สุดปัง! เทย์เลอร์ สวิฟต์ กับ folklore อัลบั้มใหม่สไตล์อินดี้โฟล์กระดับมาสเตอร์พีซ

สุดปัง! เทย์เลอร์ สวิฟต์ กับ folklore อัลบั้มใหม่สไตล์อินดี้โฟล์กระดับมาสเตอร์พีซ

นับไปนับมาเวลาผ่านมา 14 ปีแล้วหลังป๊อปสตาร์หญิงแห่งยุคเทย์เลอร์ สวิฟต์ มีผลงานเพลงอัลบั้มแรกในชีวิต Taylor Swift หลังเพิ่งมีงานเพลงอัลบั้มที่ 7 Lover ที่มาในธีมสีพาสเทลแสนหวานเมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้เทย์เลอร์ปล่อยอัลบั้มใหม่อัลบั้มที่ 8 folklore ออกมาอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีจากผลงานอัลบั้มที่แล้ว ในขณะที่มู้ดของงานเพลงก็แตกต่างจากอัลบั้มที่แล้วอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนจากงานเพลงป๊อปจ๋าที่ติดหูและเน้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง สู่งานเพลงแนวอินดี้โฟล์ก ให้ฟีลหม่น เศร้า เหงา เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งอัลบั้ม ไม่เพียงเท่านั้น เนื้อเพลงยังแสดงให้เห็นการเติบโตและทัศนคติที่เปิดกว้างและลุ่มลึกขึ้นของเทย์เลอร์ แน่นอนว่าศิลปินมากความสามารถยังคงสร้างเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึงมากมายผ่านอัลบั้มนี้ เทย์เลอร์วัย 30 ปี พาแฟนเพลงไปสัมผัส “ความรู้สึกแห่งยุคสมัย” ที่ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญจากช่วงเวลาที่ย่ำแย่จากวิกฤตการระบาดของ COVID-19 ได้อย่างน่าประทับใจ ผ่านเรื่องราวที่ถูกร้อยเรียงอย่างละเมียดจากการจินตนาการและความสร้างสรรค์ของเธอ และนี่คือเรื่องราวน่าสนใจของ folklore ที่เป็นบทพิสูจน์ว่าไม่ว่ามนุษย์จะต้องกักตัวจากสถานการณ์ COVID-19 ตรงหน้า และมีข้อจำกัดแค่ไหน แต่ข้อจำกัดเหล่านั้นไม่สามารถกักจินตนาการและความสร้างสรรค์ได้เลย

 

TAYLOR SWIFT’S FOLKLORE

เทย์เลอร์ สวิฟต์ กับ folklore อัลบั้มใหม่สไตล์อินดี้โฟล์กระดับมาสเตอร์พีซ

พลังแห่งความสร้างสรรค์ที่อินสไปร์จากวิกฤต COVID-19

และสร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการเพลง

 

folklore Was Taylor’s First Album to Not Feature a Promotional Lead Single

ในยุคของการสตรีมมิง ส่วนใหญ่ศิลปินมักปล่อยเพลงที่คิดว่าดีที่สุดออกมา เพื่อเรียกกระแสจากแฟนๆ และสื่อก่อนปล่อยอัลบั้มเต็ม การที่จู่ๆ ปล่อยเซอร์ไพรส์อัลบั้มออกมาอาจไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่บียอนเซ่เคยทำมาแล้วกับอัลบั้ม Lemonade ในปี 2016 เสมอไป แต่นั่นไม่ใช่สำหรับอัลบั้ม folklore ของเทย์เลอร์ เพราะศิลปินคนสวยเผยว่าเตรียมปล่อยเซอร์ไพรส์อัลบั้มล่วงหน้าแค่ 16 ชั่วโมงเท่านั้น โดยที่ไม่มีการปล่อยซิงเกิลมาโปรโมตล่วงหน้าแม้แต่ซิงเกิลเดียว แต่ปรากฏว่ากระแสตอบรับที่ได้รับนั้นท่วมท้นสุดๆ!

 

Taylor Kept the Album a Secret from Everyone

นอกจากแฟนเพลงทั่วโลกจะเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กันเมื่อรู้ผ่านทางโซเชียลมีเดียว่าเทย์เลอร์เตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ ดูเหมือนเพื่อนๆ ของเธอก็เซอร์ไพรส์ไม่น้อย และไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย “ไม่มีใครรู้ว่าฉันกำลังทำอัลบั้มใหม่อยู่ แม้แต่เพื่อนๆ ฉันก็ไม่ได้บอก มาบอกก็ตอนจะประกาศแล้วนี่ล่ะ ฉันเหมือนเดินทางไปสู่โลกแห่งความลับของตัวเอง และไม่เคยทำงานเพลงในรูปแบบนี้มาก่อน”

 

On Releasing Her Surprise Album folklore

ที่จริงช่วงเมษายน-สิงหาคมปีนี้ เทย์เลอร์มีทัวร์คอนเสิร์ต Lover Fest รวมทั้งมีคิวขึ้นแสดงในเฟสติวัลต่างๆ ทั่วโลกเพื่อซัพพอร์ตอัลบั้ม Lover แต่โชว์ต้องถูกยกเลิกไปเพราะการระบาดของ COVID-19 ช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้นักร้องสาวรู้สึกว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรมารับประกันเรื่องต่างๆ ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราได้ทำสิ่งที่รัก ก็ควรปล่อยออกมาให้โลกเห็น ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของการเซอร์ไพรส์ปล่อยอัลบั้มใหม่ folklore ที่ไม่ต้องรอจังหวะหรือช่วงเวลาใดๆ ทั้งสิ้น เป็นไปตามที่ใจต้องการล้วนๆ

 

Most of the Album Was Created During Quarantine

ในขณะที่หลายคนอาจหันมาสนใจเรื่องการตกแต่งบ้าน ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ในช่วงกักตัวจาก COVID-19 แต่สำหรับคนเป็นศิลปิน แน่นอนว่าเทย์เลอร์ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า แม้กักตัวแต่ไอเดียพรั่งพรูสุดๆ เธอใช้เวลาแต่งเพลงและอัดเสียงเพลงที่มากถึง 16 เพลง! (17 เพลงเมื่อรวมโบนัสแทร็ก “the lakes” ในดีลักซ์อีดิชั่น) “ก่อนกักตัวฉันแต่งเพลงไว้บ้างแล้วเหมือนกัน แต่เพลงส่วนใหญ่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ โดยฉันเริ่มทำอัลบั้มนี้ในเดือนเมษายน”

 

Sad, Beautiful, Tragic

แม้จะเติบโตมาจากดนตรีคันทรีจ๋า แต่เทย์เลอร์มักทดลองสไตล์ดนตรีอื่นๆ ที่แตกต่างในงานเพลงด้วย เช่น ป๊อป ร็อก ซิงธ์ป๊อป ฮิปฮอป และล่าสุดในแนวอินดี้โฟล์กกับ folklore เธอบอกว่า folklore เป็นอัลบั้มที่เหมือนเป็นคอลเล็กชั่นที่รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ไว้ “folklore นำเสนอความรู้สึกโหยหา การหลบเลี่ยงจากความเป็นจริง และการปลดปล่อยอารมณ์ไปตามจินตนาการ มันมีทั้งความรู้สึกเสียใจ สวยงาม และโศกเศร้า เหมือนดูอัลบั้มรูปที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายและเรื่องราวแห่งความทรงจำของภาพถ่ายเหล่านั้น” มู้ดแอนด์โทนของภาพโปรโมตในอัลบั้มก็คุมโทนขาวดำ ให้ฟีลหม่นเหงาของฤดูใบไม้ร่วง ท่ามกลางบรรยากาศของวันวานแห่งความทรงจำ นี่นับเป็นอัลบั้มที่สะท้อนให้เห็นถึงการแต่งเพลงที่หลักแหลมขึ้นของเทย์เลอร์ เน้นเรื่องราวส่วนตัวน้อยลง ให้ภาพแห่งจินตนาการที่ซับซ้อนและแตกต่าง folklore แสดงให้เห็นความทะเยอทะยานของศิลปินสาว ในการมองย้อนกลับไปในอดีต ขุดค้นความทรงจำเก่าๆ และเข้าไปอยู่ในเมฆหมอกแห่งความทรงจำ รวมทั้งหยิบเอาคาร์ดิแกนเก่าตัวโปรดมาใส่เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ตัวเองอีกครั้ง (ต้องลองฟังเพลง “cardigan” ไปด้วยจะอินมาก)

 

folklore Broke the Records

แม้จะไม่มีการโปรโมตล่วงหน้า แต่ folklore ก็สร้างปรากฏการณ์ด้วยการพุ่งสู่อันดับหนึ่งในชาร์ท iTunes ของอเมริกาทันที และเป็นอัลบั้มที่ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ทบิลบอร์ดด้วย โดยนับเป็นอัลบั้มที่ 7 ของเทย์เลอร์ที่สามารถครองอันดับหนึ่งในชาร์ทได้ ต่อจาก Lover, 1989, Reputation, Speak Now, Red และ Fearless แน่นอนว่า folklore ยังสร้างสถิติใน Apple Music ด้วยการเป็นอัลบั้มที่มีคนฟังภายใน 24 ชั่วโมงผ่านการสตรีมมิงสูงที่สุดถึง 35.47 ล้านครั้ง รวมทั้งขึ้นแท่นอัลบั้มของศิลปินหญิงที่มีคนฟังทางสตรีมมิงมากที่สุดภายใน 1 วัน คือมากกว่า 80.6 ล้านครั้งทาง Spotify จนทำสถิติใน Guinness World Records ในปีนี้ โดยเพลง 8 เพลงในอัลบั้มติดอันดับท็อปเท็นในชาร์ททั่วโลกของ Spotify โดยอันดับหนึ่งคือเพลง “cardigan” อัลบั้มนี้ยังประสบความสำเร็จด้านยอดขายในปี 2020 ด้วยยอดจำหน่ายที่ราว 1.3 ล้านยูนิตทั่วโลกในวันแรกที่เปิดตัวอัลบั้ม และกว่า 2 ล้านยูนิตในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย สำหรับในอเมริกา อัลบั้มขายได้เกิน 1 ล้านยูนิตภายใน 3 สัปดาห์ ขึ้นแท่นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในปี 2020 ไปเรียบร้อย

 

Positive Review

อัลบั้ม folklore ยังได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจากสื่อและนักวิจารณ์อย่างท่วมท้น ฮิว แมคอินไธร์ จาก Forbes กล่าวว่าอัลบั้มนี้ได้รับกระแสตอบรับดีกว่า Lover ทั้งที่ไม่มีการปล่อยซิลเกิลออกมาล่วงหน้าและไม่มีการโปรโมตใดๆ ทั้งยังมียอดสตรีมมิงทั่วโลกสูงกว่าเพลงฮิตจากอัลบั้ม Lover ด้วย ในขณะที่ทอม ฮัลล์ นักวิจารณ์ดนตรีชื่อดังกล่าวว่าหากตัดสินที่ยอดดาวน์โหลดและรีวิว บอกได้ว่าเทย์เลอร์จับจิตวิญญาณและอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในช่วงเวลานี้ได้ถูกต้อง และนำเสนอผ่านงานเพลงที่ไพเราะละเมียดมะไม

 

Taylor’s Amazing Songwriters

สำหรับอัลบั้ม folklore เทย์เลอร์ยังคงร่วมงานกับแจ็ค อันโตนอฟฟ์ โปรดิวเซอร์คู่ใจ ดีกรีนักร้องนำวงอินดี้ป๊อป Bleachers, มือกีตาร์และมือกลองวงอินดี้ร็อก Fun. และอดีตมือกลองและมือกีตาร์วงอินดี้ร็อก Steel Train โดยแจ็คเป็นหนึ่งในทีมโปรดิวเซอร์ของเทย์เลอร์มาหลายอัลบั้ม ทั้ง 1989, Reputation และ Lover นอกจากนี้ยังได้แอรอน เดสส์เนอร์ มาร่วมโปรดิวซ์เพลงให้ด้วย โดยแอรอนเป็นมือกีตาร์วงร็อก The National และสมาชิกวงอินโฟล์กร็อก Big Red Machine ร่วมกับจัสติน เวอร์นอน นักร้องนำวงอินดี้โฟล์กขวัญใจมหาชน Bon Iver ทั้งนี้เทย์เลอร์ร่วมแต่งเพลงกับแอรอนมากถึง 9 เพลง นอกจากนี้เธอยังแต่งอีก 5 เพลงร่วมกับแจ็ค และอีก 2 เพลงกับนักแต่งเพลงอีกคนที่ใช้นามแฝงว่าวิลเลียม โบเวอรี (“betty” และ “exile” (ฟีเจอริง Bon Iver) ) โดยแฟนๆ เดาและหวังกันว่านี่จะเป็นนามแฝงของโจ อัลวิน แฟนหนุ่มนักแสดงชาวอังกฤษของเทย์เลอร์ ที่อินเลิฟกันมานานราว 4 ปีแล้ว แต่ทั้งคู่เก็บเรื่องราวความรักไว้เป็นเรื่องส่วนตัวสุดๆ

 

“my tears ricochet” Was the First Song Taylor Wrote on the Album

แม้จะถูกจัดให้อยู่ในแทร็กที่ 5 ของ folklore แต่ที่จริงเพลง “my tears ricochet” เป็นเพลงแรกในอัลบั้มที่เทย์เลอร์แต่ง

 

 

“cardigan” Is about Lost Romance

แต่ถ้าเป็นเพลงแรกที่เทย์เลอร์ปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมา นั่นคือ “cardigan” เพลงเพราะปนเศร้าที่ชวนให้เราหม่น เศร้า เหงา และย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในอดีต เทย์เลอร์เผยว่าเพลงนี้พูดถึงความรักในช่วงวัยรุ่นที่ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งบ่อยครั้งมันยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ และทิ้งไว้ซึ่งแผลในใจของใครหลายๆ คนตลอดกาล

 

 

Taylor Shot and Directed “cardigan” ’s Music Video While in Quarantine

แน่นอนว่าการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอในช่วงล็อกดาวน์นั้นเป็นเรื่องยาก แต่เทย์เลอร์กับทีมงานก็ทำได้สำเร็จ โดยนักร้องสาวรับหน้าที่ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ และจิล ฮาร์ดิน รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ซึ่งจิลเคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้เพลง “The Man” จาก Lover อัลบั้มที่แล้วมาก่อนด้วย เทย์เลอร์ยืนยันว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการระบาดของ COVID-19 เพราะการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ ได้รับการควบคุมดูแลโดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ทีมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและไม่อยู่ใกล้กันเกินไป ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังแต่งหน้า ทำผม และสไตลิงด้วยตัวเอง นอกจากนี้ รูปถ่ายที่ใช้เป็นอาร์ตเวิร์กของอัลบั้ม เทย์เลอร์ยังสไตลิง แต่งหน้า และทำผมเองเช่นกัน

 

Bon Iver Is Featured on “exile”

อีกเพลงหนึ่งที่โดดเด่นมากในอัลบั้มและเป็นเพลงเดียวที่มีศิลปินมาร่วมฟีเจอริงด้วย คือ “exile” (ฟีเจอริง Bon Iver) เพลงสุดไพเราะที่เทย์เลอร์ร้องคู่กับจัสติน เวอร์นอน นักร้องนำเจ้าของเสียงอันเป็นเอกลักษณ์จาก Bon Iver วงอินดี้โฟล์กขวัญใจคอเพลงทั่วโลก โดยจัสตินยังร่วมแต่งเนื้อร้องกับเทย์เลอร์และวิลเลียมด้วย แอรอน โปรดิวเซอร์ของเพลงซึ่งเป็นเพื่อนกับจัสตินเผยว่า “เราคุยกันว่าเธออยากให้ใครมาร่วมร้องเพลงนี้ เทย์เลอร์บอกว่าชอบเสียงของจัสตินจากวง Bon Iver และ Big Red Machine มาก และถ้าได้เขามาฟีเจอริงในเพลงนี้ก็คงเพอร์เฟ็กต์ ผมไม่อยากกดดันจัสตินในฐานะที่เขาก็เป็นเพื่อนผม ต้องแล้วแต่ว่าเขาฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอินสไปร์ไหม แต่สุดท้ายจัสตินก็มาร่วมจอยด้วย เขาลองร้องพาร์ตที่ผู้ชายร้อง ปรับเปลี่ยน และเพิ่มเติมอะไรนิดหน่อย เขาเป็นศิลปินที่เก่งรอบด้าน และเสียงร้องเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ผมรู้สึกว้าวมากเลยนะที่เห็น 2 นักร้องนักแต่งเพลงที่ดีที่สุดในยุคทำงานร่วมกัน”

 

 

Taylor Revealed Ryan Reynolds & Blake Lively’s Third Child’s Name

ในจำนวนเพลงทั้งหมดของอัลบั้ม เพลงที่แฟนๆ พูดถึงมากที่สุดเพลงหนึ่งคือ “betty” ซึ่งเป็นเพลงที่พูดถึงรักสามเส้ามองผ่านมุมมองของเด็กผู้ชายวัย 17 ปีคนหนึ่ง เพลงนี้เทย์เลอร์กล่าวถึงชื่ออีก 2 ชื่อ คือเจมส์และอิเนซ ซึ่งเป็นชื่อลูกๆ ของคู่รักฮอลลีวูดเบลค ไลฟ์ลี่ และไรอัน เรย์โนลด์ส เพื่อนสนิทคนดังของเธอ ทำให้บรรดาสวิฟตี้เชื่อว่าเบตตี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชื่อที่ถูกพูดถึงในเพลง น่าจะเป็นชื่อของลูกสาวคนที่ 3 ของเบลคกับไรอันแน่ๆ โดยตั้งแต่เบลคให้กำเนิดลูกสาวคนที่ 3 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เธอกับไรอันก็ไม่เคยเปิดเผยชื่อลูกสาวคนนี้มาก่อน และก็จริงอย่างที่แฟนคลับคาดเดา เพราะเทย์เลอร์ยืนยันทางโซเชียลมีเดียด้วยตัวเอง ว่าเธอใช้ชื่อลูกๆ ทั้ง 3 คนของเบลคและไรอันในเพลงนี้

 

 

Three Songs on Folklore Explore a Teenage Love Triangle, Each from a Different Perspective

ธีมรักสามเส้าของวัยรุ่นก็มีปรากฏอยู่ในงานเพลงของอัลบั้ม “มี 3 เพลงในอัลบั้มนี้ที่พูดถึงรักสามเส้าของวัยรุ่น แต่เป็นการพูดถึงจากมุมมองของคน 3 คนที่แตกต่างกันในช่วงเวลาหนึ่งๆ ของชีวิต” ศิลปินสาวบอก และแม้เทย์เลอร์จะไม่ได้เผยว่าคือเพลงอะไรบ้าง แต่แฟนเพลงตัวยงของเธอก็วิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา และได้ข้อสรุปว่าคือเพลง “betty”, “cardigan” และ “august”

 

 

It Has a Handful Version of Vinyl Collections

ความพิเศษของ folklore ยังอยู่ที่การจำหน่ายซีดีและแผ่นเสียงของอัลบั้มในเวอร์ชั่นดีลักซ์อีดิชั่น ซึ่งมีให้เลือกถึง 8 แบบ จำหน่ายในจำนวนจำกัดและในช่วงสัปดาห์แรกที่ปล่อยอัลบั้มเท่านั้น ซีดีและแผ่นเสียงทั้ง 8 แบบนี้มีอาร์ตเวิร์กและรูปภาพที่แตกต่างกัน สำหรับซีดีราคา 13 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนแผ่นเสียงราคา 26 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่เพียงเท่านั้น สินค้าอย่างพวงกุญแจ, แก้วน้ำสแตนเลส, ภาพพิมพ์หิน, หมวก, เสื้อครอปแขนยาว, เสื้อยืด, เสื้อกันหนาว ฯลฯ ที่เกี่ยวเนื่องกับอัลบั้ม ก็จัดจำหน่ายทางเว็บไซต์ทางการของเทย์เลอร์ในช่วงเวลาจำกัดอีกด้วย

 

folklore Is Taylor’s Least-Radio Friendly Album

ปกติเราแทบไม่เคยนักร้องสาวขวัญใจชาวอเมริกันพูดจาไม่สุภาพ สบถ หรือหยาบคายเลย แต่เมื่ออายุมากขึ้น ดูเหมือนเธอจะทดลองใส่คำสบถหรือคำที่ล่อแหลมเข้าไปในงานเพลงมากขึ้น โดยเฉพาะในอัลบั้ม folklore ที่กลายเป็นอัลบั้มที่เป็นมิตรต่อครอบครัวน้อยที่สุด โดยมีเพลงที่ถือว่ามีเนื้อหาล่อแหลมมากถึง 5 เพลง คือ “the 1”, “the last great american dynasty”, “mad woman”, “betty” และ “peace”

 

 

[Credit]

Universal Music Thailand, Instagram: @taylorswift

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

เช็กระดับความสนิทของคู่จิ้นสุดป๊อปบิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลและ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร พร้อมอัพเดทผลงานล่าสุด “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” (I told sunset about you) ซีรีส์แนว  Romantic Coming of Age ที่จะทำให้แฟนๆ ได้อินทะลุจอกันอีกครั้ง!
คูเปอร์-ภัทรพสิษฐ์ ณ สงขลา และปอย-กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช คู่จิ้นมาแรงที่ฮอตทั้งหน้าตาและความสามารถ