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร

ตัวตนใหม่ จุดยืนแสนท้าทาย และเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงของสาวสวยสุดสตรอง เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสอดประสานความงามจากอดีตให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปแล้วต่อยอดให้กลายเป็นความคลาสสิคที่อยู่คู่คนไทยไปอีกยาวนาน ทว่าสาวร่างเล็กเอเนอร์จี้ล้นอย่าง คุณเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการผู้จัดการบริษัท สมบัติเลิศ จำกัด และบริษัทในเครือนายเลิศ กรุ๊ป ก็ยังมุ่งมั่นท้าทายตัวเองทำสิ่งที่เป็นไปได้ยากให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ตอนนี้สาวเปรี้ยวสุดสตรองมีหลายอย่างที่ต้องดูแลบนพื้นที่กว่า 20 ไร่ (ที่ดินติดกับโรงแรมสวิทโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศซึ่งปิดกิจการไปเมื่อปลายปี 2016) ไม่ว่าจะเป็นการนำบ้านปาร์คนายเลิศซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่พักอาศัยของพระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) คุณทวด จนถึงรุ่นของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ คุณยายของเธอมาสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้สำคัญที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของครอบครัวคนไทยที่มีมาอย่างยาวนาน, ร้านอาหารไทยสไตล์โฮมคุกกิ้ง Ma Maison, ร้านอาหารฝรั่งตามแบบฉบับที่ครอบครัวชอบอย่าง Lady L Garden Bistro, The Glass House เพื่อรองรับการจัดเลี้ยงในโอกาสสำคัญต่างๆ, คอร์สนายเลิศ บัตเลอร์ Nai Lert Butler ซึ่งเป็นที่เดียวในประเทศไทยที่นำหลักสูตรเดียวกันกับสถาบัน บริติช บัตเลอร์ ประเทศอังกฤษมาถ่ายทอดเทคนิกต่างๆ และฝึกฝนคนที่เข้ามาเรียนให้สามารถพัฒนาทักษะและการให้บริการในระดับสากล รวมถึงโปรเจ็กต์โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกันนี้ในอีกไม่ช้าฯลฯ ซึ่งสิ่งที่เธอทำทั้งหมดนี้มีเพียงจุดยืนเดียวเท่านั้นคือทำให้คนไทยเห็นคุณค่าในความเป็นครอบครัวคนไทยเช่นเดียวกับที่ครอบครัวเธอเห็นและยังต้องการให้ต่างชาติเห็นว่าความสวยงามและความน่ารักของคนไทยมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 ทางบ้านปาร์คนายเลิศจะมีงานดอกไม้นานาชาติปาร์คนายเลิศด้วย เล่าให้ฟังถึงความพิเศษครั้งนี้หน่อยได้ไหมคะ

ตอนที่ยังไม่ได้ปิดโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ งานดอกไม้นานาชาติจะไม่ได้ระบุว่าเป็นเดือนไหน แต่เราจะดูว่าช่วงไหนฟังก์ชั่นน้อยก็จะนำตัวโรงแรมมาจัดงานนี้ แต่พอนำมาทำตรงบ้านปาร์คนายเลิศก็อยากจะให้เป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เราจะจัดวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นงานเอาท์ดอร์ พื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่ จะคลุมไปด้วยดอกไม้ มีกิจกรรมต่างๆ เช่น ฟู๊ดมาร์เก็ต, อาร์ตมาร์เก็ต ฯลฯ เป็นงานใหญ่ อลังการ ควบคู่กับความสนุกไปด้วยเพราะธีมคือ Floral Carnival สวนสนุกดอกไม้ ซึ่งจะเป็นสวนสนุกดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มี 4 วัน เมื่อก่อนตอนที่จัดงานดอกไม้ที่โรงแรม มีคนเข้างาน  3,000 คน แต่ปีที่ผ่านมาที่จัดที่ปาร์คนายเลิศเป็นครั้งแรกมีคนเข้างาน 10,000 กว่าคนในช่วงเวลา 3 วัน สิ่งที่ผู้ชมให้ความสนใจเป็นพิเศษคือพรมดอกไม้ยักษ์ตรงกลางบ้านปาร์คนายเลิศ ซึ่งเป็นพรมดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียมีการประดับตกแต่งอย่างประณีตในพื้นที่ 575 ตารางเมตร นี่คือไฮไลท์ที่คนให้ความสนใจมาดูมากที่สุดค่ะ

พรมดอกไม้ยักษ์ ไฮไลท์ของงานดอกไม้นานาชาติปาร์คนายเลิศ

เหมือนการมาทำอะไรต่างๆ ที่บ้านปาร์คนายเลิศจะมีความเป็นตัวคุณเล็กมากขึ้น

ใช่ค่ะ เพราะตอนที่มีโรงแรม เราเป็นแค่สถานที่แล้วให้แบรนด์อื่นมาบริหาร พอไม่ทำแล้วและมาทำตรงนี้แทนเลยเป็นปาร์คนายเลิศได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการบริการ อาหารที่เสิร์ฟ วิธีที่เสิร์ฟ หรือชุดยูนิฟอร์มพนักงาน ฯลฯ ทุกอย่าง ตั้งแต่ภาพกว้างจนถึงดีเทลมันมีความเป็นเรา ซึ่งก็คือครอบครัวไทยโบราณที่อยากนำเรื่องการกิน อยู่ หลับนอน ของคุณทวด คุณตา คุณยายมานำเสนอที่นี่ ดังนั้นเวลาแขกเดินเข้ามาจะรู้สึกว่าเหมือนมาบ้านคน ไม่ได้อยู่ในร้านอาหาร จะมีความอบอุ่น พนักงานเองก็จะคุ้นเคยกับแขก เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าประมาณ 80 % จะเป็นลูกค้าประจำ มีหลายเจเนอร์เรชั่น ตั้งแต่สมัยคุณยาย คุณป้า คุณแม่ ตรงนี้เป็นเหมือนพื้นที่สำหรับครอบครัวและมาได้ไม่ยาก

 

ส่วนลึกในใจคุณเล็กยังรู้สึกเสียดายโรงแรม สวิทโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศที่ปิดไปไหม

เสียดายค่ะ ถ้าบอกว่าไม่เสียดายคงโกหก เพราะว่าเล็กเกิดมาก็วิ่งเล่นอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว และเล็กยังรักในธุรกิจนี้ ชอบความวุ่นวาย (หัวเราะ) ชอบอยู่กับคน ชอบเห็นคนลากกระเป๋าเดินเข้ามาเช็คอิน ได้คุยและให้บริการกับแขก เหล่านี้เป็นอะไรที่เล็กชอบ ก็เลยกำลังจะเปิดโรงแรมอีก 1 โรงแรมในที่นี้ วางแผนไว้ว่าห้องของโรงแรมจะต้องเป็นไซส์ใหญ่ ลูกค้าที่มาไม่ว่าจะมากินข้าว มานอนหรือมาจัดเลี้ยงหรืออะไรก็ตาม เล็กไม่อยากให้เป็นเหมือนองค์กรเพราะชอบความเป็นครอบครัว อยากให้รู้สึกเหมือนเขาอยู่บ้าน พอทำโรงแรมเสร็จทุกอย่างตรงนี้จะครบวงจรอย่างที่คิดคือ กิน อยู่ หลับ นอน วิถีชีวิตคนก็มีอยู่แค่นี้

 

แล้วการดูแลบ้านปาร์คนายเลิศที่มีอายุ 103 ปีซึ่งนำมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ด้วยมีความยากง่ายอย่างไรบ้าง

โชคดีที่คุณทวด คุณยาย ใช้ของดีมาตั้งแต่แรก ไม้ของที่นี่เป็นไม้สักทอง มีความแข็ง ปลวกกัดไม่เข้าและอยู่ได้มาจนถึงวันนี้ แต่ตอนรีโนเวทค่อนข้างยาก เพราะช่างสมัยนี้ทำบ้านโบราณไม่เป็น ต้องไปหาช่างโบราณสมัยอยุธยาซึ่งกว่าจะเจอก็กินเวลาหลายเดือน แล้วพอหาช่างได้ เขาก็มาดูสภาพว่าต้องทำอะไรบ้างแล้วพบว่าบ้านทรุดเพราะผ่านเวลามานานแล้วยังมีตึกเกิดขึ้นเต็มไปหมด เขาก็บอกว่าต้องดีดบ้านครับ เล็กก็งงว่าแปลว่าอะไร เพราะฟังแบบนี้มันดูง่าย แต่ไม่ใช่ เรายกบ้านได้แค่วันละ 1 เซนติเมตร และบ้านเราต้องยกขึ้น 2 ฟุต คือ 60 เซนติเมตร กินเวลา 2 เดือน แล้วจะยกแต่ละครั้งต้องใช้มือ ทุกคนจะต้องยืนอยู่ใต้ถุนบ้านพร้อมๆ กัน พอนับ 1 2 3 แล้วค่อยยก เราใช้คนในการยกทั้งสิ้น 180 คน พอยกเสร็จก็ไปทำอย่างอื่นต่อ วันรุ่งขึ้นมาแสตนบายด์ยกใหม่ในจุดเดิม และก่อนที่จะดีดบ้าน การเก็บของก็เป็นเรื่องใหญ่ คุณแม่เป็นคนดูแลโปรเจ็กต์นี้ เราต้องมีทีมจดลงทะเบียน ดูแลรายละเอียด ต้องดูว่าของชิ้นนี้ต้องไปเก็บตรงนี้ ชิ้นไหนต้องเปิดแอร์ให้ เรามีของมีค่าทั้งหมดประมาณ 30,000 ชิ้น ตอนนี้ยังอยู่ในโกดังหลายหมื่นชิ้น เพราะเล็กจะหมุนเวียนนิทรรศการและดิสเพลย์ในตู้ เหมือนเป็นการจัดบ้านไปเรื่อยๆ สมมติ ปีนี้อาจจะเป็นหม้อจากสุโขทัย ปีหน้าเป็นหม้อจากเชียงใหม่ ตอนแรกที่คิดว่าใช้เวลา 6 เดือนก็เปิดพิพิธภัณฑ์ได้แล้ว แต่ความจริงคือ 4 ปี พูดจริงๆ ว่าบ้านปาร์คนายเลิศ ยิ่งเห็น ยิ่งอยู่ทุกวัน ยิ่งสวย กระเบื้องหลังคาของเดิมคือสีเขียวแต่พอเวลาผ่านไป บางอันผุ บางอันก็แตกก็เลยต้องให้ช่างที่เชียงใหม่ทำกระเบื้องให้เหมือนเดิม ปีแรกที่ทำเสร็จก็ยังใหม่เอี่ยมอยู่ พอผ่านเวลามาก็ยิ่งสวย

 

คุณเล็กนำสิ่งเหล่านี้มาปรับให้เข้ากับยุคสมัยอย่างไรบ้าง

เล็กเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบัน แต่ชอบและเห็นคุณค่าในของเก่า เลยต้องนำสิ่งที่มีมาผสมผสานกันเพื่อให้ไปด้วยกันได้ เช่น อยู่บ้านโบราณแต่มีไวไฟ มีร้านอาหารไทยโบราณอย่าง Ma Maison ที่จัดดิสเพลย์สวยและกินได้อิ่มจริง แล้วก็ยังมีร้าน Lady L Garden Bistro ซึ่งเสิร์ฟอาหารฝรั่งด้วยแต่เป็นอาหารฝรั่งในแบบที่ครอบครัวชอบ

 

ปาร์คนายเลิศมีร้านอาหารหลายสไตล์อยากรู้ว่าตอนนี้มีกี่ครัว

5 ครัวค่ะ มีครัวไทยของ Ma Maison, ครัวฝรั่งของ Lady L Garden Bistro นอกจากนี้เรามีครัวจัดเลี้ยงด้วยเพราะบางคนอาจจะไม่ได้ชอบอาหารไทยโบราณขนาดนั้น อยากได้อาหารที่ฟิวชั่นขึ้นมาหน่อยแล้วก็มีครัวจีน ครัวขนม คือเล็กยกทีมพนักงานที่เก่าแก่ทั้งหลายจากโรงแรมเดิมมาอยู่กับเรา 120 คน จาก 457 คน เพราะเราไม่ได้ทำธุรกิจที่มีรายละเอียดขนาดนั้นเลยรับไว้หมดไม่ได้ แต่ตอนที่เล็กปิดโรงแรมก็ทำจ๊อบแฟร์ให้เขานะคะ เชิญโรงแรมต่างๆ คัดเลือกคนจากที่นี่ไปและทุกคนได้งานหมด ไม่มีใครตกงานเลยค่ะ

คุณเล็กชอบการบริหารหรือเปล่า

ใช่ค่ะ เล็กชอบลงดีเทล คิดว่าคนที่จะสร้างภาพรวม หรือภาพอะไรใหญ่ๆ สร้างอะไรใหญ่ๆ ได้ ต้องชอบดีเทล ถึงจะทำภาพรวมภาพใหญ่ให้สำเร็จได้ อย่างเช่น เปิดโรงแรมสวย ตกแต่งได้อลังการมาก แต่ว่าสิ่งที่โดนตัวลูกค้ามันหยาบ อย่างเช่น ปลอกหมอนนอนลงไปไม่สบายหน้า อย่างนั้นจะเรียกว่าไม่เพอร์เฟกต์ ไม่ผ่านเพราะถ้าเพอร์เฟกต์ของเล็กหมายถึงต้องจับต้องได้ สบายในสิ่งที่สัมผัส ใช้ได้จริง

 

ตอนนี้ทำคอร์สนายเลิศบัตเลอร์ด้วย เล่าที่มาที่ไปให้ฟังหน่อยได้ไหม

เรื่องบัตเลอร์เกิดจากตอนที่กำลังนั่งยูโรสตาร์จากอังกฤษไปปารีส ด้วยความเป็นคนชอบอ่านอยู่แล้วก็เปิดนิตยสารเล่มหนึ่งพอดีเห็นบทความ เรื่อง British Butler Institute เป็นสถาบันสอนบัตเลอร์ เห็นครูใส่สูทยาว เท่ ดูอังกฤษมาก เลยเกิดความสนใจ อีเมลล์ไปหาขอเข้าพบ ตอนแรกก็ไม่ให้เจอ เล็กก็เลยนำรูปบ้านปาร์คนายเลิศ รูปความเป็นมรดกไปนำเสนอ บอกว่าเรามีธุรกิจรูปแบบนี้อยู่นะและอยู่ในธุรกิจการโรงแรม สนใจอยากจะพาร์ทเนอร์กับคุณในเมืองไทยได้ไหม พอเขาเห็นรูป เห็นความสวยงามก็ OK! เราก็เข้าไปเจอเขา พรีเซนต์ว่าเมืองไทยมีคนจำนวนมาก ธุรกิจโรงแรมในเมืองไทยก็เฟื่องฟู เขาก็เลยตกลงเซ็นสัญญากับเล็ก เหมือนเป็นการนำหลักสูตรเขามาเปิดที่นี่คนแรก เป็นสถาบันแรกที่สอนบัตเลอร์โดยเฉพาะในเมืองไทย

สาเหตุที่เล็กสนใจไม่ใช่เพราะตัวเองนะคะ แต่เห็นว่าทุกโรงแรมพยายามอัพตัวเองให้เป็นลักซ์ชัวรี่ เปิดมาสวยกันทุกที่เลย และโรงแรมอาจจะเปิดมากไปแต่คุณภาพการบริการยังไม่ค่อยดี ไม่ได้บอกว่าคนไทยไม่เก่งแต่ว่าเขาไม่ได้รับสิ่งที่ควรจะรู้เพราะไม่มีใครเทรนด์ อาจจะไม่ได้เรียนหลักสูตรที่แท้จริงว่าการบริการที่ดีควรจะเป็นอย่างไร และพอเราเปิดคอร์สบัตเลอร์มาเมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว ปรากฏว่าผลการตอบรับดีเกินคาด กลายเป็นว่าคนจากเกาหลีบินมาเรียน แม่บ้านฟิลิปปินส์จากฮ่องกงบินมาเรียน เราก็รู้ว่ามาถูกทาง แล้วพอพี่ป้าน้าอาที่รู้จักรู้ว่าเล็กทำบัตเลอร์ ก็ให้มาจัดงานให้ที่บ้านด้วย ตอนนี้บัตเลอร์เลยไม่ใช่แค่หลักสูตร แต่ยังเป็นการต่อยอดขึ้นไปอีก เพราะเรามีธุรกิจจัดเลี้ยงอยู่แล้ว การมีบัตเลอร์เลยยิ่งอัพเกรดคุณภาพ ตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่านี่เราฆ่าตัวตายหรือเปล่า เพราะคนที่มาที่นี่ก็ต้องคาดหวังว่าต้องเป๊ะ แต่ก็สนุกดีค่ะ

 

เป้าหมายในการทำงานในวันนี้ของคุณคืออะไร

เล็กบอกตัวเองมาตลอดว่าปาร์คนายเลิศ ไม่ได้เก่งที่สุด ไม่ได้รวยที่สุด ไม่อะไรเลย แต่อยากทำงานอย่างมีคุณภาพ ซึ่งคุณภาพของเล็กหมายถึงการที่อยู่ในธุรกิจนี้ได้นานๆ ไม่ตามเทรนด์ ไม่เกาะกระแส ปาร์คนายเลิศคือไทม์เลสและอยู่คู่กับคนไทยในทุกยุค

 

เบื้องหลังอีกคนที่เคียงข้างคุณเล็กมาตลอดคือคุณแม่ท่านซัพพอร์ตอย่างไรบ้าง

แม่จะดูภาพรวม สมมติเล็กบอกว่าเต๊นท์งานแต่งงานไม่เก็บเสียง เพราะพอแต่งงานแล้วก็ต้องมีอาฟเตอร์ปาร์ตี้ต่อ ด้วยความเกรงใจเพราะคนในซอยสมคิดเขาก็อยู่สงบกันมานานก็ปรึกษากับแม่ ท่านก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นสร้าง Glass House ขึ้นมา แม่จะเป็นคนที่ดูเรื่องก่อสร้าง พัฒนาเรื่องธุรกิจ แต่เล็กเป็นคนบริหาร ส่วนพี่น้องเล็กเขาไม่ได้ชอบธุรกิจตรงนี้ อย่างพี่สาวคนโต เขาก็อยู่แอลเอ ทำอสังหาริมทรัพย์ ซื้อเขา สร้างบ้านแล้วก็ขาย น้องอีก 2 คน คนหนึ่งชอบอินทีเรีย อีกคนชอบจิวเวลรี่ มีเราคนเดียวที่ชอบอะไรแบบนี้แต่ทุกคนก็ยังเป็นเจ้าของ เรื่องนี้เล็กบอกสมาชิกในบ้านเคลียร์มากคือ พวกเขาให้เล็กมาทำงานตรงนี้ก็จริง แต่ทุกคนยังมีปากมีเสียงได้ แต่ถ้าต้องการอะไร อยากได้อะไร อยากเปลี่ยนอะไร เห็นเล็กทำอะไรไม่ดีขอให้มาบอกที่เล็ก ให้เราเป็นเซ็นเตอร์ เป็นคนกรองข่าวให้พนักงาน เพราะเดี๋ยวพวกเขาจะงงว่าจะต้องฟังใคร

 

คุณเล็กทำงานเยอะมาก เอาพลังชีวิตมาจากไหน

เอามาจากนายเลิศ ท่านเมตตา (หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็นเพราะเล็กทำทุกอย่างด้วยความรัก ทั้งๆ ที่ตรงนี้มีความวุ่นวายเยอะ สมมติร้านอาหารก็ต้องเปลี่ยนเมนูทุก 3 เดือน เราต้องเทส ต้องนู่น นี่ นั่น แต่เล็ก OK! ไม่เหนื่อย ไม่เคยเครียดกับมัน ปัญหามันมีทางออกอยู่แล้ว อยู่ที่ตัวคุณว่าคุณมีจุดยืนหรือเปล่า สำหรับจุดเยืนของเล็กคือทำให้ปาร์คนายเลิศอยู่คู่กับประเทศไทย และให้ทั่วโลกรู้ว่าแบรนด์ไทยเจ๋งขนาดไหน คนไทยก็มีดี ประเทศไทยสวยงามมากๆ มีคุณค่า บ้านทรงไทยคือเอกลักษณ์ที่งดงาม อยากให้เขาเห็นว่า This is Thailand. เล็กไม่ได้ทำเพื่อตัวเองและบอกทุกคนว่า ถ้าเล็กไม่ได้อยู่ตรงนี้ แบรนด์นี้ต้องไปด้วยตัวเองได้ เล็กไม่อยากดังแต่อยากให้ปาร์คนายเลิศดัง เรารักและสนุก แล้วพอเรามีเอ็นเนอร์จีปุ๊ป พนักงานก็จะสนุกไปด้วย

 

อยากให้พูดถึงนายเลิศซึ่งเป็นคุณทวดของคุณให้ฟังหน่อย

เล็กไม่เคยเจอคุณทวดเพราะเกิดไม่ทัน คุณทวดเป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกล เมื่อก่อนคุณทวดไม่ได้มีอะไรมาก แต่พยายามสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเอง อะไรที่ทำไม่ดี ล้ม ก็ไม่ท้อ แต่คิดต่อยอด อย่างบ้านปาร์คนายเลิศที่สร้างขึ้นมาได้ก็เพราะเมื่อก่อนคุณทวดมีอู่ต่อเรือ ส่งออกไปต่างประเทศ แต่อู่ต่อเรือนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก ต้องซื้อไม้ ต้องทำอะไรหลายอย่าง ก็เลยไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้มีไม้สักทองเหลือจำนวนมาก คุณทวดก็เลยนำมาสร้างบ้านปาร์คนายเลิศคือท่านไม่ยอมให้เสียของค่ะ

สิ่งแรกๆ ที่นายเลิศเป็นผู้บุกเบิกคือโรงน้ำแข็งแห่งแรกชื่อโรงน้ำแข็งสยาม พอสร้างโรงน้ำแข็งปุ๊ป คุณทวดก็ได้ชื่อว่านายเลิศปั้นน้ำเป็นตัว เพราะคนไม่เชื่อว่าน้ำจะแข็งได้ แล้วก็ทำโรงแรมแห่งแรกที่ชื่อ Hotel De La Paix เป็นโรงแรม 6 ห้องนอนอยู่ที่เจริญกรุง ที่สร้างโรงแรมเพราะสมัยนั้นฝรั่งเข้ามาในเมืองไทยค่อนข้างจะเยอะก็เลยคิดต่อยอดว่าฝรั่งเหล่านี้เขาจะนอนที่ไหนกัน ท่านเลยทำโรงแรมขึ้นมา นอกจากนี้ยังเป็นคนแรกที่เดินรถเมล์ในกรุงเทพฯ และใช้ชื่อรถเมล์นี้ว่ารถเมล์ขาวนายเลิศ พนักงานมีวินัย กระเป๋ารถเมล์แต่งตัวสะอาด สุภาพ เรียบร้อย คนยากจน ไม่มีเงินขึ้นก็ให้ขึ้นฟรี ใครลืมกระเป๋าก็เก็บ เอาไปคืน ไม่คดโกง โลโก้นายเลิศที่เป็นวงกลมและมีกากบาทตรงกลางคือโลโก้ที่คุณทวดวาดเอาไว้ เมื่อ 120 ปีที่แล้ว มีความหมายถึงพรหมวิหาร 4 คือเมตตา, กรุณา, มุฑิตา, อุเบกขา ซึ่งเล็กไม่ได้เป็นแม่พระนะ แต่ก็พยายามดำเนินชีวิตด้วยแนวคิดนี้ แต่เล็กไม่ได้เสี้ยวของปู่, ย่า, ตา, ยายหรอก (หัวเราะ)

วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง คุณเล็กแบ่งเวลาให้กับอะไรบ้าง

ใน 1 วันเล็กต้องทำงาน ต้องมีเวลาส่วนตัว ต้องเล่นกีฬา ต้องกิน ต้องนอน และวงจรชีวิตเราก็มีอยู่แค่นี้ แต่ที่สำคัญคือเล็กอยากให้เรารู้จักตัวเองให้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร และควรจะให้เวลากับตรงนั้น อย่างเรื่องงาน เล็กก็ไม่คิดว่าตัวเองมาทำงาน ปาร์คนายเลิศเป็นชีวิตเราไปแล้ว ถ้าวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่มีอะไร เล็กก็จะมาที่นี่แบบอัตโนมัติ (หัวเราะ) แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ให้เวลาที่นี่หมด เพราะอะไรที่เยอะไปก็จะไม่ดี ในที่สุดเราจะแยกตัวออกมาไม่ถูก แต่เวลามาที่นี่จะพยายามบอกตัวเองว่าวันนี้เป็นวันแรกของเล็กที่ปาร์ค นายเลิศ เราไม่อยากจะโดนกลืนและซึมซับไปกับความเคยชิน สมมติเราเห็นปาร์คนายเลิศไม่รู้กี่ร้อยครั้งแล้ว แต่สำหรับลูกค้านี่อาจจะเป็นครั้งแรกของเขา ก็เลยพยายามทำตาทั้ง 2 ข้างให้เป็นตาคู่ใหม่ที่มาเห็นปาร์คนายเลิศทุกๆ วัน แล้วก็ใช้เทคนิกปรับปรุง เปลี่ยนแปลง จัดใหม่ ก็จะทำให้เราสดชื่นขึ้นได้ นอกจากเรื่องทำงาน อีกอย่างคือต้องไปเล่นโยคะทุกวัน เล็กใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่แน่ใจว่ามันคือการบาลานซ์ชีวิตหรือเปล่า

 

แรงบันดาลใจในการคิดอะไรใหม่ๆ ของคุณเล็กมาจากไหน

เวลาเห็นอะไรใหม่ๆ กีฬาใหม่ๆ ร้านอาหารเปิดใหม่ เล็กจะชอบไปลอง (หัวเราะ) แล้วมาดูว่าเราชอบมันไหม เล็กไม่เคยพยายามจะชอบอะไร ชอบก็คือชอบ ไม่ได้ตามแฟชั่น ตามเทรนด์ ตรงนี้มักจะสร้างอะไรใหม่ๆ ในความคิดให้กับเราได้ และทุกวันนี้เล็กก็ไม่ต้องไปพรู๊ฟไปอะไรกับใครแล้ว ขอแค่ให้ตัวเองมีความสุข แต่ก่อนอาจจะดูเหมือนเป็นสาวสังคม กลับมาจากอังกฤษใหม่ๆ ต้องออกงาน มีเพื่อนเยอะ มีแสง สี เสียง เต็มไปหมด แต่วันนี้เรามีเพื่อน 2-3คนที่เราแฮปปี้ คุยกันได้ทุกเรื่องก็พอ

 

ภาพชีวิตที่คุณเล็กอยากจะเป็นจริงๆ เป็นแบบไหน

เป็นแบบนี้ค่ะ ถ้าตื่นมาแล้วเล็กไม่มีอะไรทำ ไม่มีพนักงานให้มาคุยด้วย ให้ติชมกันก็คงฟุ้งซ่านตาย เพราะจริงๆ แล้ว เล็กเป็นคนขี้เหงานะคะ เลยชอบสิ่งเหล่านี้

ตอนนี้มีแฟนไหม

มีมาตลอดค่ะ (หัวเราะ) แต่ไม่ใช่คนไทย เป็นฝรั่ง ไม่ใช่ไม่ชอบคนไทยนะคะ ที่เห็นเล็กคบฝรั่งอาจะเป็นเพราะนิสัยเราออกแมนๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่แนวผู้ชายไทยหลายๆ คน ความจริง เล็กอยู่กับใครก็ได้นะ ไม่ว่าจะเป็นคนฝรั่ง, ไทย, จีน ขอแค่ให้เขาเข้าใจเราและเราก็เข้าใจเขา ไม่พยายามเปลี่ยนซึ่งกันและกัน แต่พยายามยอมรับกันมากกว่า ตอนคบกันเล็กจะบอกข้อเสียของเล็กให้หมด ทำอะไรมาบ้าง เดทกับใคร ฯลฯ ถ้าคุณยังจะกินข้าวกับฉันอยู่ OK! เราคบกัน แต่ถ้ารับไม่ได้ OK! สวัสดี และเล็กคบทีละคนนะคะ เพราะถ้าเราคบกันมากกว่า 1 คนในช่วงเวลาเดียวกันมันวุ่นวาย พลังลบก็เยอะ การคุยกับคนรักกัน ถ้าได้อยู่กับคนที่ใช่ มันเป็นพลังงานที่ดีนะ

 

ถ้าคุณเล็กจะเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่กับใครสักคน เขาต้องเป็นอย่างไร

ต้องมีไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กัน การที่คบใครเราต้องมีเวลาร่วมกันและต้องให้เวลาซึ่งกันและกันด้วย ถ้าเราตัวติดกันตลอดเวลาก็เบื่อเหมือนกันนะ ถ้าไม่อยู่กับแฟนมาอยู่กับพนักงานบ้างก็ไม่เหงาแล้ว

 

ภาพชีวิตในวันนี้ของคุณเล็กเป็นอย่างไร

เล็กมองว่าตัวเองโชคดีที่ได้ทำในสิ่งที่รักและทุ่มเต็มที่เพราะชัดเจนกับชีวิต ไม่ว่าจะอายุเท่าไรเล็กชัดเจนมาตลอด เที่ยวอย่างชัดเจน ร่าเริงอย่างชัดเจน แล้วชีวิตตรงนั้นไม่มีใครบอกให้เล็กหยุดแต่เราเบื่อเอง เที่ยวอยู่ได้กับกลุ่มเดิม เครื่องดื่มก็รสชาติเดิม มันพอแล้ว ก็เลยหันมาทำงาน เล่นกีฬา ซึ่งการได้อยู่กับคนที่เราสนิทใจไม่กี่คนก็มีความสุขได้ แล้วก็ดำเนินชีวิตแบบที่เล่าไป มีความวุ่นวาย มีความขัดแย้งในตัวเองบ้าง แต่ก็สนุก ส่วนสิ่งที่ทำอยู่ก็ทำอย่างมีจุดยืน ทำให้ให้ชาวต่างชาติได้รู้ว่าแบรนด์ไทยเป็นแบรนด์คุณภาพ เมืองไทยไม่ใช่มีแต่นักท่องเที่ยวราคาถูก แต่เป็นอะไรที่ลักซ์ชัวรี่ ภูเขาก็มี ทะเลก็มี อาหาร 5 ดาวก็มี ร้านอาหารที่มีมิชชันลินสตาร์ก็มี อาหารข้างทางก็อร่อย คนไทยน่ารักมากค่ะ

 

เครดิตรูปและเรื่อง: OK! Issue 308

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com

♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand

♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์ “การเป็นแม่ไม่มีวันหยุดและวันลา”

แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์ “การเป็นแม่ไม่มีวันหยุดและวันลา”

ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังมีน้องริชา ลูกสาวซึ่งเป็นพยานรักคนแรกกับสามีภูริ หิรัญพฤกษ์ จากที่ [...]

READ MORE
มุมมองชีวิตที่สวยงามผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในแบบฉบับของ สู่ขวัญ บูลกุล

มุมมองชีวิตที่สวยงามผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในแบบฉบับของ สู่ขวัญ บูลกุล

ผู้หญิงคนนี้เธอเป็นแบบฉบับที่หลายๆ คน อยากจะเป็น ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องรูปร่าง [...]

READ MORE