บทบาทล่าสุดของ เชลีน วูดลีย์ ใน Adrift และความรักที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของเธอ

บทบาทล่าสุดของ เชลีน วูดลีย์ ใน Adrift และความรักที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของเธอ

เรารู้จัก เชลีน วูดลีย์ ในฐานะหนึ่งในนักแสดงหญิงรุ่นใหม่ที่มีฝีมือทางการแสดงจัดจ้าน จากการรับบทนำในหนังภาคต่อยอดนิยมอย่าง Divergent และหนังรักเรียกน้ำตา The Fault in Our Stars มาแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งเชลีนก็มีภาพลักษณ์เป็นสาวแกร่งที่มีอุดมการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย โดยเธอเคยเข้าร่วมประท้วงการสร้างท่อส่งน้ำมันในรัฐนอร์ทดาโกตาในปี 2016 และใช้ชีวิตประจำวันโดยตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมเสมอ ล่าสุดนักแสดงสาววัย 26 ปี กลับมาอีกครั้งในหนังที่ว่าด้วยความรักที่ต้องฝ่ามหันตภัย เมื่อความรักต้องตกเป็นเหยื่อของธรรมชาติอันโหดร้ายใน Adrift หนังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของคู่รักนักล่องเรือที่ผจญกับพายุเฮอร์ริเคนระดับห้าที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ระหว่างท่องทริปล่องเรือแสนโรแมนติกไกล 4 พันไมล์ จนทำให้ทามี่ โอลด์แฮม (เชลีน วูดลีย์) ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องยืนหยัดขึ้นมา เพื่อพาตัวเองและริชาร์ด ชาร์ป หนุ่มคนรัก (แซม คลาฟลิน) ให้รอดพ้นจากมหันตภัยครั้งนี้ไปให้ได้ ไม่เพียงแต่รั้งตำแหน่งนักแสดงนำเท่านั้น แต่เชลีนยังควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้ด้วย มาร่วมลุ้นกันว่าเธอกับคนรักจะฝ่ามหันตภัยท่ามกลางท้องทะเลไปได้หรือไม่ในโรงภาพยนตร์ในเดือนกรกฎาคมนี้

 

 

 

 

ปกติคุณมีวิธีเลือกบทที่จะเล่นในหนังอย่างไร

ฉันมักเลือกบทที่ดึงดูดใจให้ฉันอยากเล่นจริงๆ และเป็นบทที่มีความเป็นฉันสอดแทรกอยู่บ้าง สำหรับบททามี่ในหนังเรื่องนี้ก็เช่นกัน ฉันคิดว่าตัวเองมีมุมที่เหมือนทามี่มากเหมือนกัน ฉันเองก็ทำอะไรหลายๆ อย่างที่ทามี่ทำในหนัง อย่างเช่นการแบ็คแพ็คเที่ยวรอบโลก นอนบนรถไฟอะไรอย่างนั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าลึกๆ แล้ว ทำไมฉันถึงเข้าใจทามี่น่ะค่ะ

 

 

บัลทาซาร์ คอร์มาเกอร์ ผู้กำกับเล่าว่าคุณเป็นซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริง ตอนถ่ายทำ คุณไม่ใช้นักแสดงแทนด้วยซ้ำ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม

ฉันว่าเขาน่าจะพูดถึงทามี่ตัวจริงว่าเป็นซูเปอร์ฮีโร่มากกว่านะ (หัวเราะ) ฉันโชคดีมากที่ได้ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ 90 เปอร์เซ็นต์เราถ่ายทำกันกลางทะเลจริงๆ ซึ่งไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อน เราต้องถ่ายทำกลางทะเลที่ฟีจี นั่งสปีดโบ้ทออกไปนาน 2 ชั่วโมงจนกว่าจะไม่เห็นชายฝั่ง มันสุดยอดมากที่ได้ทำงานกลางทะเลที่กว้างใหญ่แบบนั้น ไม่ใช่ถ่ายทำกับโรงถ่ายและฉากเขียว ทุกวันในการถ่ายทำ ฉันได้ซึมซับสิ่งที่ทามี่ต้องฝ่าฟันในชีวิตจริง ซึ่งต้องบอกว่ามันไม่ง่ายเลย แต่ว่าก็คุ้มค่ามาก ฉันรักทะเล อากาศ แซม คลาฟลิน ที่เล่นคู่กับฉัน รวมทั้งทีมงาน ทุกคนน่ารักมากๆ

 

จำได้ไหมว่าวันแรกที่เจอกับแซม คลาฟลิน เป็นอย่างไร

เราเจอกันวันแรกที่ฟีจีค่ะ แซมเมาเรือหนักมาก ฉันเองก็เหมือนกัน ตอนนั้นเขาอาเจียนก่อนที่จะเข้าฉากด้วย พอถ่ายเสร็จฉากหนึ่งเขาก็ไปอาเจียนใหม่ ทุกคนเมาเรือกันหมด แล้วตอนนั้นฉันปวดฉี่มาก พอไปดูที่ห้องน้ำก็มีแต่อาเจียนเต็มไปหมดเลย ห้องน้ำใช้ไม่ได้แล้ว ฉันจึงต้องขอให้แซมกับบัลทาซาร์ ผู้กำกับ ถือผ้าขนหนูให้ฉันนั่งฉี่ที่ท้องเรือ แล้วก็เอาน้ำล้างออกไป นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงเลยล่ะค่ะ (หัวเราะ)

 

 

 

เห็นว่าคุณมีโอกาสพบทามี่ตัวจริงด้วย เธออยากให้คุณรับบทเป็นเธอมาก เธอเล่าถึงเรื่องที่เจอมาว่าอย่างไรบ้าง

เราทั้ง 2 คนโชคดีมาก ทามี่เขียนหนังสือเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และหนังสือก็มีรายละเอียดเยอะอยู่ เธอใจดีและช่วยเราได้มากตอนที่เรามีคำถามอยากจะถาม แต่พอมาถึงจุดหนึ่ง เราทุกคนก็ต้องคำนึงด้วยว่าคำถามนั้นอาจจะทำร้ายจิตใจเธอหรือเปล่า มันเหมาะสมไหม แต่สุดท้ายเธอก็ใจดีตอบทุกคำถามที่เราสงสัยจริงๆ ค่ะ

 

เห็นว่าจนกระทั่งตอนนี้ทามี่ยังล่องเรืออยู่เลย ถ้าเป็นคนอื่นคงเลิกไปแล้ว เพราะเรื่องที่เจอมามันหนักมาก

หลายคนพูดว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงที่ต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ แต่จริงๆ ฉันอยากบอกว่ามันเป็นเรื่องของผู้หญิงที่เอาชีวิตรอดด้วยการเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติมากกว่า ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เธอเจ็บปวดมากเหมือนกัน เพราะว่าธรรมชาตินี่ล่ะที่พรากคนที่เธอรักไปต่อหน้า แต่ก็เป็นธรรมชาติอีกเหมือนกันที่ช่วยชีวิตเธอ การทำใจให้อภัยตัวเองและธรรมชาติจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยังคงล่องเรืออยู่จนถึงทุกวันนี้

 

 

ทะเลมีบทบาทสำคัญในหนังเรื่องนี้มากเช่นกัน หนังทำให้คุณรู้สึกเชื่อมโยงกับทะเลมากขึ้นไหม

ตอนแรกฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการล่องเรือเลย แต่ก็ต้องหัดล่องเรือจริงๆ เพื่อเล่นหนัง ซึ่งเป็นอะไรที่สุดยอดมาก แต่การล่องเรือไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ฉันโตมากับเรือยนต์ก็จริง แต่สำหรับการล่องเรือ เมื่อทิศทางลมเปลี่ยน กระแสน้ำก็เปลี่ยนตามไปด้วย ใจคุณจะไม่มีเวลาได้รีแล็กซ์เลย เพราะต้องบังคับเรือให้แล่นไปข้างหน้าตลอด มันก็เหมือนกับการเล่นเซิร์ฟนั่นล่ะ แม้ว่าฉันจะโตมากับการว่ายน้ำ แต่การเล่นเซิร์ฟก็ทำให้เครียดอยู่ดี เพราะตัวเราจะติดอยู่กับอุปกรณ์ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามชีวิตฉันใกล้ชิดกับทะเลมาตลอดค่ะ การเล่นหนังเรื่องนี้จึงทำให้ฉันเห็นคุณค่าของท้องทะเลมากขึ้นกว่าเดิม

 

ถ่ายทำหนังในท้องทะเลที่กว้างใหญ่นานๆ คุณไม่กลัวการติดแหง่กอยู่กลางทะเลเหรอ

จะบอกว่าการติดอยู่ในแอลเอหรือทะเลทรายทำให้ฉันกลัวมากกว่าการติดอยู่กลางทะเลเสียอีก ฉันรู้สึกว่าทะเลทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ถ้าวันหนึ่งต้องตาย ฉันขอตายในทะเลก็แล้วกัน ไม่ใช่ตายบนท้องถนนในแอลเอ

 

 

คุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากการถ่ายหนังเรื่องนี้บ้าง

ฉันได้เรียนรู้วิธีจับปลาด้วยฉมวกค่ะ แต่ขอบอกว่าไม่มีปลาตัวไหนได้รับบาดเจ็บจากการถ่ายหนังเรื่องนี้นะคะ ปลาทั้งหมดที่คุณเห็นเป็นซีจีล้วนๆ

 

ดูคุณไม่กลัวอะไรเลย จริงๆ กลัวอะไรบ้างไหม

จริงๆ แล้วฉันกลัวเวลาที่ต้องเดินพรมแดงมากเลย (หัวเราะ) เวลาเดินพรมแดง ใส่ชุดสวยๆ ใส่รองเท้าส้นสูง ยังไงมันก็ไม่ชินหรอก ถ้าทำใจให้ชินได้ก็แปลกแล้วล่ะ อีกทั้งยังมีคน 500 กว่าคนจับจ้องคุณ ถ่ายรูปคุณ ฉันคงทำให้ตัวเองชินเวลาต้องเจอสถานการณ์แบบนั้นไม่ไหวหรอก (หัวเราะ)

 

 

นอกจาก Adrift จะถ่ายทำในฟีจีแล้ว ยังถ่ายทำที่นิวซีแลนด์ด้วย คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

ฉันชอบทุกนาทีที่ได้อยู่ในนิวซีแลนด์ ฉันตั้งใจอยากไปนิวซีแลนด์มานานแล้ว และท้ายที่สุดหนังเรื่องนี้ก็มอบโอกาสดีๆ ให้ฉันได้ไปใช้เวลาที่นั่น ที่จริงหลังถ่ายหนังเสร็จ ฉันอยู่ที่นิวซีแลนด์ต่ออีก 1 เดือนด้วย เพื่อจะได้ทำความรู้จักประเทศนี้ให้มากขึ้นอีกนิด ฉันเดินทางไปยังเวลลิงตันและไครสต์เชิร์ช มีช่วงเวลาที่ดีมาก บรรยากาศที่นั่นดีจริงๆ

 

 

มีเรื่องเซอร์ไพรส์หรือประทับใจจากการท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์บ้างไหม

ฉันประทับใจเรื่องความใส่ใจในรายละเอียดของวัฒนธรรมชาวเผ่าเมารีในนิวซีแลนด์มากที่สุด การใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาทำให้บางครั้งฉันก็รู้สึกอ่อนไหวกับความเหินห่างที่ผู้คนมีต่อกัน แต่ที่นิวซีแลนด์ การได้เห็นชื่อถนนหลายสายเป็นชื่อดั้งเดิมของชาวเผ่าเมารีจึงเป็นเรื่องพิเศษมากๆ เป็นสิ่งที่สวยงาม เป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ดีมากๆ แต่ก็แน่นอนว่าวิวทิวทัศน์ของนิวซีแลนด์นั้นก็สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจมากๆ ด้วยค่ะ

 

 

นอกจากคุณจะเป็นนักแสดงนำใน Adrift แล้ว คุณยังเป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์ของหนังด้วย นี่เป็นการเริ่มต้นบทบาทใหม่ของคุณกับการทำงานในวงการฮอลลีวูดด้วยใช่ไหม

ใช่ค่ะ เรื่องนี้ฉันเป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์ด้วย รวมทั้งยังมีส่วนร่วมในการเป็นผู้จัดการโครงการและดูแลเรื่องการตลาดด้วย ในฐานะนักแสดงฉันอยากยกย่องเรื่องราวชีวิตของทามี่ ในฐานะโปรดิวเซอร์ ฉันอยากทำหนังที่ทำให้ฉันรู้สึกอะไรบางอย่าง เรื่องสำคัญสำหรับฉันคือการทำหนังที่เล่าเรื่องราวความจริงอย่าง Adrift การมีโอกาสแชร์เรื่องราวดีๆ นั้นช่วยยกระดับจิตใจของเราได้ดีจริงๆ

ต้องบอกว่าฉันอยากเป็นโปรดิวเซอร์มาตลอด การผลิตหนังเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ถ้าคุณยังไม่ได้ลองทำ คุณก็คงจะไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นยังไง ที่จริงการโปรดิวซ์หนังเป็นอะไรที่สนุกมากๆ เลยนะ ฉันชอบอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายและจัดการพาพวกเขาขึ้นเรือ คุณจะกลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ต้องรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน และปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญในสิ่งนั้นๆ ทำงานของเขาไป แต่คุณก็ต้องเลือกคนที่เชี่ยวชาญในด้านนั้นจริงๆ ซึ่งมันเจ๋งทีเดียวนะ ก็หวังว่าในอนาคตฉันจะมีโอกาสได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงผ่านหนังเรื่องต่างๆ มากขึ้น

 

ช่วยเล่าเรื่องที่คุณเข้าร่วมประท้วงการสร้างท่อส่งน้ำมันในนอร์ทดาโกตาในเราฟังหน่อยได้ไหม มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ได้ค่ะ ฉันโดนจับหลังจากเข้าร่วมประท้วง ฉันคิดว่าโครงการนี้ส่งผลเสียต่อสังคมและโลก มันสร้างกำไร แต่ผลร้ายกลับตกอยู่กับเรา และธรรมชาติที่เราต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต โลกนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะใช้งานมันแล้วเมินไปเสียอย่างนั้น สิ่งเดียวที่เราจะทำได้เพื่อหยุดปรากฏการณ์อากาศแปรปรวนและการเสื่อมถอยของโลก เราในฐานะประชาชน ต้องหยุดรักสบาย ผู้คนปล่อยตัวตามสบายเกินไป เราต้องหัดเต็มใจลำบากบ้าง

 

 

คุณเป็นคนดังอีกคนที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม รู้สึกอย่างไรกับปัญหาสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมการแสดงของฮอลลีวูดใช้ของอย่างสิ้นเปลืองมาก และเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ เราต้องรีไซเคิลมากกว่าเดิม แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในฮอลลีวูด อนาคตเรื่องสิ่งแวดล้อมดูจะสดใสขึ้นแล้วล่ะค่ะ

 

SHAILENE AND HER HOT BOYFRIEND

เห็นเป็นสาวอินดี้ๆ แบบนี้ แต่สเปคของเชลีนคือหนุ่มนักกีฬาสุดฮอต! ล่าสุดเธอกำลังอินเลิฟกับเบน โวลาโวลา หนุ่มนักกีฬารักบี้สุดฮอตเชื้อสายออสเตรเลีย-ฟีจี โดยเปิดตัวบนพรมแดงไปแล้วอย่างเป็นทางการในปีนี้ เมื่อมีเวลาว่าง คู่นี้ยังชอบเล่นโยคะด้วยกันบ่อยๆ ด้วยนะ

 

 

 

 

[Credit]

Text: Mongkol Major/ Suzy Maloy (The Interview Feed)

Photographs: Mongkol Major, Instagram/ shailenewoodley

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

หญิง รฐา ร่วมบุญวิ่งการกุศล พิชิตความสูง 25 ชั้นที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

หญิง รฐา ร่วมบุญวิ่งการกุศล พิชิตความสูง 25 ชั้นที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

เป็นนักสาวอีกคนที่ทั้งสวยและบอดี้ฟิตแบบสุดๆ สำหรับหญิง รฐา โพธิ์งาม [...]

READ MORE
5 เรื่องต้องรู้ของวงร็อคสุดจี๊ด The Killers ก่อนดูคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเขาในเมืองไทย