TURNING POINT

TURNING POINT

พ้อยท์-ชลวิทย์ มีทองคำ ฮอตสุดในบท โดม บัลลังก์เมฆ

แม้จะต้องปะทะฝีมือกับนักแสดงรุ่นพี่ฝีมือฉกาจที่มาพร้อมพลังการแสดงล้นเหลือหลายคนในละครเลื่องชื่อ บัลลังก์เมฆ ที่สร้างมากี่เวอร์ชั่นก็ได้รับความสนใจจากผู้ชมทั้งนั้น แต่พ้อยท์-ชลวิทย์ มีทองคำ นักแสดงสายเลือดใหม่ของค่ายเอ็กแซ็กท์ก็แจ้งเกิดได้สวยในบท ‘โดม’ แฟนหนุ่มของปานวาด (รับบทโดยเชอรีน-ณัฐจารี หรเวชกุล) ลูกสาวสุดที่รักของปานรุ้ง (รับบทโดย อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล) ที่นอกจากจะทำให้ผู้ชมอินจัดจนเรียกพ้อยท์เป็น โดม บัลลังก์เมฆ อย่างติดปากแล้ว ยังจุดกระแสคู่จิ้นโดม-ปานวาด ให้เชียร์กันอีกด้วย

 

โอกาสที่ต้องคว้าไว้

ด้วยความที่พ้อยท์เป็นคนตัวสูง จึงมีคนชวนให้ไปเดินแบบตั้งแต่ตอนอยู่เชียงใหม่แล้ว เดินแบบตามห้างทั่วไปจนมีคนสนใจเรียกเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จากนั้นก็ได้เดินแบบตามงานแฟชั่นวีค ถ่ายแบบนิตยสาร (แล้วโอกาสในการเป็นนักแสดงเข้ามาตอนไหน) ตอนนั้นพี่ที่รู้จักโทรมาบอกว่ามีคนเรียกไปแคสต์ละครพรุ่งนี้ แต่ผมยังอยู่เชียงใหม่ จึงบอกว่าไปไม่ได้หรอก พี่เขาก็ด่ากลับมา (หัวเราะ) ว่าโอกาสไม่ได้หาง่าย ๆ คนเขาต้องการโอกาสเยอะแยะ พอมีโอกาสทำไมไม่คว้าไว้ วันรุ่งขึ้นผมนั่งเครื่องมากรุงเทพฯ เพื่อเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของเอ็กแซ็กท์เลย ไม่คิดอะไรแล้ว เพราะโดนด่าไปแล้ว หลังจากเรียนการแสดงอยู่ปีกว่า ๆ ผมก็ได้เล่นละครเรื่องแรก

เรียนรู้ที่จะพัฒนาจากประสบการณ์

ตอนเล่นละครเรื่องแรก ธิดาแดนซ์ ผมร้องไห้เลย (หัวเราะ) เพราะโดนผู้กำกับด่า บล็อกกิ้งผิด ทุกอย่างเลย คือไม่รู้ว่าการทำงานในกองถ่ายเป็นอย่างไร การแสดงให้กล้อง 3 ตัวจับภาพทำอย่างไร หรือการมีอารมณ์ร่วมในการแสดงเป็นอย่างไร สิ่งที่เรียนมาเป็นเทคนิคที่ดึงมาใช้ได้นะ แต่พออยู่หน้าเซ็ตจริง ๆ กลับมืดแปดด้านไปหมด ใช้เวลาปรับตัวอยู่ประมาณเดือนหนึ่ง จริง ๆ สำหรับผมถือว่านานนะ เพราะผมเป็นพระเอก วันหนึ่งต้องถ่ายประมาณ 30 ฉากได้ แต่หลังจากกลับไปนั่งทำการบ้านก็เริ่มเข้าใจว่าตัวละครคิดอย่างไร พอเข้าใจปุ๊บ บทมาแบบไหนก็พูดได้หมด (แสดงว่าตอนนั้นปัญหาคือพ้อยท์ยังจับจุดตัวละครไม่ได้) ใช่ครับ แล้วก็มีปัญหาเรื่องการพูดด้วย เพราะพ้อยท์ติดพูดในคอ คือพยายามพูดเสียงดังแล้วนะ แต่ถ้าพูดเสียงดังก็กลายเป็นตะโกน พอเรื่อง อนิลทิตา ก็ฝึกออกเสียง ร ล แต่ก็ยังไม่ชัดอยู่ดี ส่วนเรื่อง ยีนเด่น ก็ช่วยเรื่องมุมกล้อง

 

Nov15_024_03

ปรับอารมณ์รับบทดราม่าหนักใน บัลลังก์เมฆ

ต้องปรับเยอะมากครับ เพราะเหมือนเราติดคาแร็กเตอร์แบบนั้นไปแล้ว บางทีจำว่าเล่นเรื่อง ยีนเด่น แบบนี้ดีแล้ว แต่จริง ๆ ไม่ใช่ มันดีแค่สำหรับตัวละครนั้น พอมาเล่นเรื่อง บัลลังก์เมฆ พี่สันต์ (สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับ) จะติว่าไม่เอาเด็กไป หรือให้พูดโทนเสียงอีกแบบดีกว่า ก็ค่อย ๆ สอน เพราะมันปรับยากนะครับ ใช้เวลาประมาณเดือนหนึ่งเหมือนกัน ที่เหลือคืออินคาแร็กเตอร์ (คิดว่าบท ‘โดม’ คลิกกับพ้อยท์ตรงไหน ถึงทำให้คนดูอินว่าพ้อยท์คือโดมจริง ๆ) อย่างแรกคือเรื่องรักแม่ อย่างที่สองคือเรื่องรักผู้หญิง ผมรู้สึกแบบนั้นนะ เพราะเวลาผมรักใครก็รักจริง เป็นไปไม่ได้ว่าผู้ชายจะไม่เจ้าชู้ แต่ถ้าเจอคนที่ใช่ก็พร้อมจะหยุด

ดาวรุ่งที่ผู้จัดต้องการตัว

เรียกว่างานยุ่งกว่าเมื่อก่อนดีกว่าส่วนใหญ่เป็นละครตอนนี้มี 2 เรื่องคือ สลักจิต กับ ในเล่ห์เสน่หา มีคิวถ่ายทั้ง 7 วัน (คาแร็กเตอร์แต่ละเรื่องเป็นอย่างไร) เรื่อง สลักจิต ผมว่ายากสำหรับผมนะ เพราะด้วยความที่เป็นพีเรียดแล้วพ้อยท์ยังติดพูดไม่ชัด ก็เลยมีปัญหาบ้าง จริง ๆ บททั้ง 2 เรื่องจะคล้าย ๆ กัน ต่างกันแค่ยุคสมัยและชนชั้นซึ่งบทที่ได้รับในเรื่องนี้เป็นผู้ชายกวน ๆ ที่หลงรักผู้หญิงชื่อจอย แล้วก็ตามจีบ จนสุดท้ายมารู้ว่าคนที่อยู่ข้าง ๆ ดีกว่า ปกติผมเคยเล่นแต่ละครปัจจุบันที่รู้แค่ความต้องการของตัวละครว่าจะเข้าไปทำอะไรแล้วก็ทำ แต่ละครพีเรียดจะกำหนดให้เราซึ่งยากกว่า ไม่ว่าจะเรื่อง การลงรถ ถอดแว่น รวมถึงอะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะอย่างนั้นเลยคิดว่าเรื่อง ในเล่ห์เสน่หา น่าจะง่ายกว่า

ความตั้งใจของนักแสดงที่ถูกจับตามอง

จริง ๆ พ้อยท์ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งหรืออะไรก็ตาม แต่สิ่งที่ตั้งใจคืออยากเล่นละครแต่ละเรื่องที่ได้รับโอกาสให้สมบทบาท สมความตั้งใจของทุกคนที่ตั้งใจสร้างละคร เรื่องนั้นขึ้นมาผมคิดแบบนี้มากกว่า ไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องไปสูงหรือมีงานมากขนาดไหน (มีบทไหนที่อยากเล่นเป็นพิเศษไหม) ถ้าเป็นไปได้ พ้อยท์อยากลองเล่นเป็นตัวร้ายนะ เพราะเราเป็นนักแสดง ก็อยากลองเล่นร้ายบ้าง ดีบ้าง ถ้าไม่ OK! เขาคงดึงกลับมาดีเหมือนเดิมมั้ง แต่ถ้า OK! ก็คงไปทางนั้น ผมว่าตัวแสดงทุกตัวต่างก็มีบทบาทสำคัญเหมือนกันหมดนะ

 

Nov15_024_02 

ชื่อ: พ้อยท์-ชลวิทย์ มีทองคำ | วันเกิด: 11 มิถุนายน พ.ศ.2535 | น้ำหนัก: ไม่ได้ชั่งเลย ไม่รู้ผอมลงเท่าไร เอาที่ชั่งล่ำสุดแล้วกัน 80 กิโลกรัม | ส่วนสูง: 190 เซนติเมตร | กินอะไรถึงได้สูง: เมื่อก่อนดื่มนมแทนน้ำเลย วันละ 2 แกลลอน แม่ต้องซื้อเก็บไว้ในตู้เย็น แล้วก็เล่นบาสฯ ว่ายน้ำ เตะฟุตบอล ออกกำลังกายปกติเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป | นิสัย: เป็นคนตลก กวน ๆ ชอบทำให้คนรอบข้างหัวเราะ | ส่วนของร่างกายที่ชอบและไม่ชอบ: ผมชอบร่างกายตัวเองทั้งหมด ยกเว้นก้น ตอนนี้ไม่ค่อยมีปัญหาแล้ว แต่เมื่อก่อนพ้อยท์น้ำหนัก 89-90 กิโลกรัม เอวเล็กนะ แต่ก้นเป็นกะละมังเลย พอโดนสั่งให้ลดน้ำหนัก ก้นเล็กลง แล้วทุกอย่างก็หลวมไปหมด | สิ่งที่ทำจนติดเป็นนิสัย: ร้องเพลงไม่เพราะนะ แต่ชอบร้องเพลง | งานอดิเรก: เล่นดนตรี ดูหนัง | สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดหลังเป็นนักแสดง: รายได้ แล้วก็มีคนรู้จักมากขึ้น | นักแสดงที่อยากร่วมงานด้วยที่สุด: จริง ๆ ผมอยากเล่นละครกับเจษ (เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์), อ้น (กรกฎ ตุ่นแก้ว), ลิลลี่ (ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ) หรือใครก็ได้ เรื่อง บัลลังก์เมฆ ผมอุตส่าห์ได้เล่นกับเจษแล้ว แต่ไม่ได้เจอกันเลย เจอกันได้แต่มองหน้า แล้วก็แยกย้าย อยากมีซีนเล่นด้วยกัน | สเตตัสหัวใจตอนนี้: ว่างครับ | สเปคผู้หญิง: ให้เขาเป็นตัวของเขาเอง แล้วไปชอบนิสัยเขาดีกว่า | สัญญาณที่บ่งบอกว่าพ้อยท์กำลังอินเลิฟ: นั่งยิ้ม | มุกจีบหญิงที่ใช้ได้ผลเสมอ: ไม่ค่อยมีมุก จะไปแซว ๆ กวน ๆ ชวนคุยมากกว่า ถ้าเป็นสมัยเด็กจะเดินผ่านหน้าห้องเขา เพราะคิดว่าตัวเองหล่อ แล้วเขาต้องมองเรา สักพักก็เดินผ่านอีก เดินทั้งวัน (หัวเราะ)

 

 

Credit:

OK! 257 ฉบับเดือนสิงหาคม 2558

Comments

comments

okmagazine

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

เช็กระดับความสนิทของคู่จิ้นสุดป๊อปบิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลและ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร พร้อมอัพเดทผลงานล่าสุด “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” (I told sunset about you) ซีรีส์แนว  Romantic Coming of Age ที่จะทำให้แฟนๆ ได้อินทะลุจอกันอีกครั้ง!
คูเปอร์-ภัทรพสิษฐ์ ณ สงขลา และปอย-กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช คู่จิ้นมาแรงที่ฮอตทั้งหน้าตาและความสามารถ