มุมมองของ ต้าเหนิง กัญญาวีร์ กับโลกแฟชั่นรวมถึงการทำงานในวงการบันเทิงของเธอ

มุมมองของ ต้าเหนิง กัญญาวีร์ กับโลกแฟชั่นรวมถึงการทำงานในวงการบันเทิงของเธอ

STAR WITH STYLE

คนดังเปี่ยมสไตล์ที่น่าจับตามอง

ต้าเหนิงกัญญาวีร์ สองเมือง

 

 

“หนูเฟอลโลว์อินสตาแกรมสไตล์ไอดอลหลายคนมาก แต่ถ้าจะพูดถึงคนที่ชอบมากๆ คงต้องเป็นเคนดัลล์ เจนเนอร์, จีจี้ ฮาดิด, เซนเดยา แต่คนหลัง ช่วงนี้จะทรงอิทธิพลมากหน่อย (หัวเราะ)”

 

 

เหมือนกับว่าเพิ่งได้เห็นสาวหน้าหมวยคาแรกเตอร์เก๋จัดอย่างต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง ในบทบาทของ “เจน” จาก Homones วัยว้าวุ่น  Season 2 ได้ไม่นาน เผลอแป๊ปเดียวเธออยู่ในวงการนี้มากว่า 7 ปีแล้ว ล่าสุดเธอยังส่งผลงานการแสดงในซีรีส์ My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ที่รับบทเป็น “บะหมี่” สาวแสบที่แอบรักหมอเป้ง (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) และนิสัยของตัวละครตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่แฟนๆ ต่างแสดงความคิดเห็นในหลายแง่มุม นอกจากเรื่องการแสดง สาวคนนี้ยังโดดเด่นมากในเรื่องสไตล์แฟชั่น ดังนั้นรางวัล Star with Style คนดังเปี่ยมสไตล์ที่น่าจับตามองของ OK! ในปีนี้จึงตกอยู่ในมือของเธออย่างไร้ข้อกังขา

 

 

 

ทุกคนสามารถเป็น STAR WITH STYLE ทั้งนั้น

“หนูดีใจมากค่ะที่ได้รับรางวัลนี้ รู้สึกดีมากที่มีคนชื่นชอบในความเป็นหนู แต่ถ้าจะให้มองตัวเองกลับรู้สึกว่าอาจจะไม่ได้ดูเฉี่ยวขนาดนั้น ออกจะเป็นแนวสมาธิสั้น ขี้ลืมมากๆ ด้วย ความจริงคนเราก็มีหลายมุม ซึ่งบางทีตัวเราเองก็ไม่สามารถอธิบายได้หมดว่าเป็นอย่างไร อาจจะต้องใช้เวลาทำความรู้จักกันถึงจะเข้าใจมากขึ้นค่ะ” สำหรับ Star with Style ในมุมมองของต้าเหนิงเธอบอกว่าคนๆ นั้นต้องกล้าที่จะเป็นตัวเอง กล้าพูด กล้าแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น ซึ่งแต่ละคนก็มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน พร้อมกับย้ำหนักแน่นด้วยว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็น Star with Style ในแบบตัวเอง ส่วนในเรื่องแฟชั่นนอกจากเธอจะมีโอกาสร่วมงานกับหลายๆ แบรนด์ เจ้าตัวยังขยันอัพเดทเรื่องสุดเลิฟนี้ผ่านอินสตาแกรมอีกด้วย “หนูเฟอลโลว์อินสตาแกรมสไตล์ไอดอลหลายคนมาก แต่ถ้าจะพูดถึงคนที่ชอบมากๆ คงต้องเป็นเคนดัลล์ เจนเนอร์, จีจี้ ฮาดิด, เซนเดยา แต่คนหลัง ช่วงนี้จะทรงอิทธิพลมากหน่อย (หัวเราะ) นอกจากนี้ยังชอบเล่น Pinterest มากๆ อีกด้วย แล้วถ้าเราปักพินไว้ตรงไหนมันก็จะคอยอัพเดทตลอด”

 

 

 

 

ชื่นชอบการแต่งตัวมาตั้งแต่เด็ก

เมื่อถามว่าชอบแต่งตัวตั้งแต่เมื่อไร ต้าเหนิงบอกว่าชอบมาตั้งแต่เด็ก “คิดว่าเราอยากใส่แบบนี้ก็ใส่ อาจจะเป็นตัวเราที่ชัดเจนมากด้วย ทำให้ลุคที่ใส่ไปด้วยกันได้” ส่วนไอเทมชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับต้าเหนิงคือรองเท้า “หนูเป็นคนที่ชอบซื้อรองเท้ามาก ส่วนใหญ่จะเป็นบู้ท บางทีก็ใส่อยู่บ้าน มันลงตัวในแบบของเรา บางทีอาจจะยากหน่อย อย่างบู้ทสูงหนูก็ใส่อยู่บ้านให้รู้สึกว่าเราได้ใส่ เรื่องความสวยความงาม ผู้หญิงก็ชอบแล้ว การอยู่ตรงนี้ทำให้เราได้รู้จักอะไรเยอะมาก ถ้าไม่ได้ทำงานตรงนี้อาจจะไม่ได้รับโอกาสที่ดีขนาดนี้ก็ได้”

 

 

การทำงานสอนให้รู้จัก “ปล่อยวาง”

นอกจากชีวิตในวงการบันเทิงจะทำให้ต้าเหนิงรู้จักตัวเองในเรื่องแฟชั่นและความสวยงามมากขึ้น วงการนี้ยังทำให้เธอเติบโต เข้าใจโลก และมีเป้าหมายในชีวิตอีกด้วย “ตลอดระยะเวลาที่ทำงนตรงนี้หนูได้อะไรกลับมาเยอะมาก ทั้งความสนุกและการบริหารจัดการเวลา รู้จักคนอื่น การใช้ชีวิต การเป็นนักแสดง ยังสอนให้เราเรียนรู้การเป็นคนๆ หนึ่ง เรื่องราวเรื่องใดเรื่องหนึ่งผ่านตัวละครและบทของตัวละคร อย่าง “บะหมี่” ตัวละครที่หนูแสดงในเรื่อง My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ก็เป็นตัวละครที่เป็นมนุษย์มากๆ บางทีช่วงแรกที่เห็นตัวละครตัวนี้เราอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้  กระทั่งเรื่องเล่าไปถึงที่มาที่ไปของบะหมี่เราถึงจะเข้าใจ มันทำให้เห็นจริงๆ ว่า คนเรามีหลายประเภท ถึงจะมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน ต่อให้จะสนิทกันแค่ไหน แต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกันได้ เหมือนกับชีวิตจริงที่เราไม่สามารถบังคับให้คนในสังคมคิดเหมือนกับกัน  สุดท้ายกลับมาแก้ที่ตัวเราเอง อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย นี่คือสิ่งที่หนูเรียนรู้มาตลอดการทำงานค่ะ และเรียกได้ว่าดีขึ้นกว่าตอนที่เข้ามาในวงการนี้มากๆ เพราะก่อนที่จะเข้ามาทำงานในวงการนี้ เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับการที่ต้องฟังเสียงคนอื่นว่าเขาคิดยังไงกับเรา หนูใช้ชีวิตแค่หนู ครอบครัวและเพื่อน ซึ่งทุกๆ คนดีว่าหนูเป็นคนแบบไหน แล้วเราก็เคยชินกับสังคมเล็กๆ ที่มีคนเท่านี้ แต่พอมาอยู่ตรงนี้มันมีหลายคนที่ไม่เข้าใจในความเป็นเรา บางทีเห็นกันแป๊ปเดียวก็ตัดสินกันแล้ว มีบ้างเหมือนกันที่รู้สึกว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น ฉันไม่ได้ทำหรือเป็นแบบนี้ แต่บางทีการอธิบายไปก็ไม่ช่วยอะไรเพราะเขาคิดไปแล้ว ก็เรียนรู้ไปว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจเราได้ แต่กับคนที่เขาพร้อมจะเข้าใจเรา บางทีก็ไม่ต้องอธิบายอะไรเลย”

 

 

 

 

 

เป้าหมายในชีวิตของสาวสายแฟ

ตอนนี้ต้าเหนิงเรียนจบจากวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถรับงานได้มากขึ้น แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคิวและความชอบของเธอด้วยว่าสนใจในสิ่งๆ นั้นหรือเปล่า นอกจากนี้เธอยังมีเป้าหมายในชีวิตว่าอยากจะทำทุกๆ งานให้ดีที่สุดอีกด้วย “ก่อนหน้านี้หนูไม่มีเป้าหมายเลย แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาได้ลองเขียนข้อความที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น แล้วพอเขียนไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าข้อความนี้กลับมาสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง คือหนูลงท้ายด้วยประโยคที่ว่า “อย่างน้อยถ้าเราไปไม่ถึงก็ยังเป็นแนวทางที่บอกว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เราจะเดินไปหาอะไร” ซึ่งหนูรู้สึกว่าก่อนหน้านี้เรามีสิ่งที่ชอบเหมือนกันแต่ไม่ได้วางเป้าหมาย  แต่ข้อความนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เราตรงที่ เราจะนำสิ่งที่ชอบมาเป็นเป้าหมายและจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะหนูรู้สึกว่าไม่มีจุดที่ดีที่สุดแบบตายตัวหรอก ต้องมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ เป้าหมายนี้จึงเป็นอะไรที่ยาวไกลมาก และเราก็ต้องกลับมาเป็นนักเรียนเพื่อที่จะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เช่น อยากใช้ชีวิตให้ดี อยากเป็นนักแสดงที่ดี ส่วนเรื่องแฟชั่นหนูก็อยากที่จะเป็นตัวเองให้ตลอด ไม่วอกแวก นี่เป็นเป้าหมายใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับหนูเมื่อไม่นานมานี้”

 

 

[เครดิต]

นางแบบ: กัญญาวีร์ สองเมือง

เสื้อผ้า: Loewe

แต่งหน้า-ทำผม : โชติรส โรดดอน

สไตลิสต์: รังสรรค์ ชมภูพล

ผู้ช่วยสไตลิสต์: สาธิมา ลิมป์กาญจน์เวช, ปุณย์วศิลป์ เทียมเพ็ชร์

ช่างภาพ: ทินกร วงเบญจศิลป์

ผู้ช่วยช่างภาพ: ธนพร พิกุล

สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

สถานที่: SO/ Sofitel Bangkok โทร. 0-2624-0000

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

 

 

 

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ทำความรู้จักพร้อม-ราชภัทร วรสาร และเบ้นซ์-ณัฐพงศ์ ผาทอง 2 หนุ่มน่ารักจากซีรีส์วายน่าเลิฟ En of Love รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ จากตอน เหนือพระราม แล้วจะตกหลุมรักพวกเขากันมากขึ้น!
ข้อคิดในนิทานสายดาร์กจากซีรีส์ It’s Okay to not be Okay