จากหนุ่มออฟฟิศสู่ศิลปินดัง เส้นทางชีวิตที่มาไกลเกินฝันของ คาลัม สกอตต์

จากหนุ่มออฟฟิศสู่ศิลปินดัง เส้นทางชีวิตที่มาไกลเกินฝันของ คาลัม สกอตต์

สุดพิเศษสำหรับผู้อ่าน OK! เมื่อค่ายเพลง Universal Music Thailand พาเราบินลัดฟ้าไปยังสิงคโปร์ เพื่อสัมภาษณ์ คาลัม สกอตต์ นักร้องหน้าใหม่ชาวอังกฤษ ซึ่งมี Exclusive Fan Session in Singapore อะคูสติกโชว์ที่นั่นกับคลื่นวิทยุดังเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คาลัมเป็นศิลปินเจ้าของเสียงสูงอันเป็นเอกลักษณ์วัย 29 ปี เป็นที่รู้จักจากการร้องเพลง “Dancing on My Own” ของโรบิน ศิลปินหญิงชื่อดังชาวสวีเดน ในรายการดังทางโทรทัศน์ Britain’s Got Talent ซีซั่นที่ 9 ในปี 2015 ได้ไพเราะจับใจ จนเขาเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลส์ได้เลย (ในขณะที่เจด น้องสาวที่เข้าร่วมการแข่งขันด้วยตกรอบ) และแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้คว้าชัยชนะในซีซั่นนั้น แต่ออร่าของความเป็นสตาร์ได้ฉายแสงมาที่คาลัม หลังเข้าประกวดในรายการนี้ เขามีโอกาสออกซิงเกิล “Dancing on My Own” ในเวอร์ชั่นเปียโนบัลลาดของตัวเอง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นทั้งในแง่คำวิจารณ์และยอดจำหน่าย พร้อมกับโอกาสในการทำอัลบั้มแรกในชีวิต Only Human เพลงฮิตจากอัลบั้มก็เช่น “Dancing on My Own”, “Rhythm Inside” และ “You Are the Reason” ที่คาลัมโชว์เสียงร้องได้ไพเราะสุดๆ แม้ว่าศิลปินหนุ่มจะเปิดตัวว่าเป็นเกย์หลังจากจบการแข่งขัน Britain’s Got Talent ไม่นาน แต่แฟนๆ ก็ยังคงสนับสนุนงานเพลงและเสียงร้องคุณภาพของเขาเสมอมา จากที่แต่ก่อนเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา มาวันนี้ชีวิตของคาลัมเปลี่ยนไปตลอดกาล กับการเป็นศิลปินที่ได้ทำงานเพลงที่ตัวเองรักและเดินสายโปรโมตเพลงทั่วโลก ถึงขนาดเจ้าตัวยังบอกว่าโอกาสทำให้ชีวิตของเขามาไกลอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

 

คาลัม สกอตต์ นักร้องหนุ่มเจ้าของเสียงมีเอกลักษณ์

กับเส้นทางชีวิตที่มาไกลเกินฝัน

 

ก่อนอื่นต้องถามว่าเวที Britain’s Got Talent เปลี่ยนชีวิตคุณไปมากน้อยแค่ไหน

เวทีนี้เปลี่ยนชีวิตผมอย่างแท้จริง แต่ก่อนผมเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ทำหน้าอยู่หน้าจอคอมฯ มาประมาณ 6-7 ปี แต่ตอนนี้ผมกลับมาอยู่ในจุดที่ได้เป็นนักร้อง ได้ทำงานเพลงที่ตัวเองรัก และผมคิดว่านี่เป็นงานที่ผมอยากทำไปตลอดชีวิต

 

 

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากให้คำแนะนำอะไรกับตัวเองในฐานะผู้เข้าแข่งในรายการ และอยากให้คำแนะนำอะไรแก่ผู้ที่เข้าแข่งขันในรายการประกวดร้องเพลงบ้าง

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมคงไม่ขอเปลี่ยนแปลงอะไรจากการเข้าแข่งขันใน Britain’s Got Talent ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมสติแตกมาก เพราะผมก็เป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่จู่ๆ ก็มีผู้คนนับล้านทั้งในห้องส่งและทางบ้านหันมาดู ถามว่าอยากให้คำแนะนำอะไร ผมคงแค่บอกตัวเองว่าจงตั้งใจเข้าไว้ เดี๋ยวมันก็ OK! ล่ะ ไม่เป็นไรหรอก จงสนุกกับทุกช่วงเวลาในตอนนั้น สำหรับผู้ที่อยากแข่งขันในรายการประกวดร้องเพลง ผมอยากแนะนำว่าถ้าการร้องเพลงคือความฝันและสิ่งที่คุณหลงใหล จงทุ่มเทกับมันอย่างเต็มที่ จงเชื่อมั่นในตัวเอง จงสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่คุณรัก อย่าหยุดที่จะก้าวตามความฝัน แล้ววันหนึ่งความฝันของคุณก็จะเป็นจริงครับ

 

ทุกวันนี้คุณยังตื่นเต้นเวลาจะขึ้นโชว์บนเวทีอยู่ไหม

แน่นอน ทุกวันนี้ผมก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ขึ้นโชว์ เพราะผมทุ่มเทให้กับทุกๆ โชว์ของตัวเองแบบเต็มร้อยเสมอ ไม่ว่าผมจะร้องต่อหน้าคนดูเพียง 10 คนหรือมากนับหมื่นคนก็ตาม ผมเลยมักตื่นเต้นก่อนขึ้นโชว์ตลอด แต่ผมก็ชอบความรู้สึกแบบนั้นนะ เพราะมันเหมือนคอยเตือนตัวเองว่าให้ทำโชว์ออกมาให้ดีที่สุด

 

 

ช่วยเล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กของคุณให้เราฟังหน่อยสิ

ชีวิตวัยเด็กของผมธรรมดามาก ผมเกิดและเติบโตในเมืองฮัลล์ซึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอังกฤษ พ่อแม่เลี้ยงผมมาแบบเด็กธรรมดา ตอนเด็กๆ ผมอินกับการเล่นสเกตบอร์ด ขี่จักรยาน BMX ไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆ ชอบชีวิตวัยเด็กของตัวเองมากทีเดียว แต่พอโตเป็นวัยรุ่น ผมก็เริ่มต้องรับมือกับเรื่องเพศสภาพของตัวเอง มีปัญหากับการค้นหาว่าตัวตนที่แท้จริงของเราเป็นอย่างไร เมื่อมาถึงตอนนี้ ผมคิดว่าตัวเองโชคดีที่สามารถพูดถึงเรื่องราวเหล่านั้นได้ผ่านงานเพลงของตัวเอง ใช้ดนตรีเป็นเครื่องเยียวยาหัวใจจากเรื่องต่างๆ และผมพยายามจะมอบแรงบันดาลใจดีๆ ให้แก่แฟนๆ ผ่านงานเพลง เพราะผมสูญเสียเวลาในช่วงวัย 20 ไปกับความวิตกกังวลเรื่องเพศสภาพของตัวเอง แต่ในความยากลำบากและความรู้สึกแย่ๆ นั้น ผมก็ค้นพบความสงบของจิตใจได้ เลยอยากอินสไปร์ผู้คนที่ต้องเจอปัญหาแบบผมให้ได้ค้นพบความสงบทางจิตใจครับ

 

 

เรื่องยากที่สุดของการทำ Only Human อัลบั้มแรกของคุณคือเรื่องอะไร เพลงไหนคือเพลงโปรดของคุณ

การทำอัลบั้มนี้เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก มันคือความฝันที่เป็นจริง ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมีโอกาสได้แต่งเพลงในอัลบั้มด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าผมได้มีส่วนร่วมในการแต่งเพลงทุกเพลงในอัลบั้มแรกในชีวิต จะว่าไปเรื่องยากของการทำอัลบั้มนี้คือการที่ผมต้องคัดเลือกเพลงจากที่เขียนไว้ประมาณ 70 เพลง ให้เหลือเพียง 13 เพลง เพื่อนำมาไว้ในอัลบั้ม นี่น่าจะเป็นเรื่องยากที่สุดแต่ก็เป็นปัญหาที่ดีในการทำอัลบั้มนะ (หัวเราะ) ผมใช้เวลาทำ Only Human ราว 1 ปีครึ่งได้ ที่ต้องใช้เวลาเยอะหน่อย เพราะนี่เป็นอัลบั้มแรกและผมอยากมั่นใจว่าทำมันออกมาได้ดีที่สุด ทุกเพลงล้วนเป็นเพลงพิเศษสำหรับผม เพราะเรื่องราวเป็นส่วนตัวมากๆ ส่วนเพลงโปรดน่าจะเป็นเพลง “You Are the Reason” นะ เพราะมันบอกเราว่าความรักชนะทุกสิ่ง ผมรู้สึกว่าเพลงนี้มอบข้อความดีๆ ที่ผมอยากแชร์ให้แฟนเพลงทั่วโลกได้รับรู้ครับ

 

 

 

หลายเพลงของคุณค่อนข้างโรแมนติกทีเดียว ปกติคุณเป็นคนโรแมนติกไหม เรื่องโรแมนติกที่สุดที่เคยทำให้คนที่คุณรักคืออะไร

ผมเป็นคนโรแมนติกมากๆ เลยล่ะ ส่วนเรื่องโรแมนติกที่สุดที่ทำยังไม่มีนะ เพราะตอนนี้ผมยังโสดอยู่ แต่ก็ต้องบอกว่าผมเป็นคนอ่อนไหวง่ายมาก ในอนาคตถ้าผมมีความรัก แน่นอนว่าความรักจะเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต เป็นสิ่งที่ผมพร้อมทุ่มเทเวลาให้ และเป็นอะไรที่ผมจะทะนุถนอมครับ

 

เพลง “Dancing on My Own” ในเวอร์ชั่นของคุณประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก คุณชอบอะไรของเพลงนี้เป็นพิเศษ

ผมคิดว่าเพลงนี้ของโรบินเป็นเพลงที่เข้าถึงได้ง่ายมาก ด้วยเหตุนี้ผมจึงมุ่งมั่นที่จะแต่งเพลงที่คนฟังเข้าถึงได้ง่ายที่สุดแบบเพลงนี้มาตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าตัวเองมีโอกาสได้เขียนเพลงในอัลบั้ม สิ่งดีที่สุดที่คุณสามารถมีร่วมกับแฟนเพลงได้คือการทำเพลงที่ทำให้พวกเขาฟังแล้วรู้สึกได้ว่ามันเป็นอย่างไร แล้วลิงค์กับเรื่องราวในชีวิตของพวกเขาเอง เพลงจะเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์ของคุณกับแฟนเพลงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับเพลง “Dancing on My Own” คือเพลงพูดถึงความรักที่ไม่สมหวัง ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าความรักที่ไม่สมหวังเป็นอย่างไร ผมถึงเข้าถึงเพลงนี้ได้ง่ายมาก และพยายามจะสื่อเรื่องราวที่เข้าถึงง่ายให้แฟนเพลงฟังผ่านงานเพลงของผมด้วยครับ

 

 

คนแบบไหนที่จะทำให้ใจคุณเต้นตึกตักอย่างเพลง “Rhythm Inside” ได้

เพลงหนึ่งในอัลบั้มของผมชื่อ “Rhythm Inside” ซึ่งเพลงนี้ผมพูดถึงคนๆ หนึ่งที่เจอในคลับแห่งหนึ่งและไม่อาจละสายตาได้ เพลงนี้พูดถึงความรู้สึกสปาร์กและเคมีบางอย่างอันพลุ่งพล่านเวลาที่เราได้เจอใครสักคน ผมว่าการทำเพลงที่พูดถึงความรู้สึกตื่นเต้นและอาการใจเต้นตึกตักเป็นเรื่องดีนะ แม้ตอนนี้ผมจะยังไม่เจอใครที่ทำให้รู้สึกใจเต้นตึกตัก แต่ที่ผ่านมาผมก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ก็หวังว่าจะมีโอกาสได้เจอคนๆ นั้นไวๆ นะครับ (หัวเราะ)

 

 

ศิลปินคนโปรดที่อินสไปร์คุณมีใครบ้าง เพลงโปรดตลอดกาลของคุณคือเพลงอะไร

ไอดอลตลอดกาลของผมคือไมเคิล แจ็คสัน เขาเป็นศิลปินที่อยากเปลี่ยนโลกใบนี้ด้วยดนตรีของเขา ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องพิเศษมาก และผมก็อยากทำให้ได้อย่างเขา เพลงของไมเคิลที่ผมชอบนั้นมีเพียบ ทั้ง “Billie Jean”, “Smooth Criminal”, “Thriller”, “Bad”, “Dirty Diana”, “The Way You Make Me Feel” ผมชอบทุกเพลงเลย สำหรับศิลปินในยุคนี้ อะเดลเป็นหนึ่งในศิลปินคนโปรดของผม พลังเสียงของเธอนั้นสุดยอด อีกทั้งยังมีบุคลิกเฉพาะตัวที่มีเสน่ห์ เพลงของอะเดลที่ผมชอบคือ “Someone Like You”, “Chasing Pavements” รวมทั้ง “Make You Feel My Love” ที่คัฟเวอร์มาจากบ๊อบ ดีแลน

 

เรื่องไหนเกี่ยวกับเพลงที่คุณฟังที่อาจทำให้เราเซอร์ไพรส์ในตัวคุณบ้าง

ทุกวันนี้วงการเพลงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและนำเสนอวัฒนธรรมทางดนตรีที่หลากหลายจากทั่วโลก เพราะฉะนั้นเราจึงมีตัวเลือกทางด้านดนตรีที่หลากหลายให้เสพ ถ้าฟังเพลงในเพลย์ลิสต์ของผม คุณจะได้ฟังเพลงตั้งแต่เพลงของศิลปินรุ่นเก่ายังศิลปินรุ่นใหม่ อย่างพรินซ์ไปจนถึงคามิลา คาเบโย ผมรู้สึกว่าในฐานะศิลปิน การฟังเพลงครอบคลุมทุกแนวเพลงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนั่นไม่เพียงทำให้เราได้พัฒนาตัวเองในฐานะศิลปินเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้รู้จักแนวเพลงใหม่ๆ ที่ไม่ใช่สไตล์เพลงของเราด้วย

 

 

คนดังที่คุณปลื้มมีใครบ้าง ชอบส่องอินสตาแกรมของคนดังคนไหนเป็นประจำไหม

มีนะ ผมชอบคริส เฮมสเวิร์ธ ที่รับบทเทพเจ้าสายฟ้าธอร์น่ะ (หัวเราะ) ส่วนอินสตาแกรมของคนดังที่ชอบเข้าไปดูคือของวิลล์ สมิธ เขาตลกดี ผมชอบมาก แล้วก็ชอบดูอินสตาแกรมของบียอนเซ่ เธอเลิศสุดๆ รวมทั้งของบรูโน มาร์ส ด้วย

 

 

 

ข้อดีที่สุดของการเป็นศิลปินคืออะไร คุณมองตัวเองในอีก 5 ปีว่าจะอยู่ในจุดไหน

ข้อดีของการเป็นศิลปินคือการที่ผมมีโอกาสได้ทำสิ่งที่ตัวเองเฝ้าฝันมานาน และยังมีโอกาสเดินทางทั่วโลกเพราะงานเพลงของผม ได้ร้องเพลงของผมให้แฟนๆ ฟัง ผมชอบที่ได้เดินทาง ร้องเพลง และสนุกกับโมเมนต์ดีๆ กับแฟนเพลง 5 ปีต่อจากนี้ ผมก็หวังว่าจะยังคงได้ทำงานเพลงที่ตัวเองรักอยู่เหมือนเดิม แต่งเพลง เดินสายทัวร์ทั่วโลก ใช้เวลากับแฟนๆ และสนุกกับสิ่งที่ผมทำในทุกๆ วันครับ

 

[Photo Credit: Universal Music Thailand, Instagram/ calumscott, chrishemsworth]

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

 

Comments

comments

okadmin

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

ริช ไบรอัน และนิกิ ศิลปินดาวรุ่งจากอินโดนีเซีย ปล่อยเพลงใหม่ฮิปๆ มาให้ติดตาม

ริช ไบรอัน และนิกิ ศิลปินดาวรุ่งจากอินโดนีเซีย ปล่อยเพลงใหม่ฮิปๆ มาให้ติดตาม

ชั่วโมงนี้ไม่เพียงศิลปินรุ่นใหม่ของไทยอย่างลิซ่า BLACKPINK หรือภูมิ-วิภูริศ ศิริทิพย์ [...]

READ MORE
มาร์ค รอนสัน ดีเจและโปรดิวเซอร์เสน่ห์จัดจ้าน กับงานเพลงและสไตล์สุดคูล

มาร์ค รอนสัน ดีเจและโปรดิวเซอร์เสน่ห์จัดจ้าน กับงานเพลงและสไตล์สุดคูล

CHARISMATIC COOL เมื่อความช้ำรักอินสไปร์งานเพลงเคล้าดิสโก้ของดีเจและโปรดิวเซอร์เจ้าเสน่ห์ มาโยกตัวไปกับ [...]

READ MORE