HUG ME, PLEASE

November 16, 2015 at 1:48 pm  •  0 Comments

By

โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ จากเด็กเนิร์ดสู่นักแสดงสุดฮอตแห่งบ้าน GTH

โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ คือนักแสดงหนุ่มหน้าใสจากค่าย GTH ที่แจ้งเกิดจากบทเด็กนักเรียนขาลุยของแก๊งไฝว้ในซีรี่ส์เรื่อง Hormones วัยว้าวุ่น ก่อนเลื่อนขั้นเป็นนักแสดงเนื้อหอมที่ผู้กำกับหลายคนต้องการตัว เพราะนอกจากจะมีความตั้งใจเกินร้อยแล้ว ยังไม่เกี่ยงที่จะรับบทแปลกใหม่ เพื่อเป็น ตัวช่วยในการพัฒนาฝีมือการแสดงของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น บทเกย์ ในหนังเรื่อง The Blue Hour อนธการ หรือล่าสุดกับบท ‘ซัน’ รุ่นพี่ติสต์แตกในซีรี่ส์เรื่อง มาลี เพื่อนรัก…พลังพิสดาร

 

แรกเข้าวงการของเด็กเนิร์ด

สมัยมัธยมเรียนอยู่โรงเรียนราชบพิธ สายวิทย์-คณิต เป็นเด็กเนิร์ด ๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเรียน วันเสาร์-อาทิตย์ก็เรียนพิเศษตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่ค่อยมีเวลาว่างทำอย่างอื่นเท่าไร ถ้ามีก็ไปตีเทนนิส มีวันหนึ่งไปเรียนพิเศษกำลังจะกลับบ้านก็มีคนมาถามว่าสนใจแคสต์โฆษณาไหม ผมก็ไปแคสต์ ปรากฏว่าระหว่างรอ เขาก็ให้ไปเล่นมิวสิควิดีโอเพลง สุดท้ายก็ต้องยอม ของ FiFi Blake บทเป็นเด็กนักเรียนไปบอกเลิกผู้หญิงคนหนึ่ง เพื่อไปหาอีกคน งานแรกก็ตื่นเต้นและเกร็งนะ แต่ไป ๆ มา ๆ ทำได้ดี ผู้กำกับก็ OK! เขาก็ไปบอกแคสติ้งว่า ถ้าไม่ให้ผมเล่นโฆษณาคือพลาดมาก ผมเลยได้เล่นโฆษณาด้วย หลังจากนั้นทิ้งช่วงประมาณ 2-3 เดือน เพราะผมไม่มีโมเดลลิ่งเหมือนคนอื่น ก็มีทีมนาดาวบางกอกเข้ามาหานักแสดงที่โรงเรียน เขาเรียกผมไปถ่ายรูป แล้วบอกว่าถ้ามีอะไรจะติดต่อมา ซึ่งหายไปนานมาก จนคิดว่าไม่ได้แล้ว เขาโทรมาให้ไปแคสต์บท ‘ธีร์’ ในเรื่อง Hormones วัยว้าวุ่น แต่ไม่ได้ ไป ๆ มา ๆ ก็ ได้เล่นบท ‘แจ๊ค’ เพื่อนของไผ่ (รับบทโดยต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร) ในแก๊งไฝว้ ซึ่งทำให้มีคนรู้จักผมมากขึ้น (อย่างที่หลายคนรู้คือเด็กในสังกัด GTH จะมีคาแร็คเตอร์ค่อนข้างเฉพาะตัว แล้วโอบล่ะ) ผมเป็นคนเฮฮาปาร์ตี้ คือคนที่เข้ามาใหม่ ๆ จะเห็นว่าผมเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด แต่ถ้ารู้จักกันจะรู้ว่าผมพูดมาก กวน ๆ ชอบแกล้งคนนู้นคนนี้ แล้วก็ปากไม่ค่อยดีด้วย (หัวเราะ)

Nov15_036_03

บท ‘เกย์’ วัดฝีมือเด็กใหม่

ตอนนั้นพี่ย้ง (ทรงยศ สุขมากอนันต์) ผู้กำกับเรื่อง Hormones วัยว้าวุ่น โทรมาเปรยว่านี่จะมีงานให้นะ เป็นหนังสายรางวัล อินดี้ ๆ หน่อย แต่ต้องเล่นเป็นเกย์ มีฉากจูบผู้ชาย แล้วอาจมีฉากวาบหวิว ผมก็โอ้โห! แต่ด้วยความที่สนใจบทประมาณนี้อยู่แล้ว ผมจึงไปถามแม่ แม่บอกว่าแล้วแต่ลูกเลย ถ้าอยากเล่นก็ไม่ขัด แล้วก็ถามฟีดแบ็คจากคนรอบข้าง จากนั้นก็ตอบตกลงเล่นหนังเรื่อง The Blue Hour อนธการ (เวอร์ชั่นเต็มของซีรี่ส์เรื่อง เพื่อนเฮี้ยน…โรงเรียนหลอน ตอน คืนสีน้ำเงิน) เพราะพี่ย้งให้เวลาในการตัดสินใจแป๊บเดียวมาก ๆ แค่ 1 ชั่วโมง (เรียกว่าบทค่อนข้างแรงทีเดียว) การแสดงแต่ละครั้งจะมีเวิร์คช็อป เพื่อให้นักแสดงคุ้นเคยกัน แล้วรู้ว่าจะงัดทริกอะไรออกมาใช้ใน การแสดง ซึ่งคนเล่นกับผมชื่อกัน (อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) เคยเล่นหนังเรื่อง เฉือน มาก่อน เขาเก่งมาก แล้วผมก็ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องผิดหวัง จึงต้องพยายามทำการบ้านอย่างหนัก (แล้วอย่างฉากจูบล่ะ) อันนั้นมีเวิร์คช็อปก่อนครับ ตอนแรกก็เขิน ๆ แต่ด้วยความที่กันเป็นคนหน้าหวาน ผมเลยคิดว่าเป็นทอมและแสดงความรักในรูปแบบนั้นออกมา

ความท้าทายที่เปิดกว้าง

ผมไม่ค่อยปฏิเสธงานหรือเลือกมาก แล้วถ้าได้รับมอบหมายงานมาก็จะทำให้เต็มที่ ผมเคยพูดกับพี่ย้งและผู้จัดการว่าผมจะพยายามทำงานทุกงานให้คุ้มกับค่าเหนื่อยที่เขาขายงานให้ผม (แสดงว่าโอบไม่ค่อยมีขีดจำกัดในการรับงาน) การเป็นนักแสดงที่ดีควรจะเล่นได้หลายบทบาท ผมคิดอย่างนั้นมากกว่า ยิ่งถ้าเล่นแล้วคนเชื่อว่าเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ก็ยิ่งถือว่าประสบความสำเร็จด้านการแสดงในระดับหนึ่ง (นอกจากเกย์ มีบทไหนที่อยากเล่นอีกไหม) บทกะเทยครับ ผมว่าน่าสนุกดี เพราะผมเคยอยู่โรงเรียนชายล้วนมาก่อนใช่ไหม ก็จะเห็นคนกลุ่มนี้ที่แต่ละคนมีคาแร็คเตอร์จัดมาก แล้วถ้าได้ลองไปเป็นเขา มันอาจได้เรียนรู้อะไรมากกว่าที่เราเคยรู้จักเขาก็ได้ (ไม่กลัวคนติดภาพหรือ) ไม่นะ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องว่าคนจะมองผมอย่างไร ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฝีมือการแสดงของผมพัฒนามากกว่า แล้วผมก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนความคิดเขาได้ ถ้าเขาไม่เชื่อคือไม่เชื่อ อีกอย่างผมก็ไม่สามารถไปบอกทุกคนได้หมดว่าผมไม่ใช่นะ แล้วถ้าคนที่รู้จักผมจริง ๆ ก็จะรู้ว่าผมเป็นอย่างไร

Nov15_036_02

มีความสุขที่ได้ทำ

ถามว่าคาดหวังไหม ก็คาดหวังครับ แต่ไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองต้องดังอะไรขนาดนั้น ผมว่าผมมาเกินกว่าจุดที่เด็กเนิร์ดคนหนึ่งจะทำได้แล้ว ตอนนี้ผมรู้สึก OK! มาก ๆ เพราะสามารถซื้อของเองได้โดยไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ ซึ่งเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง แล้วก็โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วยการบริหารจัดการรายได้ของตัวเอง (แต่ต้องแลกกับเวลาและเหนื่อยมากขึ้นใช่ไหม) ใช่ครับ แต่ผมว่ามันสนุกดีนะ ถ้าลองมาอยู่จุดนี้จริง ๆ แม้จะเหนื่อย แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำ

Nov15_036_04

ชื่อ: โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ | วันเกิด: 2 สิงหาคม พ.ศ.2537 | ส่วนสูง: 175 เซนติเมตร | น้ำหนัก: 63 กิโลกรัม | การศึกษา: ปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ | นิสัย: เป็นคนง่าย ๆ ไม่เยอะแยะ ขี้เล่น ชอบกวนประสาทชาวบ้านไปเรื่อย ถ้าบอกว่าปัญญาอ่อนคือมาก ๆ | ระดับความเกรียน: เต็ม 10 ให้ 9.5 เลย เพื่อนสนิทผมเคยพูดว่าถ้าให้เผาเรื่องที่ผมแกล้งเขา พูดทั้งวันก็ไม่หมด | คิดอย่างไรเวลาเห็นตัวเองในกระจก: พูดตรง ๆ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไร คือตอนเด็ก ๆ ตีเทนนิสตัวดำ ๆ มีแต่คนว่าไม่หล่อ ผมเลยฝังใจ | พลังพิเศษที่อยากมี: อยากเสกให้ครอบครัวอยู่กับผมไปนาน ๆ | เพื่อนรักในค่าย GTH: น้องแบงค์ (ธิติ มหาโยธารักษ์) และพี่ท็อปแท็ป (ณภัทร โชค-จินดาชัย) | คำพูดติดปาก: น่าจะเป็น ‘เหรอ’ | เรื่องที่กำลังสนใจ: ถ้ามีเงินทุน อยากเปิดร้านไอศกรีม เพราะผมชอบกินไอศกรีมมาก | ผู้หญิงที่ทำให้ว้าวุ่น: ผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเอง ร่าเริง ผมชอบแบบไม่หมวยก็ลูกครึ่งไปเลย | ถ้าเลือกนางเอกเองได้: พี่ญาญ่า (อุรัสยา เสปอร์บันด์) ชอบมาก น่ารัก ติดตามผลงานมาตั้งแต่เรื่องแรก ๆ (เคยเจอไหม) เคยเจอเขาเดินผ่านที่งานอีเวนต์ก็พยายามไปยืนมอง แต่คนเยอะมากเลยเข้าไม่ถึง

 

Credit:

OK! 258 ฉบับเดือนกันยายน 2558

About the Author

 

Leave a Reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>