Tenet, The Batman, งานแสดงที่ท้าทาย และชีวิตที่นิ่งขึ้นของโรเบิร์ต แพตทินสัน

Tenet, The Batman, งานแสดงที่ท้าทาย และชีวิตที่นิ่งขึ้นของโรเบิร์ต แพตทินสัน

เดินหน้ารับบทนอกกระแสอย่างต่อเนื่องสำหรับนักแสดงหน้าหล่อโรเบิร์ต แพตทินสัน ที่แจ้งเกิดในวงการฮอลลีวูดจากบทแวมไพร์ในหนังแฟรนไชส์ Twilight หลายปีก่อนหน้านี้เราเห็นเขารับบทที่แตกต่างและหลากหลายในหนังต่างสไตล์ ทั้งเศรษฐีหนุ่มจอมบงการในหนังทริลเลอร์ Cosmopolis, เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลกที่กลายเป็นโจรในหนังดราม่า The Rover, คนขับรถลีมูซีนและนักแสดงที่วาดฝันอยากเป็นนักเขียนบทที่ประสบความสำเร็จในหนังเสียดสี Maps to the Stars, นักสำรวจในหนังดราม่าผจญภัย The Lost City of Z, โจรปล้นธนาคารในหนังดราม่าอาชญากรรม Good Time, อาชญากรบนยานอวกาศในหนังไซไฟดราม่า High Life, คนเฝ้าประภาคารในหนังทริลเลอร์สยองขวัญ The Lighthouse ตลอดจนหลุยส์ โดแฟ็ง แห่งฝรั่งเศสในหนังดราม่าสงคราม The King

 

THE EVOLUTION OF ROBERT PATTINSON

โรเบิร์ต แพตทินสัน เปิดใจถึง Tenet หนังสายลับสุดล้ำ

บทแบทแมน การเสี่ยงกับงานแสดงที่ท้าทาย

ชื่อเสียง และชีวิตวันนี้ที่นิ่งขึ้น

 

ปีนี้โรเบิร์ตในวัย 34 ปีมีชื่อกลับเข้ามาในสื่อเมนสตรีมอีกครั้ง เมื่อเขาได้รับเลือกให้รับบทแบทแมนคนใหม่ใน The Batman หนังซูเปอร์ฮีโร่สายดาร์กเวอร์ชั่นล่าสุดของผู้กำกับแมตต์ รีฟส์ ซึ่งมีคิวลงโรงฉายช่วงปลายปี 2021 ในขณะที่ผลงานเรื่องล่าสุดที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางคือ Tenet หนังแอ็กชั่นไซไฟฟอร์มยักษ์สุดตื่นเต้นของคริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับที่มักนำเสนอไอเดียแปลกใหม่ หนังเล่าเรื่องราวและไอเดียสุดล้ำที่เกี่ยวข้องกับ “เวลา” ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ในหนังหลายๆ เรื่องของโนแลน โดยตัวละครในเรื่องต้องทำภารกิจในการเปิดโปงบางสิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลาจริง และมันไม่ใช่เป็นการเดินทางข้ามเวลา แต่เป็นการย้อนกลับ!

 

 

Tenet ที่มีต้นทุนสูงราว 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกที่เข้าฉายหลังคลายล็อกดาวน์ นำเสนอเรื่องของสายลับที่กำลังเรียนรู้กลไกการทำงานของเวลาเพื่อทำภารกิจให้ลุล่วง และหาคำตอบให้ได้ว่าหากกระสุนนัดหนึ่งเดินไปข้างหน้าตามเวลา แล้วกระสุนอีกนัดกำลังเดินย้อนกลับ เขาจะสามารถแยกออกไหมว่ากระสุนนัดไหนคือนัดไหน ตามลุ้นว่าการฝึกฝนในครั้งนี้จะมีความสำคัญต่อภารกิจของเขาอย่างไร และสุดท้ายเขาจะเข้าใจกลไกของเวลาอย่างถ่องแท้หรือไม่ บทสายลับนำแสดงโดยจอห์น เดวิด วอชิงตัน โดยโรเบิร์ตมาร่วมผนึกกำลังค้นหาคำตอบของปริศนากาลเวลาด้วย พร้อมกับนักแสดงมากฝีมือคนอื่นๆ เช่น เอลิซาเบธ เดบิคกี้, ดิมเพิล คาพาเดีย, ไมเคิล เคน, แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน, เคลเมนซ์ โพแอซีย์ และเคนเนธ บรานาห์ นอกจากเรื่อง Tenet โรเบิร์ตยังมีผลงานหนังทริลเลอร์จิตวิทยา The Devil All the Time ทางเน็ตฟลิกซ์ในเดือนกันยายน ซึ่งเรื่องนี้เขารับบทนักเทศน์ใจบาป และร่วมงานกับนักแสดงชื่อดังเพียบ ทั้งทอม ฮอลแลนด์, บิลล์ สการ์สการ์ด, ไรลีย์ คีโอ, เซบาสเตียน สแตน, เฮลีย์ เบนเนต์, มีอา วาชิคอฟสก้า ฯลฯ

 

 

ด้วยความที่หนังของผู้กำกับอย่างโนแลน มักมีพล็อตเรื่องที่เข้าใจยากและมีมิติแปลกใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจที่คอหนังหลายคนจึงมักไปดูหนังแต่ละเรื่องของเขาหลายๆ รอบ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวของหนังอย่างทะลุปรุโปร่ง ขนาดตัวนักแสดงอย่างโรเบิร์ตยังยอมรับว่าไม่เข้าใจเรื่องราวใน Tenet อย่างชัดเจนทั้งหมด แม้จะถ่ายหนังมานานหลายเดือนแล้วก็ตาม นักแสดงหนุ่มบอกว่าเขาต้องให้จอห์น เดวิด วอชิงตัน นักแสดงนำของเรื่อง อธิบายพล็อตหนังให้เขาเข้าใจมากขึ้น “หนังเรื่องนี้ซับซ้อนจริงๆ ซึ่งก็เหมือนกับหนังทุกเรื่องของโนแลนนั่นล่ะ คุณต้องดูหนังตอนที่มันเสร็จสมบูรณ์ และตัดต่อมาแล้ว 3-4 ครั้ง เพื่อที่จะทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน”

 

 

ช่วงล็อกดาวน์จากการระบาดของ COVID-19 โรเบิร์ตใช้เวลาส่วนใหญ่ในลอนดอนกับซูกิ วอเตอร์เฮาส์ แฟนสาวนางแบบ-นักแสดงชาวอังกฤษที่อินเลิฟกันมาราว 2 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้เขาเคยรักกับคริสเตน สจ๊วร์ต นางเอกคู่ขวัญจากหนัง Twilight และเอฟเคเอ ทวิกส์ นักร้องสาวสุดแนวมาก่อน

 

ก่อนอื่นต้องถามว่าคุณมาร่วมงานกับคริสโตเฟอร์ โนแลน ใน Tenet ได้อย่างไร

ที่จริงปี 2019 ผมเริ่มต้นปีด้วยการที่ไม่มีงานแสดงเลยสักเรื่อง จำได้ว่าตัวแทนบอกผมว่า “ตอนนี้คุณไม่มีคิวงานกับหนังเรื่องไหนเลย หนังเรื่องผ่านๆ มาที่คุณเล่นได้รับคำวิจารณ์ที่ดีนะ แต่ก็ไม่ได้ดังอะไรขนาดนั้น” แต่ 1 สัปดาห์ให้หลัง จู่ๆ ก็มีคนโทรมาหาผมแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยและถามว่า “สนใจเล่นหนังของคริสโตเฟอร์ โนแลน ไหม” ผมก็แบบ “เดี๋ยวนะ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร” (หัวเราะ) ซึ่งช่วงเวลาที่ได้ร่วมงานกับเขา ผมรู้สึกประทับใจมากๆ

 

 

Tenet เล่าเรื่องมิติของเวลาในแบบที่ล้ำมาก คุณรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้

Tenet เป็นหนังที่ล้ำมาก มีหลายพาร์ตของหนังที่ทำให้ผมคิดว่าไม่อยากเชื่อว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ สิ่งที่หนังนำเสนอมันยิ่งใหญ่และอาจหาญแบบแปลกๆ นึกภาพไม่ออกว่าเรื่องราวมันจะออกมาเป็นอย่างไร รู้แต่ว่ามันต้องน่าทึ่งมากทีเดียว Tenet ยังมีโปรดักชั่นที่ใหญ่มาก และถ่ายทำให้หลายโลเคชั่นทั่วโลก ทั้งในทาลลินน์ของเอสโตเนีย, ราเวลโลในชายฝั่งอมาลฟีของอิตาลี, แคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา, นอร์เวย์, อินเดีย และสหราชอาณาจักร แต่ละประเทศที่เราไปถ่ายทำ มีฉากที่เซ็ตไว้ใหญ่มากๆ ซึ่งเหมือนกับเป็นฉากไคลแม็กซ์ของหนังธรรมดาเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

 

 

ถามถึงบทแบทแมนที่เป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากบ้าง คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้รับเลือกให้สวมบทแบทแมนในหนังเวอร์ชั่นล่าสุด

มันก็น่ากังวลมากอยู่นะ หนังภาคนี้เล่าเรื่องราวจากการ์ตูนในมุมที่เรายังไม่เคยสำรวจมาก่อน น่าสนใจนะที่เราสามารถตีความตัวละครที่เล่นได้หลากหลายมาก แบทแมนเป็นตัวละครเดียวที่ผมรู้สึกเชื่อมโยงด้วยมากๆ เพราะก็โตมากับหนัง Batman และ Batman Returns ของผู้กำกับทิม เบอร์ตัน ด้วยเช่นกัน ผมจึงคลั่งไคล้ตัวละครนี้มาก รู้สึกว่าแบทแมนน่าสนใจจริงๆ อาจเพราะเขาไม่ได้มีพลังวิเศษใดๆ ผมมองว่าเขาไม่ใช่ฮีโร่ แต่เป็นตัวละครที่ซับซ้อนมากกว่า ผมคิดว่าตัวเองคงรับบทฮีโร่ตัวจริงไม่ได้แน่ๆ ถ้าได้เล่น แสดงว่าคงมีอะไรผิดปกติเบาๆ ที่จริงการที่ผมได้เล่นบทแบทแมน อาจเพราะตาผมข้างหนึ่งเล็กกว่าอีกข้างหนึ่งก็ได้นะ (หัวเราะ)

 

 

คิดว่าอะไรที่ทำให้แบทแมนโดดเด่นและมีเอกลักษณ์

แบทแมนเป็นตัวละครที่มีปัญหาเยอะมากจริงๆ ตัวละครน้อยตัวจะเป็นแบบนี้ แต่คนก็ยังมองว่าเขาเป็นตัวละครที่เป็นฮีโร่ ฮีโร่ส่วนใหญ่รู้ว่าพวกเขาต้องปกป้องผู้คนในทุกๆ วันและปกป้องโลก ทั้งยังรู้ว่าตัวเองเป็นคนดี แต่ผมมองว่าการที่แบทแมนมักต้องต่อสู้ดิ้นรนหน่อยๆ และการที่เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนดีอย่างที่คนอื่นว่าขนาดนั้นหรือเปล่า เป็นเรื่องน่าสนใจเสมอ

 

 

จริงไหมที่คุณได้รับการยืนยันว่าได้รับบทแบทแมนในวันแรกที่ถ่ายหนังเรื่อง Tenet ของผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน ซึ่งเขาเคยกำกับหนังแบทแมนภาคก่อนหน้านี้มาก่อนด้วย

มันแปลกมาก ผมรู้สึกประมาณว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ เป็นอะไรที่บ้าคลั่งมาก เพราะฉะนั้นผมจึงมีโอกาสถามโนแลนหลายๆ เรื่องเลย แต่ก็รู้สึกโล่งใจตอนที่แมตต์ รีฟส์ ผู้กำกับ The Batman โทรมาคอนเฟิร์มกับผมนี่ล่ะ

 

 

ระยะหลังๆ คุณรับบทที่สร้างความประหลาดใจให้คนดูในหนังหลายเรื่อง อย่างในหนัง High Life คุณก็ช็อกคนดูด้วยฉากเลิฟซีนกับนักแสดงหญิงจูเลียตต์ บิโนช

ใช่ แต่ที่จริงเธอข่มขืนผมนะ! (หัวเราะ) มีเรื่องบ้าคลั่งเกิดขึ้นหลายเรื่องกับตัวละครต่างๆ ที่ผมสวมบทบาทในหนังบางเรื่อง ซึ่งบ่อยครั้งนั่นก็ทำให้หนังและตัวละครนั้นน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผม ผมไม่ได้ถึงขั้นว่าลุกขึ้นมาตามหาบทในหนังที่จะช็อกคนดูขนาดนั้น แต่ผมชอบเรื่องราวที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของคนดู และนำพาพวกเขาไปยังเส้นทางอื่นๆ ผมชอบร่วมงานกับผู้กำกับที่มีมุมมองในเรื่องต่างๆ ที่แตกต่างออกไป อย่างเช่นพี่น้องซาฟดี้ (โจชัวและเบนจามิน ซาฟดี้) หรือเดวิด โครเนนเบิร์ก

 

High Life

 

การเล่นหนังอย่าง The Lighthouse, High Life, Good Time และหนังอาร์ตเรื่องอื่นๆ เป็นวิธีที่ช่วยลบภาพลักษณ์หนุ่มฮอตขวัญใจสาวของคุณด้วยหรือเปล่า

เปล่าเลย! ผมไม่ได้พยายามตั้งใจมองหาบทที่จะทำให้คนดูประหลาดในใจตัวผมหรืออะไรเลย หลักๆ ผมก็แค่มองหาหนังที่ท้าทายตัวเอง หนังที่ทำให้ผมไม่รู้ว่าจะสวมบทบาทของตัวละครนั้นอย่างไร ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับการเปลี่ยนภาพลักษณ์จากหนัง Twilight เลย ที่จริงเดี๋ยวนี้ผมกลับไปดูและซาบซึ้งกับหนังภาคต่อ Twilight มากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะหนังทำให้ผมรู้สึกว่าได้ย้อนวันวานดี

 

รู้สึกอย่างไรกับการเล่นหนังในโปรเจ็กต์ที่เล็กกว่า

ผมก็แค่รับเล่นบทที่ผมสนใจ ในขณะที่อีกแง่หนึ่งก็เหมือนเป็นการถอยหลังสักก้าวเพื่อเรียนรู้เรื่องการแสดงและทำให้ดีขึ้น ทุกอย่างมันจริงและตรงไปตรงมามากขึ้น แต่ก่อนผู้คนมักปฏิบัติต่อผมราวกับผมเป็นลูกนกที่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องจากโลกภายนอก ซึ่งผมไม่ชอบที่เป็นแบบนั้นเลย ตอนนี้ผมชอบที่มีผู้คนอยู่รอบกายและเต็มใจบอกผมว่าพวกเขาคิดอย่างไรกันแน่ รวมทั้งการที่มีทีมงานคอยเตือนว่าพวกเขาคิดว่าผมกำลังตัดสินใจผิด เพราะบางครั้งผมก็ไม่ชอบความรู้สึกเสแสร้งที่มาจากเหตุผลทางธุรกิจ

 

Good Time

 

ดูเหมือนคุณเป็นคนที่สนุกกับความท้าทายในงานแสดงอยู่เหมือนกัน

ผมชอบอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทายนะ ผมชอบชีวิตของการได้เป็นนักแสดง มันเป็นงานที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับคนที่สนุกกับความรู้สึกที่ได้เป็นเด็กไปตลอดกาล และไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายขนาดนั้นในชีวิต คุณมีอิสระในการทำอะไรก็ได้ (หัวเราะ) หลังมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ของหนังอย่างที่นักแสดงคนหนึ่งจะมีโอกาสได้ดื่มด่ำมาบ้างแล้ว ผมก็อยากลองงานแสดงที่ท้าทายความสามารถของตัวเองบ้าง ซึ่งความคิดในการรับบทที่ดูเป็นไปไม่ได้สำหรับตัวเองนี่ล่ะที่ทำให้ผมตื่นเต้นได้เสมอ หนังที่ผมรับเล่นก็คือหนังที่ดึงดูดให้ผมสนใจ และผมสนใจขั้นตอนที่จะสร้างสรรค์งานออกมาเป็นพิเศษ ยิ่งหนังท้าทายผมมากเท่าไร เป็นไปได้ว่ามันจะช่วยเติมเต็มความรู้สึกผมได้มากขึ้นเท่านั้น

 

The Lighthouse

 

เคยคิดไหมว่าการได้รับบทนำในหนัง Twilight จะนำพาชีวิตคุณให้กลายเป็นนักแสดงชื่อดังของฮอลลีวูด

ตอนที่ได้มาร่วมงานใน Twilight ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าหนังที่สร้างจากหนังสือของสเตฟานี เมเยอร์ มีแฟนๆ ติดตามเยอะมาก คิดว่าเราคงทำหนังอินดี้กันมากกว่า เพราะตอนนั้นแคเธอรีน ฮาร์ดวิค ผู้กำกับ ก็เพิ่งมีผลงานหนังอาร์ตที่ได้รับการตอบรับที่ดีมา 2 เรื่อง คือ Thirteen และ Lords of Dogtown หลังเริ่มต้นถ่ายทำ ผมก็ทึ่งกับการที่มีวัยรุ่นมาส่งเสียงกรี๊ดอยู่ข้างนอกกองถ่ายตลอดทั้งวัน ซึ่งดูเป็นเรื่องเหนือจริงมากสำหรับผม แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่ได้คิดอะไร ครั้งแรกที่รู้สึกจริงๆ ว่าคนดูหลายล้านคนน่าจะไปดูหนังเรื่องนี้ ก็ตอนฉายหนังรอบปฐมทัศน์ ตอนนั้นผมไปร่วมงานพร้อมกับครอบครัวและเพื่อนๆ มันเป็นอะไรที่สับสนวุ่นวายและบ้าคลั่งมาก แต่ในเมื่อเราทำงานตรงนี้ เราไม่มีทางเลือก และเวลาหลายปีที่ผ่านมาก็สอนให้ผมเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับชื่อเสียง

 

Twilight

 

อะไรคือความแตกต่างสำคัญระหว่างโรเบิร์ต แพตทินสัน ในวันวานจากหนัง Twilight กับโรเบิร์ต แพตทินสัน ในวันนี้

(หัวเราะ) แน่นอนว่าชีวิตประจำวันของผมนิ่งและสงบขึ้น แต่เพราะหลักๆ ผมใช้ชีวิตในลอนดอน ซึ่งแตกต่างจากที่ผมเคยใช้ชีวิตในแอลเออย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นเหมือนตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง เพราะรู้สึกไม่เชื่อมโยงกับแอลเอทั้งเรื่องการใช้ชีวิตและวัฒนธรรมของที่นั่น นอกจากนี้ หลายปีมานี้ผมมีโอกาสได้เดินทางเยอะมาก การเดินทางทำให้ผมเติบโตในฐานะคนๆ หนึ่ง ทั้งยังช่วยหล่อหลอมผมให้เป็นนักแสดงที่ดีขึ้นด้วย เพราะผมมีมุมมองเรื่องต่างๆ ที่เจาะลึกยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นผ่านงานแสดงของผม

 

 

ความมีชื่อเสียงเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย หรือทำให้การใช้ชีวิตของคุณยุ่งยากไหม

การมีชื่อเสียงจะเป็นปัญหาจริงๆ ก็ต่อเมื่อมันส่งผลต่อการทำงานของผม เป็นต้นว่ามีแฟนๆ มารอด้านหน้าโรงแรมเพื่อขอลายเซ็นหรือถ่ายรูปเซลฟี่ แล้วทำให้ผมไปถึงกองถ่ายหรือไปให้สัมภาษณ์ช้า แต่อีกแง่หนึ่งผมก็เข้าใจดีว่าการที่แฟนๆ ให้ความสนใจเป็นเสียงสะท้อนถึงความชื่นชอบและความรักที่พวกเขามีต่อหนังแฟรนไชส์ Twilight ถ้าไม่ได้เล่นหนังเรื่องนี้ ผมอาจไม่มีโอกาสมีอาชีพนักแสดงก็ได้ ผมจึงรู้สึกขอบคุณประสบการณ์การทำงานในหนังเรื่องนี้เสมอ

 

 

คุณมีวิธีแยกชีวิตการเป็นนักแสดงกับชีวิตส่วนตัวอย่างไร มันเป็นไปได้ไหม

ด้วยความที่ตอนนี้ผมมีงานต้องทำเยอะมาก เลยไม่รู้ว่าชีวิตส่วนตัวแม้ในตอนที่ไม่ต้องทำงานมันเป็นอย่างไรแล้ว (หัวเราะ) ตอนอยู่ในกองถ่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดังหรือไม่ คุณก็ต้องตื่นนอนตอนตี 5 และเมื่อกลับถึงที่พัก คุณมักเหนื่อยจนหมดแรง จนสิ่งที่อยากทำอย่างเดียวคือการเข้านอน แต่ที่ผมบอกได้คือสุดท้ายคุณจะได้ค้นพบว่ามีห้องน้ำสวยๆ เยอะมากในโรงแรมสุดหรูต่างๆ! การที่มีแฟนๆ มาดูหนังของเราเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่มันก็จะมีความคลั่งไคล้บางอย่างที่เราหลบหลีกยากและรบกวนจิตใจผมอยู่เหมือนกัน ผมอยู่ในวงการมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นน่ะนะ ตอนนี้ก็ค้นพบวิธีสร้างสมดุลให้กับชีวิตของตัวเองแล้ว และจะไม่ปล่อยให้กระแสความคลั่งไคล้เข้ามาส่งผลต่อผมมากเกินไป ทุกวันนี้ผมก็แค่เล่นหนังที่อยากเล่นและทุ่มเทกับงานแสดงของตัวเองอย่างเต็มที่

 

โรเบิร์ตกับซูกิ วอเตอร์เฮาส์ แฟนสาวนางแบบ

 

 

ช่วยเล่าถึงครอบครัวของคุณให้เราฟังหน่อยได้ไหม

พ่อผมมาจากยอร์กเชอร์ ย้ายมาใช้ชีวิตในลอนดอนช่วงทศวรรษ 70 เริ่มต้นทำงานเป็นคนขับแท็กซี่แล้วจากนั้นก็มาขายรถ ส่วนแม่ทำงานในเอเจนซี่นางแบบนายแบบ แต่ตอนนี้ทั้งคู่เกษียณกันแล้ว ผมมีพี่สาว 2 คน ชื่อลิซซี่และวิคตอเรีย คนหนึ่งเป็นนักร้อง อีกคนหนึ่งเป็นนักประชาสัมพันธ์ และผมก็สนิทกับทั้งคู่มาก แต่ด้วยงานของผมเลยทำให้เราไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไร แต่ความรักที่เรามีให้แก่กันก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

ทุกวันนี้อะไรที่ทำให้คุณดูติดดินได้เสมอ

ผมไม่เคยคิดว่าทุกคนจะต้องมาสนใจผม คุณต้องแยกแยะความเป็นตัวเองออกจากความมีชื่อเสียงให้ได้ เพราะทันทีที่คุณเริ่มคิดว่าเสียงปรบมือของทุกคนที่ได้ยินนั้นเป็นของคุณ คุณก็ฉิ-หายแล้ว! (หัวเราะ)

 

[Credit]

Text: Wenn

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

เช็กระดับความสนิทของคู่จิ้นสุดป๊อปบิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลและ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร พร้อมอัพเดทผลงานล่าสุด “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” (I told sunset about you) ซีรีส์แนว  Romantic Coming of Age ที่จะทำให้แฟนๆ ได้อินทะลุจอกันอีกครั้ง!
คูเปอร์-ภัทรพสิษฐ์ ณ สงขลา และปอย-กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช คู่จิ้นมาแรงที่ฮอตทั้งหน้าตาและความสามารถ