ทำความรู้จักกับหนุ่มฮอตเบอร์ล่าสุด โมสต์ วิศรุต หิมรัตน์

ทำความรู้จักกับหนุ่มฮอตเบอร์ล่าสุด โมสต์ วิศรุต หิมรัตน์

หลังจากแจ้งเกิดจากบทจ้อย ในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ก็ทำให้ โมสต์ วิศรุต หิมรัตน์ กลายเป็นหนุ่มฮอตเบอร์ล่าสุดของวงการจนเจ้าตัวต้องบินด่วนกลับมาจากการเรียนที่อเมริกา พร้อมกับคิวตารางแน่นเอี๊ยดตลอด 7 วัน  เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้จักเขาในหลายแง่มุม ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับเขาใน Special Interview ฉบับเดือนพฤษภาคม เราได้นำบทสัมภาษณ์บางส่วนมาเรียกน้ำย่อยคุณผู้อ่านกันก่อน และบางคำถามก็มีแต่เฉพาะในนี้เท่านั้นด้วย

รู้สึกอย่างไรกับฉายา อยุธยาคิวท์บอย

รู้สึกดีครับ เวลาที่โลกโซเชียลเขาตั้งฉายาอะไรให้ หมายถึงเราทำงานตรงนั้นแล้วคนเขาจำได้ คนเขาเราเห็นจริงๆ

แล้วคิดว่าตัวเองเป็นคิวท์บอยไหม

ไม่เลยครับ (หัวเราะ) น่าจะเป็นคนมึนๆ มากกว่า

ยอดฟอลโลว์ที่เพิ่มขึ้นจาก 140,000 มาเป็น 700,00 ภายในระยะเวลา 2 อาทิตย์หลังจากละครออกอากาศ เป็นแรงผลักให้เรากลับมาด้วยหรือเปล่า

ก็ด้วยนะครับ พอมันขึ้นมาขนาดนี้แล้ว ผมก็มีความกลัวว่าไม่อยากจะเสียมันไป ซึ่งเราไม่อยากกลัวเลย แต่มันก็กลัว (หัวเราะ)  อีกอย่าง ไหนๆ คนก็ตามเราแล้ว เราก็ควรจะใช้โอกาสตรงนี้นำเสนอตัวตนให้ได้มากที่สุด

ตอนไปอเมริกาไปด้วยความรู้สึกแบบไหน แล้วตอนกลับมา กลับมาด้วยความรู้สึกแบบไหน

ตอนไปอเมริกา ผมไปด้วยความรู้สึกว่าเรากำลังจะไปเริ่มทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ตอนนั้นรู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าชีวิตที่ปราศจากงานแสดงจะเป็นอย่างไร เพราะตอนที่ทำอาชีพนักแสดง ผมไม่เคยที่จะหยุดคิดเลย ไม่ว่าจะเป็นเวลาเลิกงาน กลับบ้าน เดินไปตามถนน สัญชาติญาณทำให้เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา แต่สิ่งใหม่ที่กำลังจะไปเรียนรู้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เพียงแต่รู้สึกว่าถึงเวลาที่จะต้องทำอย่างอื่นบ้าง เพื่อเป็นการหาลู่ทาง สร้างความมั่นคงและมั่นใจให้กับชีวิตและคนในครอบครัว  จะเรียกว่าเรายุติการเป็นนักแสดงเลยก็ได้ เพราะตอนนั้นผมทำงานในวงการมานานแล้ว แต่เหมือนเราวิ่งวนอยู่กับที่ ผมตอบคำถามในก้าวต่อไปของตัวเองไม่ได้ รู้สึกเคว้งคว้าง ในที่สุดก็บอกตัวเองว่าพักก่อนดีกว่า เราคงจะตามฝันอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เลยตัดสินใจไปเรียนต่อ และเลือกไปเมืองพอร์ตแลนด์

ที่ผมเลือกไปเรียนที่นั่นเพราะเป็นเมืองที่ปลอดภัย ไม่มีภาษี แล้วคนฝั่งนี้คนจะน่ารักกว่าคนฝั่งนิวยอร์ก เลยคิดว่าที่นี่เหมาะกับการเริ่มต้นและฝึกภาษาหรือใช้ชีวิตในอเมริกา ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นประมาณ 7 เดือน แล้วละครบุพเพสันนิวาสก็พาผมกลับมา ตอนกลับผมกลับมาด้วยความรู้สึกดีใจที่งานเรามีคนเห็น ชื่นชอบ แล้วรู้สึกเซอไพรส์เพราะไม่คิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะได้เห็นตัวเองในละครที่มีคนพูดถึงเยอะขนาดนี้ ซึ่งตอนนี้ก็มีแต่คนเรียกผมว่าจ้อยครับ หมายถึงจ้อยประสบความสำเร็จ แต่โมสต์เนี่ย ยังไม่รู้ครับ (หัวเราะ) เพราะตอนนี้ก็ยังมีเรื่องราวของละครบุพเพสันนิวาสออกมาอย่างต่อเนื่อง  เลยไม่มั่นใจว่าจ้อยหรือผมกันแน่ที่แฟนๆ เขาอยากรู้จัก

เราว่าคนอยากรู้จักทั้งจ้อยและโมสต์นั่นแหละ และตอนนี้โมสต์ก็ดังมาก ทำให้คนอยากรู้จักทุกๆ เรื่องรวมถึงทรงผมทรงนี้ของคุณด้วย

ผมทรงนี้ผมตัดเองครับ เพราะค่าตัดผมที่นั่นแพงก็เลยพกปัตตาเลี่ยนไปด้วย แล้วก็ตัดเองตลอดเลย สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องช๊อคตอนอยู่พอร์ตแลนด์คือค่าเงิน (หัวเราะ) ตอนไปถึงแรกๆ ผมนี่ผอมซูบเลย เพราะว่าไม่กล้าใช้เงิน อาหารกล่องหนึ่งที่ซื้อตามรถเข็นขายอาหาร ราคาต่ำสุดจะอยู่ที่ 7-7.5 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 200-250 บาท ต่อหนึ่งมื้อก็ถือว่าแพงสำหรับผม เพราะอยู่เมืองไทย เราใช้จ่ายประหยัด มื้อหนึ่งกินหรูสุดประมาณ 100-150 บาทถ้ากินข้าวที่โรงอาหารมหาวิทยาลัยไม่เคยใช้ถึง 50 บาทเลย ซื้อข้าว น้ำหวาน ขนม ครบ แต่ถ้ากินข้างนอกข้าวหนึ่งจานอย่างต่ำก็ 50 บาท วันไหนกินเยอะหน่อยก็ 2 จาน 100 บาท รวมน้ำก็เพิ่มเงินอีกนิดหน่อยเองครับ วิธีแก้ความตกใจตอนนั้นคืออาศัยกินข้าวกับโฮสต์ เพราะมันรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายรายเดือนที่จ่ายเขาไปหมดแล้ว พอเรียนเสร็จก็รีบกลับไปกินข้าวที่บ้าน แต่อยู่ไปสัก 3-4 เดือนก็เริ่มปล่อยวางได้ คิดว่าจะมาเทียบเงินที่เมืองไทยกับเงินที่อเมริกาไม่ได้ ก็เลยสบายใจขึ้น

ตอนนี้นอกจากเป็นขวัญใจของสาวๆแล้ว ก็ยังเป็นขวัญใจของชาวสีม่วงด้วย รู้สึกอย่างไรบ้าง

ตั้งแต่ผมโตมา ผมก็เจอเรื่องนี้กับตัวเองมาตลอดครับ  เคยมานั่งคิดเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไรถึงไปคลิกกับเขาได้ขนาดนี้ ผมเจอจนบางทีมันกลายเป็นการคุกคามเลยครับ (หัวเราะ) ตอนเล่นเรื่องน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ใหม่ๆ  มีวันหนึ่งผมถ่ายงานเสร็จแล้วก็นั่งรถไฟฟ้ากลับ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมานั่งคุยกับผมในรถไฟฟ้าและขอเบอร์ผมเลย ผมก็บอกว่า พี่ครับ ผมไม่ใช่นะครับ ผมก็บอกว่าผมเป็นนักแสดงนะครับพี่ เขาก็พูดไม่ดีใส่ผม ผมเสียใจมาก น้ำตาปริ่มเลย เพราะเราทำอะไรไม่ได้  แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วมันคือความพอใจของเขา และเราก็ได้แต่ปลงครับ และตอนนี้ก็เข้าใจเรื่องนี้ดีเลยล่ะ (หัวเราะ)

ติดตามบทสัมภาษณ์ที่จะทำให้รู้จักโมสต์มากขึ้นใน OK! ฉบับเดือนพฤษภาคมนี้

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่ๅ

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ฝันไม่ไกลเกินเอื้อมของ HyeongseopxEuiwoong ดูโอน้องใหม่จากเกาหลี

ฝันไม่ไกลเกินเอื้อมของ HyeongseopxEuiwoong ดูโอน้องใหม่จากเกาหลี

ไม่รู้ว่าเรามาถึงในจุดที่เอ็นดูศิลปินเหมือนลูกได้อย่างไร บางครั้งก็ไม่ใช่ด้วยอายุ แต่เป็นความรู้สึกที่อยากจะเห็นพัฒนาการของเขาในทุกๆ ก้าว [...]

READ MORE
แพงทั้งตัว! ออกแบบ ชุติมณฑน์ กับลุคหลักล้าน เฉิดฉายบน พรมแดงเมืองคานส์ ครั้งแรกในชีวิต!