แต้ว ณฐพร และตู่ ภพธร ถ่ายทอดอารมณ์คิดถึงสุดๆ ร่วมกันครั้งแรกในเพลง คิดถึงเท่าไหร่

แต้ว ณฐพร และตู่ ภพธร ถ่ายทอดอารมณ์คิดถึงสุดๆ ร่วมกันครั้งแรกในเพลง คิดถึงเท่าไหร่

การโคจรมาพบกันครั้งแรกของนักแสดงสาวมากความสามารถ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ กับนักร้องคุณภาพสไตล์อาร์แอนด์บี ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ ในโลกของดนตรีจากฝีมือของแทน ลิปตพัลลภ  ศิลปิน นักแต่งเพลงชื่อดังที่ครั้งนี้กระโดดขึ้นมานั่งแท่นเป็นเอ็กเซ็กคลูทีฟ โปรดิวเซอร์ ในซิงเกิ้ลเพลง “คิดถึงแค่ไหน” หนึ่งในโปรเจคต์ Gravity  ทำให้ซิงเกิ้ลนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่น่าจับตาขึ้นมาทันที  OK! ได้มีโอกาสพูดคุยกับ 2 คนดังต่างขั้วถึงการทำงานร่วมกัน และโมเมนต์คิดถึงแบบสุดๆ ของทั้งคู่ รวมถึงเพลงซาวน์แทรคสุดประทับใจมาฝากกันในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ด้วย แนะนำว่าระหว่างอ่านเรื่องราวของพวกเขา แฟนๆ แต้วและตู่ควรเปิดดูมิวสิกวิดีโอที่ทั้งคู่แสดงไปพร้อมๆ กัน เพราะจะทำให้เราได้เห็นตัวหนังสือ ภาพ และเสียงเพลงมีอรรถรสเพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

ความน่าสนใจของโปรเจ็กต์ Gravity คืออะไรและเพราะอะไรถึงตัดสินใจร่วมงานในโปรเจ็คท์นี้

แต้ว: ตอนที่ได้รับการติดต่อมาจากทางแกรมมี่ว่าจะมีโปรเจ็กต์นี้ ซึ่งในส่วนของแต้วจะเป็นการร้องกับพี่ตู่ ก็รู้สึกแปลกใจค่ะ และคิดว่าเขามองเห็นอะไรในตัวเราเหรอ แต่รู้สึกว่าถ้าทำได้ก็น่าสนใจดีนะ เลยลองเข้าไปคุยกัน ซึ่งพอรู้ว่าไอเดียของงานคือเป็นการนำนักแสดงหรือดาราไปแมตช์กับศิลปินหลายๆ คน เราก็สนใจมากๆ จำได้ว่าตอนไปคุย งานก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย รู้แต่เขามองแต้วว่าน่าจะเหมาะกับพี่ตู่ แต่ยังไม่รู้เลยว่าเพลงจะออกมาเป็นประมาณไหน แนวไหน มีแค่เรเฟอร์เรนซ์คร่าวๆ เท่านั้น แต่ก็คิดว่าน่าจะดี กระทั่งมีเพลงออกมาว่าเป็นเพลงประมาณนี้นะ จนกลายเป็นเพลงคิดถึงเท่าไหร่ ที่ได้ฟังกันค่ะ

 

ตู่: หลักๆ แล้วเริ่มจากแต้วก่อน เขาน่าจะตั้งโจทย์ไว้ว่าอยากได้แต้วมาร้องเพลงด้วย ซึ่งส่วนตัวผมเองก็รู้จักกับแทนอยู่แล้ว พอวันหนึ่งเขามาชวนว่าถ้าจะให้พี่ตู่มาร้องกับแต้ว  OK! ไหม ผมก็ตกลงเลย และความน่าสนใจของเพลงนี้อย่างแรกๆ คือคงไม่มีใครนึกว่าจะเป็นเพลงที่แต้วมาร้องกับตู่ และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าตู่ร้องเพลง เขารู้แล้วว่าต้องคาดหวังอะไร แต่ว่าแต้ว บางคนก็ไม่รู้ และผมว่าแต้วทำออกมาได้ดีมากครับ ผมคิดว่าถ้าให้ผมไปฟีเจอริ่งเพลงนี้กับใครสักคน แต้วก็คือคนที่เหมาะที่สุดล่ะครับสำหรับเพลงนี้

 

แต้ว: อย่างที่พี่ตู่บอกค่ะ ที่ชัดเจนมากๆ คือ การที่จะนำนักแสดงหรือดารามาร้องกับศิลปิน มันมีความท้าทายอยู่แล้ว ในฝั่งของแต้วคือเราจะทำได้มาตรฐานเขาไหม คนที่ได้ยินตอนแรกว่าเราจะมาร้องเพลงคู่กัน คงมีความรู้สึกบ้างว่าแต้วจะทำได้หรือเปล่า เราก็ต้องเตรียมตัวเยอะ ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ปกติแต้วก็ร้องเพลงละครบ้าง แต่ก็จะอยู่ในเซฟโซนที่รู้สึกว่าคีย์ประมาณนี้ล่ะที่เรามั่นใจจะร้อง แต่ครั้งนี้จะมากขึ้นไปอีก ก็ต้องไปเรียนเพื่อเพิ่มความมั่นใจ

 

 

 

 

แต้วให้คะแนนตัวเองเท่าไรกับผลงานชิ้นนี้

แต้ว: (หัวเราะ) ถ้าคะแนนเต็มสิบ แต้วให้ตัวเองสัก 6-7 คะแนนก็พอค่ะ ให้กับความตั้งใจแล้วกัน แต่กับผลงาน คิดว่าถ้ามีเวลามากกว่านี้ ก็อาจจะดีขึ้นกว่านี้นิดหน่อย แต้วรู้สึกว่าการร้องเพลงมันยากนะคะ และการจะเปลี่ยนจากคนร้องเพลงไม่ได้ให้มาร้องได้ก็ยิ่งยากมาก แต่พอฝึกไปเรื่อยๆ มีเวลาอยู่กับสิ่งนี้ ก็ทำให้เห็นว่า การร้องเพลงก็เหมือนกับกีฬาที่ถ้าได้ฝึกมากๆ ก็มีโอกาสที่จะพัฒนา ถึงจะไม่ได้ดีที่สุดก็ตาม

 

 

ถึงแม้ว่าจะอยู่ในสายร้องเพลงอยู่แล้ว แต่การทำงานครั้งนี้ตู่ได้รู้จักตัวเองในเรื่องไหนมากขึ้นบ้าง

ตู่: การทำงานตรงนี้มานาน ไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าใจทุกอย่างนะครับ เราต้องทำการบ้านตลอด เพลงนี้อาจจะไม่ต้องไปหาสีสันอะไรมาใส่ให้เยอะแยะ แต่ว่าจะทำอย่างไรให้ความไม่เยอะ ความพอดีนี้ฟังแล้วเพราะและเป็นตัวเรา ก็ต้องเตรียมตัว ยิ่งมาร้องกับแต้วด้วยก็ต้องหาตรงกลาง จะให้ผมเอื้อนเยอะแยะก็จะรกรุงรัง ต้องหาอะไรที่มันพอดี แล้วก็ต้องใส่ให้เต็มที่ครับ ให้สมกับที่น้องเขายอมมาร้องด้วย

 

แต้ว: ขอบคุณที่ยอมอ่อนข้อให้นะคะ (หัวเราะ)

 

 

 

 

รู้สึกอย่างไรกับการได้มาทำงานร่วมกันในครั้งนี้

ตู่: ผมประทับใจในความเต็มที่ของน้องครับ เชื่อว่าถ้าเขาอยู่ในห้องอัดนานกว่านั้น เขาก็ทำให้ดีมากขึ้นไปอีก เขามีความตั้งใจ ตัวผมเองก็มีความเป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์เหมือนกันเวลาทำงาน ผมต้องเป๊ะทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการที่มาทำงานร่วมกันแล้วเห็นถึงความตั้งใจขนาดนี้ เราก็รู้สึกแฮปปี้ครับ

 

แต้ว: รู้สึกตื่นเต้นค่ะ มีวันหนึ่งที่พี่ตู่มารออัดเสียงต่อจากแต้ว พอแต้วมาเจอก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ค่ะ  ไม่รู้ว่าพี่ตู่รู้หรือเปล่า โชคดีที่พี่เขามาทีหลัง ไม่อย่างนั้นจะตื่นเต้นกว่านี้อีก แล้วก็รู้สึกว่าเป็นโชคดีมากๆ ที่โปรดิวเซอร์เลือกเรา ให้ได้มาทำงานร่วมกับศิลปินที่เรารู้สึกชอบงานของเขา ไม่ใช่แค่มาร่วมงานในฐานะนักแสดง แต่ไปแจมในฟีลที่เขาทำด้วย ทั้งท้าทายมากๆ และเป็นความประทับใจค่ะ แล้วตอนถ่ายมิวสิกวิดีโอ พี่เขาก็น่ารักมาก เข้ามาช่วยและนำกัน กำลังใจมาเต็มค่ะ (หัวเราะ) ครั้งนี้เราไม่ได้มาแจมแค่เล่นมิวสิกวิดีโอ แต่เราต้องมาฟีเจอริ่งได้ด้วย ซึ่งพี่ตู่ก็ช่วยสอนแต้วเรื่องการถ่ายทอดการร้องลิปซิงค์ให้ได้อารมณ์อีกด้วยค่ะ

 

 

ร้องเพลงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ไหนจะต้องมาถ่ายมิวสิควิดีโอที่เป็นลองเทคอีก บรรยากาศในการถ่ายทำเป็นอย่างไรบ้าง

แต้ว: นี่ก็เป็นอีกส่วนที่ท้าทายแต้วมากเหมือนกันค่ะ ด้วยความเป็นการถ่ายแบบลองเทค เลยต้องมีการซ้อมคิวกัน ไม่ใช่แค่เราที่ต้องอยู่ในบทบาท ข้างหลังกล้องก็มีทีมงานที่ต้องประสานงานกันตลอด

 

ตู่: ตั้งแต่ต้นจนจบคือไม่มีคัตเลย แล้วฉากคือคน 2 คนที่อยู่ในที่เดียวกัน แต่คนละเวลากัน ก็จะมีคนวิ่งกันชุลมุนกัน คลานกันบ้างอยู่ด้านหลัง เพื่อเปลี่ยนทุกฉากให้มันเป็นคนละเวลา ขณะที่เราสองคนเดินกันสวยๆ อยู่ในฉากครับ

 

แต้ว: ในขณะที่ถ่ายพี่ตู่ แต้วก็ต้องรอหลังกล้องเพื่อที่จะไปเตรียมตัวถ่ายในซีนต่อไปที่กล้องจะแพนมาถึง แล้วพอแต้วถ่ายอยู่ พี่ตู่ก็จะต้องไปเตรียมเป็นซีนต่อไปที่กล้องจะแพนไปหาพี่ตู่ เรียกว่าก็ต้องแท็กทีมกันเลยค่ะ

 

ตู่: จริงๆ ในมิวสิกวิดีโอ ผมกับน้องไม่ได้เกี่ยวข้องกันนะครับ ในเรื่องคาแร็กเตอร์ผมคือย้ายเข้ามาใหม่ เตรียมบ้าน เตรียมตัวที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ มีครอบครัวเข้ามา แต่แต้วคือเก็บของแล้วออกไป ดูภาพเก่าๆ ของแฟน

 

แต้ว: เป็นเหมือนการทิ้งแก๊ปไว้ให้คนคิดเองว่าอยากจะตีความแบบไหน เหมือนเท่าที่คุยดีเทลกับพี่แทน เขาก็ไม่ได้อยากจำกัดกรอบขนาดนั้นว่าอะไร แต่มีโจทย์ว่าเป็นสถานที่เดียวกัน แต่เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีเรื่องราวที่ต่างกันค่ะ ซิงเกิ้ลนี้ชื่อว่าคิดถึงเท่าไหร่ ที่จริงๆ แล้วไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเรื่องของความเศร้า แต่เป็นความคิดถึงถึงใครก็ได้ด้วยค่ะ

 

 

 

 

เคยมีประสบการณ์ทรมานเพราะความคิดถึงเหมือนในเพลงบ้างไหม

ตู่: มีครับ ถ้าเป็นปัจจุบัน ออกไปทำงานแป๊ปเดียวก็คิดถึงลูกแล้ว (หัวเราะ) แต่ไม่นานก็ได้เจอกัน แต่ถ้าในอดีต โตมามีแฟน ก็มีความคิดถึง หรือคิดถึงครอบครัว เพราะอยู่ไกลบ้าน เราอยู่กันคนละประเทศ วิธีแก้ความคิดถึงก็คือเบี่ยงเบนตัวเองให้ไปสนใจอย่างอื่น

 

แต้ว: ก็น่าจะเป็นเรื่องของการทำงานนี่ล่ะค่ะ บางทีต้องไปทำงานไกลๆ ก็จะคิดถึงที่บ้าน ฟีลแบบโฮมซิก อาจจะไม่ใช่เป็นคนขนาดนั้น แต่บางทีคิดถึงสถานที่ หรือบางทีเวลาที่เราทำงานเหนื่อยๆ เราก็คิดถึงสถานที่สวยๆที่เราเคยไป หรือสถานที่ที่มีช่วงเวลาดีๆ กับครอบครัว ส่วนวิธีการแก้ความคิดถึง สำหรับแต้วก็ไม่ต้องแก้ค่ะ จริงๆ ความคิดถึงเป็นความรู้สึกที่ดี ไม่จำเป็นว่าจะทำให้เรารู้สึกเศร้า ก็รู้สึกดีที่คิดถึงได้

 

 

เนื่องจากแนวเพลงที่แต้วกับตู่ร้องเป็นสไตล์เพลงซาวด์แทรคยุค 1990 -2000 เลยอยากรู้ว่าทั้งคู่มีเพลงซาวด์แทรคสุดประทับใจบ้างไหมและเป็นเพลงอะไร

ตู่: ผมชอบเพลงบรรเลงจากหนังเรื่อง Somewhere in Time ครับ หนังเก่ามาก ผมก็จำได้ไม่ค่อยแม่นว่าดีเทลเป็นยังไง แต่ว่าเพลงมันดีมาก และเป็นเพลงที่พี่สาวผมชอบมาก ในช่วงหนึ่งที่อยู่ด้วยกันที่อเมริกาก็จะซื้อแผ่นเสียงให้เขาเป็นของขวัญ เรื่องนี้พระเอกคือคริสโตเฟอร์ รีฟส์ เขาเคยรับบทเป็นซูเปอร์แมนซึ่งตอนนี้เสียชีวิตไปแล้ว

 

แต้ว: ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าเป็นเพลงไหน แต่ถ้านึกถึงเพลงกับหนัง จะนึกถึงหนังที่เกี่ยวกับเพลง อย่าง Les Misérables (เล มิเซราบล์) ที่หนังกับเพลงไปด้วยกันมากๆ แต้วดูแล้วก็รู้สึกว่าอินไปกับหนังด้วยค่ะ

 

 

 

(เครดิต)

นายแบบ: ภพธร สุนทรญาณกิจ

นางแบบ: ณฐพร เตมีรักษ์

ช่างภาพ: อิทธิพล พนาสุพน

ผู้ช่วยช่างภาพ: ชลนิธิ สุขอนันตธรรม

สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

 

 

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ทำความรู้จักพร้อม-ราชภัทร วรสาร และเบ้นซ์-ณัฐพงศ์ ผาทอง 2 หนุ่มน่ารักจากซีรีส์วายน่าเลิฟ En of Love รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ จากตอน เหนือพระราม แล้วจะตกหลุมรักพวกเขากันมากขึ้น!
เล่นใหญ่! 6 นักแสดงหนุ่มเนื้อหอมจากซีรีส์ EN of Love รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ ประเดิมจัดงานแฟนมีตติ้งแบบ New Normal เสิร์ฟความฟินถึงแฟนคลับทั่วโลก