เพชร ปิงปอง และเต๋อ การกลับมาของกลุ่มเพื่อนสาวสุดที่รักบนจอภาพยนตร์ เมาท์เผาขนเบื้องหลังความเฟค และมุมมองของคำว่า LGBTQ+

เพชร ปิงปอง และเต๋อ การกลับมาของกลุ่มเพื่อนสาวสุดที่รักบนจอภาพยนตร์ เมาท์เผาขนเบื้องหลังความเฟค และมุมมองของคำว่า LGBTQ+

ไฮส์! ไฮส์! หลังจากหายหน้าหายตาไปจากวงการกะเทยอยู่เป็นนาน ครั้งนี้เหล่าตุ๊ดซี่ส์ฝีปากกล้าหน้าจิกเพชร-เผ่าเพชร เจริญสุข, ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม, เต๋อ-รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์และพีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ กลับมาอีกครั้งพร้อมลากตัวแม่สุดปั๊วะอย่างชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต มาฟาดจอภาพยนตร์กันแบบจุก ๆ เป็นครั้งแรก แถมยังพกมหากาพย์ความวายป่วงมาให้ชมชนิดที่คุณจะต้องฮาจนร้องขอชีวิต

แม้อรรถรสแห่งความเฟคบนหน้าจออาจจะรอให้คุณพบกับความสนุก แต่นั่นก็เป็นเพียงประตูบานแรกที่จะพาให้คุณได้พบกับโลกอีกใบหนึ่ง โลกที่เหมือนเป็นคู่ขนานกับโลกของชายหญิง โลกแห่งเพศวิถีที่แตกต่างจากมายาคติทางสังคมที่ฝังหัวเรามาเนิ่นนานเสียเหลือเกิน โลกที่หลายคนจำกัดความว่าเป็นเพศที่ 3 กระทั่งตัวของพวกเขาเองยังต้องเรียกตัวเองว่า LGBTQ+ เพื่อให้จุดยืนของตนเด่นชัดและคนในสังคมพอจะมองมาเห็นบ้าง นอกจากจะเปลี่ยนชีวิตของตุ๊ดแม่ค้าขายของตลาดนัดอย่างปิงปองไปเหมือนพลิกหลังมือมาเป็นหน้ามือแล้ว จากซีรีส์จวบจนกระทั่งเป็นมูฟวี่ เรื่องไดอารี่ ตุ๊ดซี่ส์ก็ได้สร้างความเข้าใจในเพศทางเลือกให้กับเหล่านักแสดงชายแท้ในเรื่องอย่างเพชรและเต๋อได้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงแต่เบื้องลึก เบื้องหลัง และการเม้าท์ผู้ร่วมชะตากรรมทั้งนักแสดงในเรื่องจนกระทั่งผู้กำกับ นักแสดงหลักทั้ง 3 คนอย่างเพชร ปิงปองและเต๋อ ยังมาแชร์มุมมองที่มีต่อ LGBTQ+ กับ ชาว OK! อีกด้วย

 

 

ทันทีที่รู้ว่าจะทำเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์รู้สึกอย่างไรบ้าง

เพชร: เหมือนฝันที่รอคอย เพราะเราเคยพูดกันเล่นๆ ว่า ถ้าภาคต่อได้เป็นหนังคงจะดีเนอะ ทุกคนก็เลยฝันหวานเอาไว้

ปิงปอง: เหมือนฝันที่ไม่กล้าฝัน แต่เขาก็ทำให้เป็นจริง มิสเตอร์ไตเติ้ล-กิตติภัค ทองอ่วม เพราะหลังซีซั่น 2 จบเขาก็หายไป 2 ปีเลย แต่พอจะเข้าปีที่ 3 เขาก็มาบอกเราว่าจะเป็นหนังแล้วนะ อู้หู กรี๊ดบ้านแตก แม่! จะมีกระแสอีกแล้ว ช่วงนั้นต้องทำตัวให้ดี เพราะเดี๋ยวเปลี่ยนคน และเหนือไปกว่านั้นคือห้ามตาย

เต๋อ: ดีใจครับ ผมเป็นคนชอบหนังมาตั้งแต่เด็กๆ จนวันหนึ่งได้ไปทำงานที่ช่อง Mono29 แล้วก็ได้ไปคานส์ ไปปูซาน กลายเป็นว่าภาพยนตร์สำหรับเราไม่ใช่แค่สื่อบันเทิงแล้ว แต่เป็นอาศรมของจิตใจ ถึงแม้จะเป็นหนังคอเมดี้ (หนังที่มุ่งหวังเพื่อความบันเทิง) แต่เราก็ยังดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์

 

ก่อนมาแสดงร่วมกันอีกครั้ง ต้องเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง

ปิงปอง: ของหนูเหมือนดันดารา คือเราต้องปลอมเป็นหลายคนเลย ซึ่งเราก็รู้จักหมด แล้วแต่ละคนก็จะมีอะไรบางอย่างที่ทางกายภาพเราไม่ได้ เช่น คอของคนนี้เขาสะอาดมากจริงๆ เราก็เต็มที่กับการทำทรีตเมนท์ที่คอ และต้องหาจุดเล็กๆ อะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นจุดที่ทำให้เหมือนเป็นคนๆ นั้นให้ได้มากที่สุด

 

 

พอมาทำเป็นภาพยนตร์รู้สึกว่าได้ท้าทายความสามารถในเรื่องไหนของตัวเองบ้าง

เพชร: ช่วงรอยต่อระหว่างซีซั่น 2 มาเป็นหนัง เราไปรับบทบาทอื่นๆ ผู้กำกับก็เลยเรียกมาทำเวิร์คชอปเพื่อดึงคาแรกเตอร์ของตัวละครกลับมา ที่สำคัญคือเราตั้งใจให้ตัวละครตัวนี้โตขึ้น 3-4 ปีตามระยะเวลาจริง ดังนั้นวิธีคิดของตัวละคร วิธีพูด ต้องโตขึ้นด้วย แต่ยังต้องเป็นคนๆ นั้นอยู่

ปิงปอง: คือในพาร์ทคอเมดี้ เรารู้สึกว่าเราถนัด แต่พอเป็นหนัง เราต้องเชื่อจริงๆ ว่าเรากลัว เราเหม็น เราไม่อยากอยู่ในที่แห่งนี้ เราจะตายแล้ว จึงต้องทุ่มพลังเยอะมาก เพราะเราต้องเชื่อสุดฤทธิ์เลย ไม่อย่างนั้นพลังไม่มา

เพชร: เราไม่ได้เล่นเพื่อให้คนดูตลก แต่เราเชื่อในเหตุการณ์นั้นๆ จนคนดูเขาตลก

 

พูดถึงความประทับใจถึงคนอื่นๆ หน่อย อย่างชมพู่นี่เป็นเหมือนสีสันสำคัญของเรื่องเลยนะ

เต๋อ: พี่ชมพู่เล่นถึง เขาไปสุดตลอด

ปิงปอง: คือวันแรกที่เวิร์กชอปแล้วแม่ชมก็มาเปิดตัว บอกว่า “สวัสดีทุกคน เราขอยืนกรานเล่นด้วยนะ” แล้ววันนั้นเหมือนแม่เขาคิดความเถื่อนของเจ๊น้ำได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่พี่เติ้ลต้องการมันคือดำลงไปถึงโคลนเลย เขาก็ช็อกไปนิดหนึ่งว่าต้องขนาดนี้เลยเหรอ พอวันที่แม่เข้าฉากในเทเลอร์ พี่เติ้ลบอกว่าถ้าแม่ยังไม่ผ่านก็ยอมยกกอง ไม่อย่างนั้นคนจะไม่เชื่อว่าเป็นเจ๊น้ำ พอถึงเวลาพวกลูกหลานที่เป็นกะเทยก็นั่งเชียร์อยู่หลังกล้อง แล้วพอเข้าฉาก นับ 5 4 3 2 แม่ชมก็บรรเลงเลยจ้า หนักหน่วงมากจริงๆ หนูถามพี่เติ้ลว่า OK! ไหม พี่เติ้ลหันมา ทำหน้านิ่ง เชิด แล้วก็บอกว่า “ฉันรอดแล้ว”

เต๋อ: เขาเพอร์เฟคท์มาก เราไม่รู้สึกว่าเล่นกับแม่ชม แต่เรารู้สึกว่าเล่นอยู่กับเจ๊น้ำจริง ๆ

 

 

แล้วพีคล่ะ พูดถึงเขานิดหนึ่ง

เพชร: เขาชอบพูดว่าเขาไม่เหมือนแหนด แต่ผมว่าตัวเองและหลายๆ คนน่าจะคิดคล้ายๆ กันว่าตัวตนของพี่พีคมีความอ๊องๆ เอ๋อๆ มึนๆ คล้ายกับแนตตี้เยอะมาก แต่เขามักจะปฏิเสธว่าไม่เหมือน แต่ตัวจริงเขาเป็นแบบนั้นครับ

เต๋อ: บางทีอยู่กับพีคนั่นแหละ แต่เราเองก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่านี่คือแหนดหรือเปล่า

 

เมาท์ กรรณ สวัสดิวัตน์ อยุธยา ให้ฟังหน่อย

เพชร: วันแรกที่กรรณเข้าซีนเรียกได้ว่าเละมาก (หัวเราะ) แค่ประโยคเดียว พูดผิดเป็นสิบเทค ผมว่าเขาคงตื่นเต้น

ปิงปอง: เข้าใจไหมว่า ไม่ได้เล่นกันนาน

เพชร: ผมว่าหลังๆ มานี่เขากลายเป็นคนที่พูดเก่งขึ้นนะ เพราะพักหลังเขาสนิทกับพี่เติ้ลมากขึ้น แล้วผมรู้สึกว่าเขามีจริตกะเทยที่ชอบเมาท์มอยมากกว่าเมื่อก่อนด้วย เรื่องนี้ผมยังไม่ได้พูดกับกรรณและไม่เคยพูดกับที่ไหนเลยนะ (หัวเราะ)

 

 

แล้วเจเจ (กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) ล่ะ

ปิงปอง: หนูก็หลงเจเจเหมือนที่ทุกคนเขาหลงกันนะ แต่อยู่ด้วยกันทุกวัน ก็รู้ว่าเจเจเขาไม่อยากได้หนูหรอก (หัวเราะ) แต่ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆ ก็หลงน้อง เพราะเขาเป็นคนน่ารักมาก เวลามากอง ต่อให้หลังหูหนูมันขนาดไหน เหงื่อเราแตกขนาดไหน เจเจก็จะมากอด ด้วยความที่เสน่ห์ของน้องเป็นแบบนี้ ในจอคุณจะเจออะไรที่ เฮ้อ…..เอาอย่างนี้ ถ้าลุง (เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) มีพลังทำให้เหมยลี่ (คริส หอวัง) ในเรื่องรถไฟฟ้า…มาหานะเธอ และคนดูเสียชีวิตคาจอได้เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เจเจคือมากกว่านั้นไปอีก คือถ้าพี่เคนหล่อทะลุแป้ง เจเจก็ใสทะลุจอล่ะ นี่ยังไม่รวมถึงช่วงเวลาพักกองและเจเจหลับแล้วกะเทยอยากลักหลับในกองนะ

 

ขาดไม่ได้คงเป็นคุณเติ้ล ผู้กำกับ เป็นอย่างไรบ้าง

เพชร: พี่เขาก็เหมือนเดิมคือมีความเนี๊ยบ มีภาพในหัวที่ชัดเจนว่าซีนนี้เขาอยากได้อะไร ประมาณไหน เขาไม่ได้ฟิกซ์แอคติ้งเราขนาดนั้น แต่ว่าอารมณ์ของตัวละครและความต้องการของซีนนั้น มันต้องถึงอย่างที่เขาต้องการให้ได้

ปิงปอง: ล่าสุดเลย เพิ่งมีการลงเสียง เพราะตอนถ่ายจริงจะมีเสียงแทรกเยอะ ดังนั้นต้องมีลงเสียงใหม่ สิ่งที่หนูต้องแก้คือ เสียงลมหายใจ เป็นเสียงเหวอกับเหตุการณ์บางอย่าง แค่เสียงลมหายใจก็แก้กันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง

เพชร: เขาจะมีความเพอร์เฟ็กต์ในตัวเขาอยู่ แถมมากกว่าเดิมหน่อยนึงด้วย

 

 

 

 

จากไดอารี่ ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์ ซีซั่น 2 จนมาถึง ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะเฟค ช่วงเวลาที่หายไป พวกคุณไปทำอะไรมากันบ้าง

ปิงปอง: ทำเพจ “คลอด” คือเราไม่อยากให้คนเศร้า ก็จะไปคุยกับกำแพง คุยกับถังขยะเปียก อยากกินชาไข่มุกแต่ร้านอยู่ไกล เลยเอาหลอดไปดูดลูกอ๊อดแทน (หัวเราะ) แล้วก็มีซีรีส์  “สู้ตายนายกระจับ” ละคร “นางสาวไม่จำกัดนามสกุล” และ “ชายไม่จริงหญิงแท้”

เต๋อ: ผมทำพิธีกร พิธีกรงานอีเวนต์ประปราย แล้วก็มีลงเสียงโฆษณาด้วยครับ

เพชร: ของเพชรก็มีซีรีส์ เล่นกับแน็ก (ชาลี ไตรรัตน์)  ของ LINE TV เรื่อง GGEZ (จีจีอีซี่) เกรียนเมพเทพศาสตร์ เป็นซีรีส์ เกี่ยวกับการเล่นเกม เรียกว่าเกม MOBA ซึ่งผมไม่เคยเล่น ก็ต้องไปทำการบ้าน จนปัจจุบันผมก็ติดเกม MOBA ไปแล้ว (หัวเราะ) นอกจากนี้ผมก็อยากทำเพลง จึงได้กลับไปหัดเขียนเนื้อเพลง ทำเพลง โปรดิวซ์เพลง ทำไป 2 เพลงแล้วครับ

 

แล้วเราได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งเหล่านั้น

ปิงปอง: เปรียบเหมือนกับรองเท้า ก่อนหน้านี้ เท้าของเรายังใหญ่ไม่เท่ารองเท้า แต่พอเราไปทำงานนุ่นนี่ เท้าก็ใหญ่ขึ้นๆ พอมาเป็นภาพยนตร์ เท้าของเราก็พอดีรองเท้าคู่นี้เลย มันสวยงาม เพราะด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นจริงๆ

เพชร: สำหรับผม การที่ได้เจอบทบาทที่มีคาแรกเตอร์ค่อนข้างชัดเจนและแตกต่างกันไป เช่นเล่นเป็นเพศที่ 3 เป็นคนติดเกม อีกเรื่องก็ได้เล่นเป็นหมอ ผมรู้สึกสนุกมาก มันเหมือนได้เปิดโลก ได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น

 

 

 

กว่า 4 ปีที่ได้รู้จักกันมา พวกคุณเห็นพัฒนาการในการทำงานและการใช้ชีวิตของกันและกันอย่างไร

เพชร: อย่างปิงปอง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยทำงานในวงการ แต่เขาเป็นคนที่มีของ มีศักยภาพในการสร้างเสียงหัวเราะ สร้างเหตุการณ์ให้คนอื่นสนุก ตอนแรกเขาอาจจะยังไม่รู้จังหวะว่าเหตุการณ์แบบนี้หรืออยู่กับคนแบบนี้ต้องยังไง แต่ตอนนี้เราเห็นพัฒนาการเรื่องนี้ และมันดีขึ้นมาก รวมถึงความรับผิดชอบหรือเรื่องเวลาต่างๆ บางด้านผมว่าเขาเก่งกว่าผมไปแล้วด้วยซ้ำ

เต๋อ: อย่างตอนซีซั่น 1 เวลาปิงปองจำบทไม่ได้ ก็จะไม่มีใครดึงกลับมาได้ พอซีซั่น 2 เพชรจะจำบททั้งของตัวเองและของปิงปอง เวลาปิงปองพลาดหรือลืมบท เพชรก็จะบอกว่า ต้องพูดอย่างนี้นะ

ปิงปอง: อันนี้ก็ต้องขอบคุณเพชรมากเลยนะ ในขณะที่พี่เต๋อทำให้เราปวดประสาทอ่ะ เพชรก็ทำให้เราใจเย็นลง ถ้าคนงงว่าเขาเป็นยังไงให้ย้อนกลับไปดูฉาก “กูอยู่ลำลูกกา จะเอาอะไรมากมายวะ” คือเราต้องพูดเนื้อเพลงของบริทนีย์ สเปียร์ “Oops I did it again” ซึ่งในเรื่องกอล์ฟต้องพูดภาษาอังกฤษสำเนียงแน่น แต่ตัวจริงเราพูดไม่ได้ พี่เต๋อก็เลยด่าว่า “พูดอะไรของมึงวะ” เราก็เลยสวนกลับไปโดยอัตโนมัติประมาณว่า จะเอาอะไรมากมายวะกับเรื่องสำเนียงเนี่ย บ้านฉันอยู่ลำลูกกาจ้า

เพชร: ซึ่งอันนี้ไม่มีในบทเลยนะ แต่ก็ได้เอาไปใช้ออกอากาศ

ปิงปอง: พี่เต๋อเขาจะประมาณว่า ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องทำให้ได้สิ ง่ายแค่นี้เอง ลักษณะของพี่เต๋อเขาจะเป๊ะหน่อย มันเลยเป็นเหมือนกลุ่มคนบ้า คนนึงบ้าใจร้อน คนนึงบ้าใจเย็น ส่วนเราบ้าตลอดอยู่ล่ะ

 

 

 

 

ไดอารี่ ตุ๊ดซี่ส์ เปลี่ยนชีวิตของคุณไปอย่างไรบ้าง และคุณได้รับบทเรียน ประสบการณ์อะไรจากการทำงานชิ้นนี้

เต๋อ: ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น เดินแบบ ถ่ายแบบ ได้ร้องเพลง และอีกหลายอย่างเลย มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ

เพชร: คือเราได้มีโอกาสทำงานที่กว้างขึ้น ซึ่งงานที่แตกต่างพวกนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโตไปในวงการมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่สำคัญเหมือนเราได้รู้ว่าอยากทำอะไร รู้ว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ภาพทุกอย่างชัดเจนมากขึ้น

ปิงปอง: ใครจะไปคิดว่า คนที่เป็นเด็กเละๆ เทะๆ ขายของอยู่ตลาดนัด แล้ววันหนึ่งจะได้มาโลดแล่น ไปเจอบุคคลที่เราไม่คิดไม่ฝันว่าชาตินี้จะได้ไปสุงสิงกับเขา อย่างแม่ชมเนี่ย เขาก็ใช้ชีวิตของเขา เราก็ใช้ชีวิตของเราไป แล้วมาเจอกันได้เนี่ย หรือคนที่เขาเป็นตัวจริง คนระดับใหม่ (ดาวิกา โฮร์เน่) และอีกหลายๆ คน เรารู้ว่ามันก็เกินไปเหมือนกันนะ แล้วรูปแบบนี้สามารถใช้ได้กับทุกคน ถ้าคุณเห็นเราจากจุดที่เรายืน 15 แล้ววันนี้เรามาอยู่ใน 72 แปลว่าถ้าคุณอยู่ในจุดที่ 20 คุณก็สามารถไป 115 ได้ คือ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

 

จากการทำงานชิ้นนี้ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์หรือมูฟวี่คุณได้รู้จักตัวเองมากขึ้นในเรื่องไหน

ปิงปอง: เราได้เห็นว่าเราสามารถดูแลรับผิดชอบคนในครอบครัวได้ ถ้ามีใครป่วยเจ็บขึ้นมาเราต้องดูแลให้ได้

เต๋อ: ก็เยอะนะครับ ปกติเราทำงานพิธีกรใช้ 2 ภาษาอยู่แล้ว พอมาทำงานซีรีส์ ซีซั่นแรก เขาใส่ภาษาเยอรมัน ใส่ภาษาอิตาเลี่ยนเข้าไป แล้วเราได้ใช้มัน เลยทำให้รู้สึกว่าหรือจริง ๆ เรามีลิ้นที่เหมาะกับทักษะการใช้ภาษา

เพชร: ผมเข้าวงการมาด้วยการร้องเพลงมาก่อน แม้จะได้ไปทำงานอื่นมากมายทั้งงานพิธีกร การแสดง แต่ผมยิ่งหวนคิดถึงงานเพลง รู้สึกอยากทำงานเพลง ตอนที่ต้องไปขึ้นคอนเสิร์ตนิวจิ๋ว คนดูเป็นพัน ๆ ผมฟินมากเลยกับทุกวันที่ไปซ้อมร้องเพลงหรือกับวันที่โชว์ ก็มาคิดว่าถ้าเราได้มีโอกาสได้เป็นนักร้อง ได้มีคอนเสิร์ตแบบนั้น คงดีเนอะ ทำให้ฉุกคิดว่านี่คือสิ่งที่เรารักและอยากทำจริง ๆ

 

 

สำหรับเพชรและเต๋อ (ซึ่งเป็นชายแท้) ซีรีส์และหนังเรื่องนี้ทำให้คุณมีมุมองเรื่อง LGBTQ+ เปลี่ยนไปไหม

เพชร: ผมไม่ได้ปิดหรืออคติกับเรื่องตรงนี้ แต่เอาจริง ๆ คือผมก็ไม่ได้เข้าใจ LGBTQ+ ว่าทำไมเขาเป็นแบบนั้นแบบนี้ ผมก็มองว่าเขาก็เป็นตุ๊ดเป็นกะเทยนี่แหละ ไม่ได้จำแนกอะไร แต่พอได้มาเรียนรู้และหาคาแรกเตอร์ตัวละคร จึงได้รู้ว่า LGBTQ+ ก็คือคนทุกคน ที่มีความแตกต่างหลากหลาย บางคนพูดเก่ง บางคนเสียงดัง บางคนเป็นคนตลก พอได้ทำงานนี้ถึงได้มองลึกเข้าไปว่า ตุ๊ดบางคนเขามั่นใจในตัวเองเพราะอะไร ตุ๊ดบางคนเขาพยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่ออะไร ก็เพื่อให้สังคมยอมรับ บางคนเป็นคนไม่กล้าแสดงออกเพราะอะไร เพราะเขาเติบโตมาแบบนั้น เรียนรู้มาแบบนั้น แล้วพอมองกลับมา เราก็เห็นว่าคนที่ไม่ใช่ LGBTQ+ เอง ก็จะเห็นว่ามันคือโลกใบเดียวกัน คือธรรมชาติของมนุษย์ และ LGBTQ+ ก็เป็นแค่ชื่อเรียก เหมือนกับเราเรียกว่าผู้ชายหรือผู้หญิงเท่านั้นเอง

เต๋อ: จริง ๆ ผมเป็นโฮโมโฟเบีย (คือการกลัวอย่างไม่มีเหตุผล การเกลียดชัง หรือการเลือกปฏิบัติ ต่อพวกรักร่วมเพศ) มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ยกตัวอย่างเมื่อก่อนตอนที่ผมไปสยามดิสคัฟเวอรี่ ผมไม่กล้าฉี่ในโถธรรมดา เพราะมีคนที่มาคอยดูอวัยวะของเรา จุดที่พีคสุดคือตั้งแต่ผมไปช่วยงาน Italian Night เราทักทายนักร้องผู้ชายในงานไปแค่ประโยคเดียว แต่หลังจากนั้นเขามาถามผมว่า “ไปนอนกันไหม” ผมก็ตกใจมาก เรายังเป็นเด็กมหาลัยอยู่เลย ก็เลยกลัวมาตลอด จนได้มาแคสติ้งซีรีส์เรื่องนี้ ก็เก็บข้อมูลทุกอย่าง ช่างแต่งหน้า เพื่อนตุ๊ด ใครก็แล้วแต่ที่อยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่มีลักษณะที่ไม่ซ้ำซาก ซ้ำซากคืออะไร คือ “ว้าย ตัวเอง” อะไรแบบนี้ จึงได้รู้จักคนกลุ่มนี้มากขึ้น ปี 2019 ไต้หวันผ่านร่างกฎหมายการสมรสของเพศเดียวกันแล้ว มันคือโลกยุคใหม่ ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เมื่อวานเพิ่งมีคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งว่า ถ้าจะมีลูก อยากได้ผู้ชายหรือผู้หญิง เขาบอกว่าเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือเป็นกะเทยก็ได้ เราบอกว่า ไม่ใช่ หมายถึง เพศสภาพโดยกำเนิด อยากได้เพศไหน หลังจากนี้ คุณจะเป็นเกย์ เป็นเลสเบี้ยน หรืออะไรก็แล้วแต่นั่นเป็นสิ่งที่คุณจะเลือก แล้วผมจะไม่บอกว่า “ขอให้เป็นคนดี” คุณจะเป็นยังไงก็เป็นไปเถอะ เพราะผู้ชายผู้หญิงก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป

 

รู้สึกอย่างไรที่ภาพจำของ LGBTQ+ มักออกมาในแนวตลกโปกฮาซึ่งก็มีบ่อยๆ ที่คนบอกว่าเพราะซีรีส์ และภาพยนตร์สร้างภาพจำเหล่านี้

เพชร: ผมรู้สึกว่าความตลกในซีรีส์ หรือภาพยนตร์ก็เหมือนเป็นประตูบานแรกที่จะทำให้สังคมมองเห็นหรือยอมรับตัวตนของคนกลุ่มนี้มากขึ้น เขาจึงเลือกใช้ประตูบานนี้เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่าย อย่างที่ผมบอกว่ามันไม่ใช่กะเทยทุกคนตลก ทุกคนมีชีวิตของตัวเอง มีพาร์ทที่ตลกและมีพาร์ทที่เศร้า แต่ถ้าเราเลือกส่วนที่เศร้ามาเล่า บางคนก็อาจจะไม่เข้าใจว่าคนที่อยู่ในสังคม LGBTQ+ ที่คนทั่วไปไม่ยอมรับ เขารู้สึกยังไง บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่า อ้าว ทำไมต้องเศร้า แต่ถ้าเกิดเขาเปิดประตูบานแรกให้คนอื่นได้เข้ามามองตรงนี้ด้วยความสุขด้วยรอยยิ้ม คนอาจจะมามองมากกว่า คนก็จะเริ่มรู้จัก LGBTQ+ มากขึ้น

ปิงปอง: หนูรู้สึกว่ามันก็เป็นภาพจำจริงๆ นะ แล้วพอมองกลับกันก็มีกะเทยอีกหลายคนคิดว่า ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียหน่อย ฉันทำมาหากิน มีความสามารถ ฉันทำได้หลายอย่างบนโลกนี้ นี่ก็คือความหลากหลายนั่นแหละ ผู้ชายก็มีคนที่จริงจังและมีคนที่ตลกมากๆ ผู้หญิงก็เช่นกัน ทุกคนก็เป็นคนเหมือนกันหมด แต่ที่ถกเถียงกันเรื่องนี้ อาจจะเพราะว่าเราไม่ได้เข้าไปเห็นใจเขาและใจเรา เพราะถ้าเห็นใจเขาใจเรา เราจะไม่ตัดสินคนอื่นด้วยสิ่งที่เราเห็นด้วยตาเพียงอย่างเดียว มันหลากหลายไปถึงขั้น เราร้องว้าย เพราะกะเทยแต่งหญิงไปคบกับทอม ร้องว้ายเพราะมันแปลกใหม่สำหรับเรา เราว้ายได้เพราะเราไม่ได้เข้าไปถึงใจเขาใจเรา ถ้าเราเจอเรื่องแปลกโลดโผนโจนทะยาน อย่างผู้ชายคบกับกะเทย แต่ผู้ชายอยู่ในสถานะของการเป็นรับ และกะเทยที่มีงูอยู่ในสถานะที่เป็นรุก เราคงร้องว้ายถ้านั่นเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเรา แต่ถ้าเรามองอีกสเต็ปหนึ่งเข้าไปถึงใจเขาใจเรา แล้วเราไม่ได้ว้ายอะไร แปลว่าเรายกระดับจิตใจของเราได้สูงมากจริงๆ เพราะว่าเราไม่ได้ตัดสินคนอื่นจากใจของเรา

 

 

 

คาดหวังกับผลงานในรูปแบบภาพยนตร์ไว้ขนาดไหน

เพชร: ไม่กล้าหวัง (หัวเราะ) คาดหวังลึก ๆ ว่าคนที่เคยชื่นชอบเรา เคยรักเรา เคยได้รู้จักกับเราตั้งแต่ซีรีส์ ซีซั่น 1 และ 2 นี้ แล้วยังสนับสนุนเราได้ในรูปแบบภาพยนตร์เนี่ย แค่นี้ผมก็แฮปปี้แล้วนะ

เต๋อ: ตอนแรกที่ผมได้อ่านบท ก็รู้สึกว่าตลกมาก ไม่มีช่วงไหนที่ควรพลาดเลยครับ ก็ขอเตือนด้วยความหวังดี ถ้ามีปัญหากับหูรูดทวารหนัก หรือหูรูดปัสสาวะก็ตาม ให้เตรียมผ้าอ้อมเข้าไป เพราะว่ามันอาจจะเล็ดตอนที่คุณกำลังขำได้ หรือเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเดินออกไปจากโรงเพื่อเข้าห้องน้ำแล้วพลาดอะไรไป

ปิงปอง: ก็คาดหวังเพราะเป็นผลงานที่เราตั้งใจ มีพี่คนหนึ่งมาจับมือหนู แล้วบอกว่า “ปิงปอง หนูเล่นกับแม่ชมเหรอ แม่พี่อายุ 80 กว่า แต่เขาจะให้พี่พาไปดูในโรงหนังแม้ว่าข้อเข่าจะไม่ดี อยากไปดู อยากตลก อยากไปดูชมพู่ อยากไปดูเด็ก ๆ เล่นกัน” เราก็รู้สึกว่ามีพลังมาก แค่ทีเซอร์ออกมา 1  นาที มีผลตอบรับแบบนี้ก็ดีใจ อยากบอกว่าไม่ผิดหวังแน่นอน อยากให้ทุกคนซื้อตั๋วเข้าไปดูกันค่ะ

ก่อนจากกันคุณเต๋อบอกกับ OK! ว่าในทศวรรษ 50 นั้น เกย์ มีความหมายว่า แฮปปี้ แต่ด้วยเหตุผลกลใดคงต้องไปค้นคว้ากันต่อว่าทำไมคำนี้ถึงกลายมาเป็นคำเรียกของเพศทางเลือก อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพยนตร์เรื่องตุ๊ดซี่ส์ & เดอเฟค คงไม่เพียงเกิดมาเพื่อสร้างความสนุกสุขสันต์จากความแซ่บซ่าเรียกเสียงหัวเราะให้กับประชาชนชาวไทยส่งท้ายปี แต่ยังทำหน้าที่ในการเปิดประตูเพื่อสร้างความเข้าใจและมอบรอยยิ้มให้กับเหล่า LGBTQ+ ในอนาคต แบบที่เกิดขึ้นกับนักแสดงของเรานั่นเอง

 

 

 

นายแบบ: เผ่าเพชร เจริญสุข, ธงชัย ทองกันทม, รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์

เสื้อผ้า รองเท้า: COS , CK Calvin Klein, คอลเล็กชั่นส่วนตัวสไตลิสต์ และนักแสดง

สไตลิสต์: ศุภะกิจ หุนารักษ์

ผู้ช่วยสไตลิสต์: สาธิมา ลิมปกาญจน์เวช

ช่างภาพ: ทินกร วงเบญจศิลป์

ผู้ช่วยช่างภาพ: ธนพร พิกุล, ธีรภัทร รัตนกุลชัยอนันต์

สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

เรื่อง : กะรัต

นักศึกษาฝึกงาน: พรประภา อรียวิวัฒน์

สถานที่: Quaint Bangkok โทร.0-2714-1998

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

เปิดวาร์ป พัคยูชอน บินล่วงหน้ามาเมืองไทยครึ่งเดือน! ก่อนนัดเจอทุกคน 25 ม.ค.
เซอร์ชา โรแนน ถ่ายทอดพลังหญิงที่ไม่จำเป็นต้องมีไว้รักเท่านั้นใน Little Women

เซอร์ชา โรแนน ถ่ายทอดพลังหญิงที่ไม่จำเป็นต้องมีไว้รักเท่านั้นใน Little Women

หนังเรื่องไหนที่มีชื่อของนักแสดงสาวหน้าตาน่ารักเซอร์ชา โรแนน เป็นหนึ่งในนักแสดงแล้วล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าเราจะได้เห็นฝีมือทางการแสดงที่ล้ำลึกของเธอเสมอ [...]

READ MORE