By

Fb-Button

ณ โรงแรม อมันปุรี รีสอร์ท ภูเก็ต ทีมงาน OK! ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นสู่วิลล่าส่วนตัวของ มร.อาร์จุน วานี่ย์ ( Mr.Arjun Waney) บุรุษผู้อยู่เบื้องหลังร้านอาหารระดับโลกที่อยู่บนจุดสูงสุดแห่งรสนิยม อย่าง Zuma, La Petite Maison, Arts Club, Roka และ Coya ที่น้อยครั้งนักจะเปิดประตูต้อนรับคนแปลกหน้า บุรุษวัย 75 ปีคนนี้ยังดูแข็งแรง มีบุคลิกที่อบอุ่นแต่ก็น่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน “ปกติผมไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ที่ไหนหรอกนะครับ” คุณวานี่ย์บอกกับเรา ซึ่งก็เป็นอย่างที่เขาว่า เพราะนับตั้งแต่ได้ขึ้นปกนิตยสาร Businessweek ในยุค 80 และการให้สัมภาษณ์นิตยสาร Newsweek ที่ขนานนามให้เขาเป็น ‘The Returanteur’ หรือผู้เชี่ยวชาญในการทำร้านอาหาร ก็น้อยครั้งที่เราะจะได้เห็นเขาตามหน้านิตยสาร

มร.อาร์จุน วานี่ย์ เกิดที่การาจี ประเทศปากีสถานในปัจจุบัน ในรุ่นปู่ย่าครอบครัวของเขาเป็นผู้มีอันจะกินจากธุรกิจอู่ต่อเรือ แต่เมื่อปากีสถานแยกออกจากอินเดีย และชาวมุสลิมขับไล่ชาวฮินดู ทำให้ครอบครัวของเขาต้องย้ายไปอยู่ที่บอมเบย์ในฐานะผู้อพยพด้วยเงินติดตัวเพียงไม่กี่พันดอลลาร์ สู้ชีวิตจนกระทั่งได้เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ สหรัฐอเมริกา และในที่สุดเขาก็พบลู่ทางในการทำธุรกิจนำเข้าและร้านค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุค 60และต้น 70 ชื่อ Cost Less รวมไปถึงบริษัทตัดเย็บเสื้อผ้า ในชื่อ Beebas ในยุค 70 ซึ่งต่อมาได้ขายต่อให้กับ J.C. Penneys บริษัทแฟชั่นชื่อดัง

รายได้มหาศาลอาจจะทำให้หลายคนคิดที่จะเกษียณตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อคุณมีอายุมากแล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับเขาคนนี้ คุณวานี่ย์ตัดสินใจเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าเขาโทรไปจองโต๊ะที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังและที่นั่นมักจะเต็มเสมอ นี่เองเป็นที่มาของเครือร้านอาหาร Zuma ที่มีอายุเพียง 16 ปี แต่ทำรายได้มากกว่า 200 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว

ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งที่ทีมงาน OK! มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนบุคคลที่ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนหลายสำนักว่า ‘Media-Shy’ ในบรรยากาศเป็นกันเอง บนพื้นที่ที่แสนจะเป็นส่วนตัวในวิลล่าที่ภูเก็ตแห่งนี้

_M5A0427

ทำไมคุณถึงตัดสินใจมาซื้อบ้านพักตากอากาศที่ภูเก็ตครับ
จริงๆ แล้วผมเคยมาที่ภูเก็ตเมื่อหลายปีก่อนครับ ผมชอบเมืองไทยอยู่แล้ว ชอบทุกอย่างทั้งวัฒนธรรม เสน่ห์ของผู้คน คนไทยเป็นคนสุภาพ ใจกว้าง และเป็นนักบริการที่ดีมาก ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าผมเป็นนักท่องเที่ยว ผมก็จะใช้บริการคนไทย เพราะมีความอ่อนน้อมและสุภาพนี่ล่ะ ส่วนเหตุผลที่ผมเลือกซื้อวิลล่าที่อมันปุรีเพราะเพื่อนๆ และครอบครัวผมมีวิลล่าอยู่ที่นี่ด้วย ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่เราตัดสินใจได้ง่ายมาก

 

คุณทำร้าน Zuma ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แน่นอนว่าคุณต้องมีเพื่อนเป็นเซเลบริตี้อยู่หลายคน คุณเคยเปิดวิลล่านี้ให้เซเลบริตี้คนไหนมาพักบ้างไหม

มีดาราเซเลบริตี้หลายคนที่ผมได้พบที่ Zuma เพราะที่นั่นมีชื่อเสียงมากในลอนดอน อย่างลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, เลดี้ กาก้า, เพเนโลเป ครูซ และจอร์จ คลูนี่ย์ เราต้อนรับคนมีชื่อเสียงแทบทุกคืน แต่ก็แค่ทักทายกันเฉยๆ ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ส่วนที่จะเรียกว่าเป็นเพื่อนก็คงจะเป็นกวินเน็ธ พัลโทรว์ เธอเป็นหุ้นส่วนของผมที่ Arts Club อยู่ด้วย 5% ซึ่งก่อนหน้าที่จะหย่ากับคริส มาร์ติน พวกเขาก็เคยวางแผนจะมาที่นี่พร้อมกับลูกๆ และตั้งแต่บียอนเซ่และเจย์ ซี มาภูเก็ต ทั้งคู่ก็บอกว่าที่นี่สวยมากๆ ผมว่าผมอาจจะชวนพวกเขามาพักที่นี่

 

บ้านของคุณอยู่ย่านไหนของลอนดอน

บ้านของผมอยู่ด้านหลังของห้างฮาร์วี่ย์ นิโคลส์ ในย่านที่แพงที่สุดของอังกฤษ ผมมีสัญญาเช่าที่นั่น 150 ปี เพราะว่าในอังกฤษ อสังหาริมทรัพย์บางแห่งเจ้าของเขาจะไม่ขายให้ใครเลย คุณต้องจ่ายอย่างน้อยล้านปอนด์เพื่อมีสิทธิ์อยู่ 150 ปี อีกข้อที่ผมเลือกอยู่นั่น เพราะแม่ของผมเคยอยู่ที่นั่น ซึ่ีงผมก็ต้องไปดูแลท่านจนท่านเสียชีวิต แล้วก็ต่อเติมห้องอยู่ต่อจนถึงทุกวันนี้ อีกอย่างก็คือที่ตรงนั้นอยู่ใจกลางลอนดอน สะดวกในการเดินทางไปร้านอาหาร Zuma เดินแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้ว ผมจะไปที่ร้าน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และถ้าจะไป Arts Club ก็ขับรถไปแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง

 

เราทราบมาว่าร้าน Nobu (ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง) เป็นที่มาให้คุณคิดจะเปิดร้าน Zuma จริงไหมครับ
จริงครับ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว ผมจะรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่โทรไปจองโต๊ะที่ Nobu แล้วพนักงานจะบอกว่าโต๊ะเต็มแล้วๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เป็นวันครบรอบวันแต่งงานของผม ผมโทรไปจองโต๊ะแล้วก็เต็มอีกเหมือนเดิม ผมโกรธมาก เลยบอกเขาไปว่าเดี๋ยวผมจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นของตัวเอง ก็เลยเป็นที่มาของร้าน Zuma ทุกวันนี้ Zuma มีทั้งหมด 8 สาขาทั่วโลก สาขาล่าสุดคือที่นิวยอร์ก ขนาด 22,000 ตารางฟุต ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของเรา ผมว่าที่นั่นดีกว่า Nobu เสียอีก

 

เราทราบมาว่าก่อนหน้านี้คุณทำธุรกิจอื่นมาก่อน และเพิ่งมาทำธุรกิจร้านอาหารเมื่อ 16 ปีที่แล้วนี่เอง ยากไหมกับการเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แถมร้านอาหารของคุณก็ประสบความสำเร็จทุกร้านเสียด้วย
ไม่ยากนะ ผมรู้ว่าการวางยุทธศาสตร์ทางธุรกิจเป็นอย่างไร ผมเก่งเรื่องตัวเลข ผมเข้าใจการตลาด เข้าใจโลจิสติกส์ อีกอย่างครอบครัวผมทำธุรกิจหลายอย่าง ผมได้เรียนรู้มามากจากประสบการณ์เหล่านั้น ผมคิดว่าผมเป็นคนมีเทสต์เรื่องอาหาร ถ้าอาหารจานนี้ไม่อร่อย มันก็จะไม่ไปอยู่ในเมนู ไม่มีใครบอกผมได้ว่าอาหารนี้รสชาติดีหรือไม่ จนกว่าผมจะได้ลองชิม และตัดสินว่ามันสมควรเข้าไปอยู่บนเมนูของเราหรือเปล่า ถ้า 16 ปีที่แล้วผมสานต่อธุรกิจเดิม ผมคงไม่ประสบความสำเร็จเท่านี้ เรียกว่าช่วงเวลา 16 ปีทีี่ผ่านมาของผมเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดทีเดียว

_M5A0442

คุณคิดว่าอะไรทำให้ Zuma ประสบความสำเร็จ
เพราะเราใช้วัตถุดิบที่มีความสดใหม่ และมีคุณภาพมากๆ เราจ่ายเงินมหาศาลสำหรับหัวหน้าเซฟ และเชื่อว่าพนักงานร้านเราได้เงินเดือนมากกว่าร้านอื่นๆ ในความคิดผมคุณภาพอาหารและรสชาติอาหารที่ดีนั้นสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยล่ะ ลำดับต่อมาพนักงานต้องมีคุณภาพ นี่รวมถึงการตกแต่งร้านต้องทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลูกค้ามาแล้วต้องมีความสุข สนุกสนาน ได้พูดคุยกัน ผมคิดว่าสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ถ้าอาหารของคุณไม่ดีแค่วันเดียวลูกค้าก็จะไม่กลับมาที่ร้านของคุณอีก และบรรยากาศก็ต้องดูดีอยู่เหนือกาลเวลา ไม่ใช่ว่าสวยแค่เห็นครั้งแรกเท่านั้น อย่าง Zuma ที่ลอนดอนเปิดมาแล้ว 16 ปี แต่ก็ยังได้รับความนิยมและมีลูกค้าเก่าเข้ามารับประทานอาหารตลอด

 

ทำไมถึงเลือกมาเปิดร้าน Zuma ที่กรุงเทพฯ
เพราะว่าเพื่อนของผมเป็นเจ้าของเครือไมเนอร์ กรุ๊ป (มร.วิลเลี่ยม ไฮเนคกี้) เขาถามว่าอยากจะเปิดร้านในโรงแรมของเขาไหม ซึ่งพื้นที่ที่เขาให้เราเปิดก็ดีมากๆ ตอนนี้ร้านไม่ได้ประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย แต่ก็เริ่มทำกำไรแล้ว

 

เราทราบมาว่า Arts Club ที่คุณเป็นเจ้าของเป็นหนึ่งในคลับที่มีชื่อเสียงมากอยู่ที่ในย่านเมย์แฟร์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของลอนดอน ช่วยเล่าเรื่องที่นั่นให้เราฟังหน่อยได้ไหมครับ
ที่นั่นเป็นคลับที่บอกรับสมาชิกแค่ 500 คนเท่านั้น คุณต้องจ่ายค่าสมาชิก 3,500 ปอนด์ต่อปี ถือว่าเป็นค่าบำรุงรักษาอื่นๆ และจะได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างจากคลับ ดังนั้นคนที่จะมาที่ Arts Club ต้องจ่ายเงินและต้องรอให้มีสมาชิกที่ออกก่อนถึงจะรับสมาชิกใหม่ได้ ขั้นตอนก็คือคุณต้องส่งเรซูเม่มาให้ทางคลับพิจารณา ดูประวัติ พื้นเพ การงาน และรอตอบรับประมาณ 1-3 เดือน ต่อให้คุณรวยเป็นพันล้านแล้วเอาเงินมาให้เราก็เข้าไม่ได้ถ้าประวัติของคุณไม่ดี ที่นี่เป็นคลับที่มีความเป็นส่วนตัวมากๆ ครับ เรามีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีสุดๆ ถ้าคุณดูจากลิสต์รายชื่อจะเห็นว่ามีแต่คนที่มีชื่อเสียง อย่างบ๊อบ ไดมอนด์ (ผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร Barclays), เจย์ ซี, บียอนเซ่ และยังมีอีกหลายๆคน อกจากนี้เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ พระสวามีของควีนอลิซาเบธ ยังเป็นองค์อุปถัมป์ของคลับเราอีกด้วย ส่วนเจ้าชายแฮรี่ก็มาที่นี่อยู่หลายครั้งทีเดียว ชั้นล่างของ Arts Club จะเป็นร้านอาหาร ห้องนั่งเล่นที่มีนักพูดชื่อดังจากทั่วโลกมาบรรยายให้คุณฟัง ส่วนชั้นใต้ดินจะเป็นคลับ ซึ่งกวินเน็ธ พัลโทรว์ เป็นคนดีไซน์ ที่นี่จะมีดนตรีสดทุกคืน ช่วง 3 ทุ่มจะเป็นคอนเสิร์ตแจ๊ส หลังจาก 5 ทุ่ม จะเป็นคอนเสิร์ตร็อก

 

คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อ Newsweek เรียกคุณว่า Restauranteur

ผมรู้สึกภูมิใจที่คนบอกว่าผมเป็นคนทำร้านอาหารที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในธุรกิจร้านอาหาร ที่สำคัญมันไม่ได้เป็นร้านอาหารแบบฟาสต์ฟู้ดเสียด้วย และไม่ได้มีหลายหุ้นส่วนเหมือนบริษัทอื่น คนที่มาสัมภาษณ์ผม ผมก็ไม่เคยบอกให้เขาเขียนถึงผมว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ พอเขารู้จักผม เขาก็เขียนอย่างที่เขาอยากจะเขียน ผมอายุปูนนี้แล้ว คงไม่อยากมีชื่อเสียงหรือต้องการประชาสัมพันธ์ตัวเองแล้วล่ะ การที่เขายกย่องผมแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมครับ

 

ภรรยาของคุณ (จูดิธ วานี่ย์) ได้สนับสนุนคุณในเรื่องส่วนตัวและการงานอย่างไรบ้าง
เธอช่วยให้ผมเดินบนน้ำได้ ผมล้อเล่นน่ะ เธอรักผม และรู้ว่าเงินส่วนใหญ่ที่ได้มาจากงานที่เราทำนั้น จะนำไปช่วยเหลือเด็กตาบอดที่อินเดีย เธอรู้ว่าตอนเด็กๆ ผมจนมาก ซึ่งตอนนี้เรามีเงินแล้ว เราก็นำเงินไปให้คนที่ไม่มี เรื่องนี้ทำให้เธอมีความสุขมากครับ

_M5A0389

คุณช่วยเล่าชีวิตช่วงนั้นให้เราฟังหน่อยได้ไหม
ครอบครัวของผมมาจากปากีสถาน รุ่นปู่ย่าของผมเรามีอู่ต่อเรือที่นั่นเรียกว่าพอจะมีฐานะอยู่บ้าง จนกระทั่งปากีสถานแยกจากอินเดีย พวกเราเป็นฮินดู ในขณะที่ปากีสถานเป็นมุสลิม พวกเขาก็ขับไล่เราออกมา พ่อตัดสินใจอพยพไปอยู่ที่บอมเบย์โดยมีเงินเพียงไม่กี่พันเหรียญเท่านั้น พอโตขึ้นผมก็ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเบิร์กลี่ย์ แคลิฟอร์เนีย ช่วงนั้นผมจนมาก ต้องทำงานถึง 3 งานต่อวัน ทำทั้งงานล้างจาน กวาดพื้น ขัดห้องน้ำ จนกระทั่งเรียนจบผมก็เกิดไอเดียทำธุรกิจขายปลีก พอดีช่วงนั้นมีร้านขายปลีกแห่งหนึ่งประสบความสำเร็จมากที่ซานฟรานซิสโก ผมเลยคิดว่าจะเปิดร้านขายปลีกคล้ายๆ กันแต่ไปเปิดอีกฝั่งของประเทศ ผมเลยเปิดที่นิวยอร์ก พอเริ่มทำมันก็ประสบความสำเร็จทันที ผมนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย เวียดนาม และแอฟริกา ผมไม่ได้ร่ำรวยมาตั้งแต่เกิดหรอกครับ

 

คงไม่ง่ายเลยนะครับที่คุณจะชนะใจสาวอเมริกันอย่างคุณจูดิธได้ตั้งแต่ตอนที่ยังต้องดิ้นรนกับชีวิตแบบนั้น ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าคุณเอาชนะใจเธอได้อย่างไร
เรื่องมันยาวมากครับ เราเจอกันตั้งแต่สมัยเรียน เธอกำลังจะไปที่มิวสิกฮอลล์ในมหาวิทยาลัย ส่วนผมกำลังจะไปที่ห้องสมุด พอเห็นเธอครั้งแรกผมบอกกับตัวเองเลยว่านี่คือผู้หญิงที่ผมจะแต่งงานด้วย เธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยพบ ผมเดินไปหาเธอแล้วบอกว่าอยากไปดื่มกาแฟกับคุณจัง เธอบอกว่าให้ผมไปที่โบสถ์สิ ผมบอกว่าไม่ ผมอยากไปดื่มกาแฟข้างนอกมากกว่า จากนั้นเราก็เริ่มเดทกัน ความจริงเธอสามารถเดทกับหนุ่มอเมริกันที่มีเงินก็ได้ แต่เธอก็เลือกเดทกับผมทั้งที่ตอนนั้นผมไม่มีเงินและทำงานในระดับล่างของสังคม เธอเป็นคนที่จิตใจดีมากครับ ผมเลยคิดว่ามันเป็นเรื่องเศร้าที่เธอตกหลุมรักคนอย่างผม ผมว่าแรกๆ เธออาจจะแค่สงสารผมนะ แต่ต่อมามันก็ค่อยๆ กลายเป็นความรัก เธอคงเห็นใจเมื่อรู้ว่าผมต้องพยายามเก็บเงินส่งไปให้แม่และครอบครัวที่อินเดีย ทุกวันนี้เราแต่งงานกันมา 54 ปีแล้วครับ ตอนที่เราคบกันครอบครัวของเธอก็ไม่ค่อยพอใจ แต่หลังจากคุณพ่อเธอเสีย คุณแม่เธอก็มาอยู่กับผมตลอดมาจนกระทั่งท่านเสียชีวิต

 

แล้วเวลาที่คุณต้องเครียดกับงาน เธอช่วยแบ่งเบาความรู้สึกตรงนั้นอย่างไรครับ
ผมไม่ค่อยเครียดหรอกครับ อย่างที่บอก ผมมีคนที่รับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ แทน อีกอย่างผมไม่เคยเอางานกลับมาทำที่บ้าน ถ้ามีปัญหาผมจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่ออฟฟิศ เวลาเจอกันที่บ้าน เราก็แค่ดื่มไวน์กัน พูดคุยเรื่องต่างๆ หัวเราะกัน ผมคิดว่าในชีวิตคู่ของเราเธอโกรธผมแค่ 2 ครั้งนะครับ

 

อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกคุณมั่นคงมาถึงทุกวันนี้
ผมคิดว่าเพราะผมซื่อสัตย์กับเธอ ผมมองโลกในแง่ดี ใจดี อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ และผมคิดว่าเธอชอบที่ได้อยู่กับผมนะ

_M5A0378

คุณมีลูกกี่คนครับ
ผมมีลูกสาวคนเดียว เธอดูแลงานด้านการกุศลทั้งหมดของเรา ตอนนี้เธอทำงานในสถานพยาบาลในอินเดีย รองรับผู้ป่วยหญิงที่ป่วยในระยะสุดท้ายแต่ไม่มีเงินและไม่มีที่ไป เราก็จะให้การดูแลและให้ที่พักพิงกับเขา ปกติแล้วร้าน Zuma จะมอบเงิน 1 ปอนด์ในทุกๆ ใบเสร็จให้กับที่นี่ ทำให้ที่นี่ได้รับเงินประมาณ 75,000 ปอนด์ต่อปีจากร้าน และเรายังบริจาค 600,000-1,000,000 ปอนด์ให้กับที่นี่ทุกปีด้วย นอกจากนี้เราก็มีโครงการชื่อ Savitri Waney Charitable Trust เพื่อช่วยเหลือคนตาบอดในอินเดียด้วย

 

คุณได้แรงบันดาลใจในการทำงานการกุศลมาจากไหน
เรื่องยาวเลยล่ะ เอาแค่บางส่วนพอนะครับ คือจากคนที่ไม่เคยมีเงิน พอมีเงินมากๆ เข้า ผมใช้เงินเป็นเบี้ยเลย เข้าบ่อน เล่นพนันคืนละเป็น 10,000 ปอนด์เลยล่ะ แต่ช่วงนั้นผมก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยว จนภรรยาผมพูดว่าผมควรจะเริ่มทำบางอย่างมากกว่าจะใช้ชีวิตไปวันๆ แล้วล่ะ ต่อมาผมไปที่อินเดียแล้วได้พบกับแม่ชีเทเรซ่า ผมอยากให้เธอช่วยนำทางชีวิตผม เธอถามผมว่าผมเชื่อในพระเจ้าไหม ผมก็บอกว่าไม่เชิง เธอถามต่อว่าทำไมคุณไม่ลองนับถือคริสต์นิกายคาธอลิกดูล่ะ ผมก็บอกว่าผมไม่ต้องการแบบนั้น แล้วก็เล่าให้ฟังถึงบทกวีบทที่ผมเคยอ่านบอกไว้ว่า ‘เมื่อคุณเสียชีวิต คุณอาจจะถูกเผาที่วัด ฝังที่โบสถ์หรือที่สุเหร่า แต่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ไม่สามารถแบ่งแยกจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ที่เหมือนกันของคนเราไปได้ เพราะที่สถิตย์ที่แท้จริงของพระเจ้าคือจิตใจของมนุษย์เรานั่นเอง’ ท่านประทับใจและแนะนำว่าสิ่งที่ผมควรทำคือช่วยเหลือคนยากไร้ ผมเลยเริ่มสร้างบ้านบนพื้นที่ 40 เอเคอร์เพื่อช่วยเหลือเด็กพิการ จริงๆแล้วพื้นที่ตรงนั้นราคาแพงนะแต่ผมก็ตัดสินใจมอบมันให้กับการกุศล พอสร้างเสร็จมันทำให้ผมย้อนนึกถึงความหลังจนผมร้องไห้ออกมาเลย หลังจากนั้นแม่ชีก็ชวนผมให้ไปดูโครงการต่างๆ ของท่าน อีกหลายโครงการ แต่ผมตัดสินใจช่วยเหลือคนตาบอด เพราะต่อให้คุณมีขาข้างเดียว คุณก็สามารถเดินด้วยขาอีกข้างได้ คุณเสียมือไปหนึ่งข้าง แต่คุณก็ยังมีมืออีกข้างหนึ่ง แต่ถ้าคุณเสียดวงตาไปคุณจะไม่สามารถเห็นโลกทั้งใบได้ มันคือจุดเริ่มต้นของโครงการ Savitri Waney Charitable Trust ทุกปีผมจะบริจาคเงินให้กับการผ่าตัดสายตา โดยเลือกที่จะไม่สร้างโรงพยาบาลหรือสิ่งก่อสร้างที่แปะชื่อผมเป็นอนุสรณ์ ผมคิดว่าการสร้างโรงพยาบาลขนาด 400 เตียงอาจจะใช้เงิน 1 ล้านเหรียญ แต่เงินจำนวนเดียวกันกลับช่วยผ่าตัดผู้ป่วยได้ 40,000 คนมันน่าจะเป็นประโยชน์กว่า

_M5A0409

ถึงทุกวันนี้คุณคิดว่าชีวิตของคุณเป็นอย่างไรครับ
ต้องบอกว่ามีความสุขมากกว่าทุกคนที่ผมรู้จัก จะเรียกว่าคนที่มีความสุขที่สุดในจักรวาลก็ได้ เหมือนพระเจ้าอวยพรผม ผมมีลูกสาวที่เป็นตัวแทนผมในการทำงานด้านการกุศล ผมมีภรรยาที่ไม่ได้แคร์เรื่องเงิน และมีครอบครัวที่ยอดเยี่ยมที่สุด

 

ความหมายของคำว่าบ้านในคิดคุณคืออะไรครับ
บ้านคือสถานที่ที่คุณจะมีความสุขกับครอบครัว

 

ตอนนี้เราคุยกันในวิลล่าที่สวยงามแบบนี้ ผมอยากให้คุณช่วยย้อนถึงบ้านหลังแรกที่คุณซื้อได้ด้วยเงินของตัวเองหน่อย มันแตกต่างจากที่นี่ขนาดไหนครับ
มันเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่เราซื้อที่ซานดิเอโก ในราคา 69,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อก่อนมันมีแค่ห้องเดียวแล้วเราก็ค่อยๆ ต่อเติม ผมกับครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น จนกระทั่งลูกอายุ 12-13 ปี ผมเพิ่งขายมันไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วในราคา 2 ล้านเหรียญสหรัฐ แน่นอนครับ มันแตกต่างจากที่นี่มากเหลือเกิน

 

Facebook Comments
About the Author