8 เทคนิคการใช้ “AirPods 2” ของมันจะมี ต้องใช้ให้สุด!

หลังจากทิ้งช่วงห่างจากรุ่นแรกถึง 2 ปี ในที่สุด AirPods 2 หูฟังไร้สายรุ่นล่าสุดจาก Apple ก็วางจำหน่ายบน Apple Online Store ในช่วงที่ผ่านมาเสียที โดยการกลับมาครั้งนี้ แม้ดีไซน์ภายนอกจะคงเดิม แต่ประสิทธิภาพภายในได้เพิ่มเติมดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นชิพตัวใหม่ Apple H1 ที่ช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานให้ใช้ได้นานขึ้น เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้เร็วกว่า ทั้งยังช่วยให้สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri ง่ายดายกว่าเดิม ในส่วนของเคสก็ได้ออกแบบมาให้เลือก 2 รุ่น ทั้งแบบที่สามารถรองรับการชชาร์จไร้สายได้ พร้อมมีไฟ LED แสดงสถานะ ขณะที่รุ่นชาร์จปกติก็มาพร้อมข้อเสนอที่น่าสนใจในราคาที่ถูกกว่า…

AirPods เจนเนอเรชั่น 2 เปลี่ยนจากชิพรุ่นก่อน Apple W1 มาเป็น Apple H1 ทำให้ใช้งานได้นานขึ้น โทรนานต่อเนื่องได้ 3 ชม. ฟังเพลงได้นานสูงสุด 5 ชม. การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ก็เร็วกว่าเดิมราว 30% ลดความหน่วงกวนใจระหว่างเชื่อมต่อที่หลายคนอาจเคยเจอจากรุ่นก่อน

นอกจากนี้ ในรุ่นนี้ยังได้อัปเดตกันเรียกใช้งาน Siri ผ่านเสียงได้ง่ายดายขึ้นจากเดิม ทั้งยังรองรับ Fast Charge เพียงชาร์จ 15 นาที ก็สามารถใช้งานต่อได้อีก 3 ชม. (สำหรับฟังเพลง) และคุยสายได้นานขึ้นอีก 2 ชม.  ซึ่งสำหรับรุ่นที่เคสรองรับการชาร์จไร้สายนั้น มาในราคา 7,790 บาท ขณะที่รุ่นชาร์จปกติมีราคาอยู่ที่ 6,500 บาท ซึ่งถือว่าถูกกว่ารุ่นก่อน

นอกเหนือคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว AirPods 2 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ และหากเราไม่อยากรู้สึกพลาดอะไรไป นี่คือ 8 เทคนิคที่เราควรรู้และใช้ให้เป็น

1. ใช้งานหูฟังข้างเดียวได้ 

airpods-how

เราไม่จำเป็นต้องใช้หูฟังทั้งสองข้างพร้อมกันให้เปลืองแบต แต่สามารถหยิบ AirPods 2 เพียงข้างใดข้างหนึ่งสำหรับการโทรหรือฟังเพลงได้ จากคุณสมบัติของฟีเจอร์ Automatic Ear Detection ซึ่งเปิดใช้เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว จึงช่วยทั้งเรื่องการประหยัดแบตหูฟังอีกข้างและสะดวกต่อการใช้งานในบางกิจกรรมด้วย

2. สีไฟ LED บอกสถานะที่ต่างกัน

สำหรับไฟ LED ในเคสแบบชาร์จไร้สาย ไม่ได้สว่างขึ้นเฉพาะตอนเปิดฝาเท่านั้น แต่จะมีการเปลี่ยนสีบอกสถานะต่างๆ ให้ผู้ใช้ได้ทราบแตกต่างกัน โดย…

ไฟสีเขียว : ชาร์จเต็มแล้ว ไฟสีเหลืองนวล :  แบตใกล้หมด ไฟสีเหลืองนวล (กระพริบ) : ตั้งค่า AirPods อีกครั้ง

ไฟสีขาว (กระพริบ) : พร้อมจับคู่อุปกรณ์อื่น

3. เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ Apple ได้

airpods-setting

ไม่เพียงเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Apple ต่างๆ เช่น Apple Watch, iPhone, iPad, Mac, Apple TV เท่านั้น แต่ AirPods ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นที่รองรับ Bluetooth ทั้ง Android และ PC ได้ เพียงเก็บหูฟังใส่เคส เปิดกล่องและกดปุ่มด้านหลังค้างไว้ จนไฟสีขาวกระพริบ จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ อย่างไรก็ตามอย่าลืมเปิด Bluetooth ในอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อด้วย

4. แค่แตะหูฟัง หรือพูดกับ Siri ก็สั่งงานได้ง่ายๆ แต่ต้องตั้งค่าก่อน

หลายคนอาจพอทราบมาก่อนแล้วว่า AirPods 2 สามารถควบคุมการเล่นเพลงได้ เพียงแตะหูฟัง 2 ครั้งติดกัน หรือกระทั่งสั่งงานด้วยเสียงกับ Siri โดยไม่ต้องแตะอุปกรณ์ใดเลย เพียงพูดว่า “หวัดดี Siri” ตามด้วยคำสั่งเสียง ทั้งนี้ ด้วยค่าเริ่มต้นที่ตั้งมา หรือการตั้งค่า Siri ที่ไม่สมบูรณ์ จึงอาจทำให้การสั่งงานเสียงกับ Siri หรือการสั่งงานแบบแตะสองครั้งกับหูฟัง ไม่สามารถเป็นไปอย่างที่เราต้องการได้ เราจึงจำเป็นต้องตั้งค่าทั้งสองส่วนก่อน

  1. สำหรับการตั้งค่าการสั่งงานด้วยเสียงกับ Siri แบบไม่ต้องแตะอุปกรณ์ใดๆ ขณะใช้หูฟัง ทำได้โดยการเข้าไปที่ ตั้งค่า และเลือกที่ Siri & Search (Siri และการค้นหา) จากนั้นเปิดใช้งานส่วนของ Listen for “หวัดดี Siri” (ฟัง “หวัดดี Siri”) และพูดตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ ทางที่ดีเราขอแนะนำให้เปิดใช้งานส่วนของ Allow Siri When Locked (อนุญาต Siri ขณะล็อคอยู่) ร่วมด้วย เพื่อสะดวกแก่การสั่งงาน แม้เครื่องล็อคไปแล้ว เมื่อเสร็จสิ้นการตั้งค่า เพียงเท่านั้นเราก็สามารถสั่งงานด้วยเสียง โดยไม่ต้องแตะอุปกรณ์ได้ เพียงขึ้นต้นว่า “หวัดดี Siri” ตามด้วยคำสั่งเสียงที่ต้องการ
  2. ขณะที่การสั่งงานด้วยการแตะหูฟัง 2 ครั้ง (Double-Tap) ทำได้โดยการเชื่อมต่อหูฟังกับโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth จากนั้นแตะ ไอคอนตัว i หลังชื่อ AirPods และทำการตั้งค่าหูฟังข้างซ้ายและขวา ด้วยการเลือกลูกศรขวามือ ซึ่งจะนำไปสู่ตัวเลือกทั้ง 5 ได้แก่ Siri, เล่น/หยุด, แทร็คถัดไป, แทร็คก่อนหน้า และปิด จากนั้นเลือกตามที่ต้องการ สำหรับหูฟังแต่ละข้าง โดยการจะสั่งงานแต่ละครั้งจะต้องแตะสองครั้งติดกันที่หูฟังก่อนตลอด รวมถึงการสั่งงานด้วยเสียงของ Siri กรณีที่สั่งงานเสียงเพียวๆ ไม่สำเร็จ เราก็สามารถใช้การแตะ 2 ครั้งที่หูฟังเป็นอีกวิธีสั่งงาน Siri ได้โดยตรง อย่างไรก็ตามบางคำสั่งอาจต้องเปิดใช้งานอินเตอร์เน็ตร่วมด้วย

5. เปลี่ยนชื่อ AirPods ได้

ง่ายๆ เพียงเข้าไปที่ตั้งค่า Bluetooth แล้วเลือกที่ ไอคอนรูปตัว i หลังชื่อ AirPods จากนั้นตั้งชื่อในส่วนของ Name (ชื่อ) เท่านี้ก็ได้ชื่อใหม่ของ AirPods ในแบบของเราแล้ว

6. หา AirPods ได้ผ่านแอปฯ Find My iPhone 

ไม่ใช่แค่ iPhone หรือ Apple Watch ที่เราสามารถเชื่อมต่อและส่งสัญญาณเรียกหาเวลาหาไม่เจอ หรือค้นหาเวลาหายผ่านแอปฯ Find My iPhone แต่ AirPods 2 ก็สามารถทำได้เหมือนกัน ผ่านฟีเจอร์ Find My AirPods ซึ่งรวมอยู่ในแอปฯ Find My iPhone บนอุปกรณ์ที่มี iOS 10.3 ขึ้นไป [เพิ่มเติมที่ คู่มือของ Apple] อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย หลังใช้เสร็จควรทำความสะอาดและเก็บเข้าเคสให้เรียบร้อย อุ่นใจกว่า

7. ฟังชื่อสายเข้า โดยไม่ต้องดูจอโทรศัพท์

นอกจากจะแจ้งเตือนเมื่อสายเข้าแล้ว หากเราไม่ได้พกโทรศัพท์กับตัว เราก็สามารถตั้งค่าให้ AirPods บอกชื่อคนที่โทรเข้ามาได้ผ่านฟีเจอร์ Announce Calls เพียงเข้าไปที่ ตั้งค่า ของโทรศัพท์ จากนั้นเข้าไปที่ Phone (โทรศัพท์) แล้วเลือก Announce Calls (การอ่านชื่อสายเรียกเข้า) ซึ่งจะมี 4 ตัวเลือก ได้แก่ Always (เสมอ), Headphones & Car (หูฟังและรถ), Headphones Only (หูฟังเท่านั้น) และ Never (ไม่เลย) ซึ่งสำหรับการฟังชื่อเมื่อสายเข้าใน AirPods เราขอแนะนำให้เลือกแบบ Headphones & Car (หูฟังและรถ) หรือ Headphones Only (หูฟังเท่านั้น) แล้วแต่ลักษณะการใช้งานของแต่ละคน

8. เช็คแบตได้ผ่านจออุปกรณ์ iOS 

สามารถดูปริมาณแบตเตอรี่ AirPods ได้ ระหว่างการเชื่อมต่อกับ iPhone หรืออุปกรณ์ iOS อื่นๆ 3 วิธี…

  1. เพียงเปิดเคสขณะที่มีหูฟังอยู่ จากนั้นหน้าต่าง AirPods พร้อมปริมาณแบต ก็จะเด้งขึ้นมาบนหน้าจอทันที
  2. ถามด้วยเสียงผ่าน Siri ว่าแบตเหลือเท่าไร Siri ก็จะตอบกลับมา
  3. เพิ่มวิตเจ็ต Batteries ที่หน้าจอ แล้วปัดขวาที่หน้าจอทุกครั้ง เมื่อต้องการดูแบตอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ รวมทั้ง AirPods

อย่างไรก็ตาม ในเจอเนอเรชั่นที่ 2 นี้ ไม่เพียงส่งเคสพร้อมหูฟังออกจำหน่ายในเซตปกติเท่านั้น แต่ในอเมริกามีการจำหน่ายเคสแบบชาร์จไร้สายแยกเฉพาะในราคา 79 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,600 บาท) ดังนั้น ใครที่ใช้ AirPods รุ่นก่อนแต่อยากอัปเดตเคสเป็บแบบชาร์จไร้สายที่มีไฟ LED ก็ทำได้เพียงจ่ายเพิ่มในราคาไม่ถึงครึ่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการประกาศจำหน่ายเคสแยกแต่อย่างใด

และนี่ก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับ AirPods 2 ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาดที่จะได้ลองสัมผัสกัน อย่างไรก็ตาม AirPods 2 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ สามารถหาซื้อได้แล้วบน Apple Online Store : www.apple.com/th/airpods/