CRUSH ON HIM : นาย – ณภัทร เสียงสมบุญ หนุ่มหล่อเกินห้ามใจที่ใครๆ ก็หลงรัก

CRUSH ON HIM : นาย – ณภัทร เสียงสมบุญ หนุ่มหล่อเกินห้ามใจที่ใครๆ ก็หลงรัก

ปล่อยฟีโรโมนให้ทุกคนตกหลุมรักทั่วประเทศ สำหรับนาย – ณภัทร เสียงสมบุญ ซึ่งเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนักแสดงสาวเจ้าบทบทหมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งตอนนี้โตเป็นหนุ่มเต็มตัว ที่สำคัญยังหล่อเกินห้ามใจอีกด้วย แม้กระแสของนายจะกำลังมาแรงจนฉุดไม่อยู่ แต่เขาก็ขอเลือกเรื่องเรียนมาก่อน!!

002

วัยซนของนาย
ตอนเด็กๆ ผมตัวดำมาก อ้วน ผมหยิก ขี้เหร่มั้งครับ เมื่อก่อนไม่สนใจอะไร ไม่ห่วงหล่อ ซนมาก วีรกรรมเยอะ (หัวเราะ) ชอบปีนหลังคาเล่นกับเพื่อนๆ พอวันหนึ่งเริ่มโตขึ้นจนหลังคารับน้ำหนักไม่ไหวก็ทะลุลงมาเป็นรูโบ๋เลย แต่ไม่เป็นอะไรมาก แค่ขำแพลงนิดหน่อย ผมเป็นเด็กกิจกรรมเยอะตั้งแต่เด็ก เพราะอ้วนมาก แม่ก็ให้ เล่นกีฬา โตมาเลยเป็นนักกีฬา เล่นได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟ ฟุตบอล ว่ายน้ำ เทนนิส หรือต่อยมวย

จากเด็กอ้วนสู่หนุ่มหล่อ
ผมว่าตอนเด็กๆ ก็ไม่ได้กินเยอะมากนะ ตอนอำยุ 10-11 ขวบ แม่พาไปตรวจสารอาหารว่าแพ้อะไรบ้าง พอรู้ก็หยุดกินไป 6 เดือน มันก็ยุบพอดี บวกกับตอนนั้นอยู่ในช่วงที่ตัวกำลังยืดและเล่นกีฬาเยอะด้วย (ไม่ใช่เพราะอยากหล่อจึงลดความอ้วนหรือ) ไม่ครับ ผมไม่สนใจเรื่องนั้นเลย (หัวเราะ) ส่วนตัวผมเป็นคนลุยๆ ทุกวันนี้ยังโดนแม่ด่าอยู่เลยว่าไม่ดูแลตัวเอง ผมมาเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้นในช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เพราะแม่เน้นย้ำว่าถ้าดูแลร่างกายได้ดีก็จะสามารถทำอะไรได้อีกเยอะ (ช่วงนั้นเริ่มมีสาวๆ มากรี๊ดกร๊าดบ้างหรือยัง) ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แต่ผมเป็นคนทำกิจกรรมเยอะจึงมีคนรู้จักเยอะ เวลาไปสนามกอล์ฟก็มีสังคมหนึ่ง ไปค่ายมวย ถ่ายรูป หรือเที่ยวก็มีอีกสังคมหนึ่ง เพื่อนเยอะครับ น่าจะอย่างนั้นมากกว่า

โอกาสในการเข้าวงการ
เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดเลย แค่รู้ว่าเป็นอาชีพของแม่ ผมโฟกัสเรื่องเรียนมาเป็นอันดับ 1 ตอนนี้เพิ่งอายุ 19 กำลังเรียนอยู่ปี 3 สำขำวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เพราะ สอบเทียบวุฒิเร็วกว่าคนอื่น 2 ปี เพื่อนๆ จะอายุ 20-22 กันหมด คือผมไม่ได้เป็นคนเรียนเก่ง แต่ต้องเอาตัวรอดให้ได้ในมหาวิทยาลัย จึงต้องพยายามมากกว่าคนอื่น พอได้มำลองทำงานในวงการอย่างเดินแบบ ถ่ายแบบ หรือเล่นหนังสั้น ผมว่ามันก็สนุกและเป็นโอกาสที่ดี (มีโอกาสเล่นหนังสั้นเรื่อง ไร้สิ้นสุด ได้อย่างไร) คนที่ทำหนังสั้นเรื่องนี้คือเจมี่ (จอมภัค แอนโฟเน่) ลูกของป้านก (จริยา แอนโฟเน่) เป็น เพื่อนสนิทของผม แล้วเขาต้องทำงานส่งอาจารย์ ผมเข้าใจว่าเด็กมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไรก็ช่วยเขา เรื่องนี้ต้องเล่นกับลุงนก (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) เกร็งมาก แต่ด้วยบทผมเป็นมือปืนมือใหม่ ดูอ่อนๆ ก็เลยพอได้

สุภาพบุรุษลูกแม่หมู พิมพ์ผกา
แม่จะสอนให้ผมเป็นสุภาพบุรุษ ไม่รังแกผู้หญิง คอยช่วยเหลือคนอื่นในเวลาที่เขาต้องการ ถามว่าเป็นคนอ่อนโยนไหม…คงนิดๆ มั้ง (หัวเราะ) อาจเข้าใจนิสัยของผู้หญิงดีนิดหนึ่ง ถ้าสงสัยอะไรก็จะถามแม่ (มีสาวๆ ให้เทคแคร์เยอะไหม) ผมมีเพื่อนเยอะทั้งผู้ชายและผู้หญิงหลายกลุ่ม แล้วก็ติดเพื่อนมาก ขี้แกล้งด้วย แต่ไม่ได้รังแกนะครับ แกล้งแซวอะไรแบบนี้ (การมีคุณแม่เป็นดารามีผลอย่างไรกับชีวิตนายบ้าง) ตอนนี้ผมชินแล้ว เพราะเวลาไปไหนจะมีคนมองและเข้ามาขอถ่ายรูปตั้งแต่เด็ก ความจริงก็ไม่มีผลอะไรมาก นามสกุลก็เป็นแค่นามสกุล มันไม่ได้ตัดสินว่าผมจะเป็นอย่างไร การกระทำและทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวผมเอง

คลุกคลีกับชีวิตในกองถ่ายตั้งแต่เด็ก
ผมว่ามันเป็นข้อดีนะที่ผมมีชีวิตวัยเด็กไม่เหมือนคนอื่นเลย เมื่อก่อนผมจะชอบตามแม่ไปกองถ่ายมาก ไป ขอทีมงานขึ้นเครนจนได้แผลเต็มตัวเต็มหน้าไปหมด ตั้งแต่เด็กก็คลุกคลีอยู่แต่ในกองถ่าย รู้สึกสนุกมาก เหมือนได้เดินทางไปที่ใหม่ๆ และเรียนรู้หลายอย่าง ไปด้วย ทุกวันนี้ไปออกรายการ ตากล้องก็เป็นคนเดิม ทีมงานเป็นทีมเดิมกับเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ซึ่งเขายัง จำผมได้เลย (หัวเราะ)
เบื้องหลังงานโฆษณาแจ้งเกิด
โฆษณาชิ้นแรกของผมเขาติดต่อมาทางแม่ ซึ่งช่วงนั้นผมสอบเลยไม่ว่าง จนวันหนึ่งบอสเขาอยากเจอและผมว่างพอดี จึง มีโอกาสเข้าไปคุย แล้วก็ OK! ได้เล่น (ตอนถ่ายเป็นอย่างไรบ้าง) ใช้เวลาถ่าย 2 วัน วันแรกถ่ายคนเดียว ไม่ค่อยมีอะไร ส่วนวันที่ 2 ถ่ายบนรถไฟเหาะ ต้องนั่ง 80 กว่ารอบ ไม่เคยเจอประสบการณ์อย่างนี้มาก่อน แถมแดดก็ร้อนมาก ถามว่า ยากไหม…ยากมากครับสำหรับงานแรก (มันติดเรื่องอะไร) แอ็คติ้งครับ เพราะผมไม่เคยเรียนแอ็คติ้งอะไรเลย ใหม่มาก ดูแล้วก็ไม่แย่นะ แต่ผมอยากพัฒนาตัวเองให้ดีกว่านี้

เรื่องเรียนสำคัญที่สุด
ผมก็คิดเรื่องเสียดายโอกาสนะ แต่ทุกอย่างในชีวิตของเรามันไม่แน่นอน มีขึ้นก็ย่อมมีลง แต่สิ่งหนึ่งที่จะติดตัวเราไปจน วันตายคือความรู้ ซึ่งไม่มีทางหายไปไหน แล้วเป็นเหมือน อาวุธป้องกันตัว ไม่ให้เราต้องอับจน แม้จะรู้สึกเสียดายนิดหนึ่ง แต่ผมมองว่ายังไงเรื่องเรียนก็สำคัญที่สุด (ทำไมไม่ดร็อป สัก 1-2 ปีล่ะ) ผมเรียนออกแบบนิเทศศิลป์ บางวิชาถ้าไม่เรียนปีนี้ก็ต้องรออีกเป็นปี เพราะเขาจ้างอาจารย์ต่างประเทศมาสอน ตอนนี้ผมพยายามเก็บวิชายากๆ ให้หมด แล้วค่อยหาเวลาว่างมาคว้าโอกาสใหม่ (แสดงว่าต้องรอเรียนจบก่อนถึงจะเห็นนายเล่นละคร) ผมไม่รู้นะว่าแม่อยากให้พูดอย่างไร แต่คุยกัน ไว้ว่าอาจเป็นปีหน้า แล้วคงต้องเรียนแอ็คติ้งก่อน เพราะเห็นฝีมือตัวเองแล้วทนไม่ได้ (หัวเราะ)

นิตยสาร OK! ฉบับ 249 8 พฤษภาคม 2558

Comments

comments

okmagazine

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

รู้จักว่าที่นางเอกร้อยล้านคนใหม่ ‘ออกแบบ ชุติมณฑน์’ จากหนังฉลาดเกมส์โกง

รู้จักว่าที่นางเอกร้อยล้านคนใหม่ ‘ออกแบบ ชุติมณฑน์’ จากหนังฉลาดเกมส์โกง

  เป็นกระแสดังชั่วข้ามคืนกับ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ หนังไทยจากค่าย [...]

READ MORE
ร็อคโค ริตชี่ ให้กำลังใจคุณพ่อกาย ริตชี่ โปรโมตหนังใหม่ที่นิวยอร์ก

ร็อคโค ริตชี่ ให้กำลังใจคุณพ่อกาย ริตชี่ โปรโมตหนังใหม่ที่นิวยอร์ก

  กาย ริตชี่ คุณพ่อผู้กำกับกำลังมีผลงานกำกับหนังเรื่องล่าสุด [...]

READ MORE