ทรงคุณค่ายิ่ง! นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 200 ภาพ โดยภัณฑารักษ์นิติกร กรัยวิเชียร

ทรงคุณค่ายิ่ง! นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 200 ภาพ โดยภัณฑารักษ์นิติกร กรัยวิเชียร

เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดการถ่ายภาพมาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ส่วนพระองค์จึงมีอยู่เป็นจำนวนมาก สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จึงจัดนิทรรศการ “ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (2 กันยายน 2560-7 มกราคม 2561) เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ชมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ทั้งที่เคยเผยแพร่และไม่เคยเผยแพร่มาก่อนจำนวน 200 ภาพ เพื่อให้เห็นเรื่องราวชีวิตส่วนพระองค์และชีวิตการทรงงานตลอดรัชสมัย ที่สะท้อนจากสายพระเนตรโดยตรง โดยมีคุณนิติกร กรัยวิเชียร นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับหน้าที่ภัณฑารักษ์ ผู้ตั้งใจคัดเลือกภาพถ่ายฝีพระหัตถ์มาจัดแสดงในนิทรรศการอันทรงเกียรติอย่างสุดความสามารถ

 

 

เมื่อเห็นภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่บริเวณโถงทางเข้านิทรรศการซึ่งคุณนิติกรบรรจงคัดสรรมา หลายคนคงรู้สึกประทับใจและน้ำตารื้นไม่ต่างจากเรา เพราะภาพนั้นเป็นภาพฉายาเงาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่แม้เป็นเพียงภาพเงา แต่เชื่อว่าคนไทยทุกคนที่ได้เห็น จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นภาพของพระองค์ พระราชาผู้เป็นที่รักของพสกนิกรไทย

 

 

 

 

 

 

แรงบันดาลใจของการจัดนิทรรศการ

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มต้นมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเห็นว่ายังมีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์อีกจำนวนมากของรัชกาลที่ 9 ซึ่งยังไม่เคยเผยแพร่มาก่อน หรือถึงแม้จะเคยเผยแพร่มาแล้ว ครั้งสุดท้ายที่มีการจัดแสดงก็คือปี พ.ศ. 2535 ซึ่งผ่านมาถึง 25 ปีแล้ว น่าจะได้อัญเชิญมาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ชมกันอีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่เราถวายความอาลัยก่อนจะมีการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเดือนตุลาคม ประจวบเหมาะกับที่ทางหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครจะจัดงานเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ในฐานะองค์อัครศิลปิน จึงได้หารือกันว่านอกเหนือจากงานที่ศิลปินทำขึ้นแล้ว เราน่าจะนำงานของพระองค์มาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ดูด้วย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จึงทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเพื่อที่จะจัดนิทรรศการครั้งนี้ขึ้นมา

 

 

 

 

 

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 200 ภาพ จาก 3 ช่วงเวลาตลอดรัชกาล

อันที่จริงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน แต่เราคัดเลือกมาเพียง 200 ภาพเพื่อจัดแสดง โดยได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายช่างภาพส่วนพระองค์ กองงานส่วนพระองค์ สำนักพระราชวัง ซึ่งได้ทำการค้นหาฟิล์มเก่าและคัดเลือกมาให้แล้วจำนวน 600 ภาพ ผมพยายามคัดเลือกภาพที่สามารถสื่อถึงช่วงเวลาต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาตลอดรัชกาล คือ ต้นรัชกาล กลางรัชกาล และปลายรัชกาล ช่วงต้นรัชกาลจัดแสดงภาพขาว-ดำของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชโอรส พระราชธิดาตั้งแต่วันพระราชสมภพและพระบรมวงศานุวงศ์ สะท้อนให้เห็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นมาก ช่วงกลางรัชกาลจัดแสดงภาพทรงงาน ณ สถานที่และโครงการต่างๆ ทั้งด้านการเกษตร การชลประทาน การพัฒนาท้องถิ่น และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นช่วงที่การปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระองค์เด่นชัด ทรงให้ความสนพระทัยเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรเป็นพิเศษ ผ่านการเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วประเทศไทยและทรงถ่ายภาพเหล่านี้เก็บไว้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการนำกลับมาวางแผนช่วยเหลือราษฎร ส่วนช่วงปลายรัชกาล จัดแสดงภาพคราวเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทรงมีพระชนมายุสูงขึ้น มีบางช่วงที่เสด็จฯ ไปประทับที่พระราชวังไกลกังวลเป็นเวลายาวนานสลับกับการเสด็จฯ มารักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราช ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในช่วงเวลาดังกล่าวจึงมักเป็นสิ่งที่อยู่รอบพระองค์ และเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความสุขอันประกอบด้วยทัศนียภาพอันงดงามต้นไม้ ชายหาด ท้องฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขทรงเลี้ยง

 

 

 

 

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ผมคัดเลือกมามีสัดส่วนเฉลี่ยกันไป พยายามเลือกภาพที่ไม่คุ้นตา หรือคิดว่าเป็นภาพที่น่าสนใจของคนทั่วไป ผมใช้เวลาคัดเลือกภาพไม่นานมาก แต่กระบวนการในการทำงานใช้เวลาพอสมควร เพราะเราต้องพิถีพิถันเรื่องการทำไฟล์ให้สมบูรณ์แบบที่สุด เนื่องจากฟิล์มที่เก่าที่สุดมีอายุราว 64-65 ปี ซึ่งโชคดีว่าได้รับการเก็บรักษาเป็นอย่างดีจากฝ่ายช่างภาพส่วนพระองค์ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเก็บรักษาดีเพียงใด ฟิล์มสีที่มีอายุกว่า 30-40 ปีขึ้นไปก็ย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา เพราะฉะนั้นเราจึงต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อรื้อฟื้นสีที่เสื่อมไปแล้วให้กลับมาดูใกล้เคียงกับวันที่ถ่ายที่สุด

 

แรงบันดาลใจเรื่องการถ่ายรูปจากองค์อัครศิลปิน

ผมเห็นพระองค์โปรดการถ่ายภาพมาตั้งแต่ผมยังเด็ก ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จฯ ไปที่ไหน ผมมักเห็นพระองค์ทรงถือกล้องถ่ายรูป ถ่ายทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ทรงพบเห็น ครั้งหนึ่งพระองค์พระราชทานพระบรมราโชวาทเรื่องการถ่ายภาพให้กับเหล่ากรรมการในสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไว้ว่า “การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าได้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคมให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง” ตรงนี้เห็นได้ชัดเจนว่าพระองค์ทรงทำให้เราทุกคนเห็นเป็นแบบอย่างแล้ว เพราะภาพถ่ายของพระองค์มีทุกแนว ทั้งภาพถ่ายครอบครัว ตลอดจนภาพถ่ายจากการทรงงานที่นำมาใช้สำหรับการพัฒนาและแก้ปัญหาต่างๆ อันนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ผมเชื่อว่าพระบรมราโชวาทในครั้งนั้นเป็นสิ่งสำคัญและคนในวงการถ่ายภาพทุกคนควรระลึกอยู่ในใจเสมอ

 

คุณค่าของนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์

สิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่งของงานครั้งนี้ คือเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ และเป็นการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดรัชสมัยอันยาวนานผ่านสายพระเนตรของพระองค์เอง การจะถ่ายรูปแต่ละรูป พระองค์ทรงเจาะจงและเลือกแล้วว่าทรงต้องการได้ภาพแบบใด หากไม่ได้มีการถ่ายภาพเก็บไว้ เวลาที่ผ่านไปจะทำให้ความทรงจำเลือนหาย ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนเกิดไม่ทันช่วงต้นรัชกาล การได้เห็นภาพเจ้านายแต่ละพระองค์ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ หรือพระสิริโฉมอันงดงามของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในพระอิริยาบถต่างๆ ผ่านภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ทำให้เราเหมือนได้ย้อนกลับไปเห็นช่วงเวลานั้น ซึ่งในอีก 100 ปีข้างหน้า ลูกหลานเราก็จะได้เห็นด้วย ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์จะเป็นสิ่งที่อยู่ตลอดไป เป็นพระราชมรดกสำคัญที่ได้พระราชทานไว้ให้แก่คนไทยทุกคน

 

 

 

 

ความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ

ผมถือว่าเป็นงานที่สร้างความภาคภูมิใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะได้มีโอกาสทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับตลอดมาในหลายๆ ฐานะ ส่วนตัวผมเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนจิตรลดาซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณมาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังเป็นนักถ่ายภาพและทำงานในสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมาคมฯ เองก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสมอมา เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้รับจึงเกินกว่าที่จะบรรยาย การที่ผมได้ทำงานนี้แม้จะเป็นส่วนน้อยนิดที่จะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ได้ แต่ก็ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของผม

 

 

 

สิ่งที่พระองค์ทรงมอบไว้ในใจคุณ

สิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติมาตลอดรัชกาลถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ นับว่าเป็นมหาบุรุษของโลกที่ได้นำสิ่งดีงามมาให้แก่โลกของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งยากที่ผมจะตอบได้ในคำถามสั้นๆ แต่ผมเชื่อว่าถ้าหากพวกเราค่อยๆ ลองนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาต่างๆ ก็จะพบว่าตั้งแต่จำความได้ เราเห็นพระองค์ทรงงานมาตลอดและอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยมิได้หวังสิ่งใดตอบแทน พระองค์พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาให้แก่พสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง ทุ่มเทจนกระทั่งทรงหมดพลัง หมายถึงว่าทรงพระชราและไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ต่อไป แต่ก็ยังทรงห่วงใยประชาชนอยู่เสมอ ผมเชื่อว่าคนที่ได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับผมคงไม่มีใครปฏิเสธเรื่องนี้ ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ได้ง่ายๆ นับว่าเป็นเรื่องที่พิเศษจริงๆ

 

 

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

 

 

 

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ทำความรู้จัก พลอย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร นางเอกหน้าใหม่หัวใจสีเขียว
8 คนดังที่อินกับ Face Tattoo ลงรอยสักให้สุด…แล้วหยุดอยู่ที่ใบหน้า!

8 คนดังที่อินกับ Face Tattoo ลงรอยสักให้สุด…แล้วหยุดอยู่ที่ใบหน้า!

รอยสักบนใบหน้าคือเทรนด์ที่มาแรงสุดๆ ในกลุ่มคนดังฮอลลีวูดตอนนี้ แม้จะมีคนดังที่เคยสักบนใบหน้าให้เห็นอยู่บ้าง เช่น [...]

READ MORE