NEW YEAR, NEW YOU

NEW YEAR, NEW YOU

ปฏิวัติตนเองต้อนรับปีใหม่

เชื่อว่าทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าอะไรคือพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพและอะไรที่ไม่ แต่ประเด็นก็คือตั้งใจจริงมากน้อยแค่ไหนในการปฏิวัติตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ปีใหม่นี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพื่อตัวเองอย่างเต็มร้อย เพราะนอกจากสุขภาพของเราแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นของเราและอยู่กับเราตลอดไป และเพราะเรามีร่างกายเดียวที่ต้องอาศัยไปตลอดชีวิต เราจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีที่สุดได้นานที่สุด

 

Jan16_003_02

LAST YEAR: EAT WHAT YOU WANT

THIS YEAR: EAT WHAT YOU NEED

โภชนาการส่งผลถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของสุขภาพร่างกาย ดังนั้นถ้าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้นก็ต้องเริ่มที่อาหารการกินนี่ล่ะ ไม่ว่าปีที่ผ่านมาเราจะตามใจปากลำบากกายมาขนาดไหน ปีนี้ขอให้ตั้งต้นใหม่ด้วยปณิธานที่ว่า “กินแต่พอดี” ซึ่งคำว่าพอดีในที่นี้ใช่จะหมายถึงปริมาณเท่านั้น แต่ยังหมายถึงประเภทของอาหารด้วยว่าจำเป็นหรือไม่ และสมดุลแล้วหรือยัง เทรนด์ที่เป็นบิ๊กฮิตมากและก็ดูเหมือนว่าจะฮิตต่อไปได้อีกพักใหญ่เลยก็คือการกินอาหารแบบ Eat Clean ซึ่งคำว่า ‘Clean’ ในที่นี้ ไม่ได้พูดถึงความสะอาดของอาหารเท่านั้น แต่ยังหมายถึงประเภทอาหารที่เลือกกินนั้นควรจะเป็นอาหารแบบ Whole & Real คือมองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ผักคือผัก เนื้อไก่คือเนื้อไก่ แอปเปิ้ลคือแอปเปิ้ล อาหารสังเคราะห์ที่ผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ มามากเกินไป อาทิ ไส้กรอก หมูยอ แหนม ฯลฯ เหล่านี้คืออาหารที่ตรงข้ามกับความ Clean อย่างสิ้นเชิง

 

Jan16_003_03

LAST YEAR: SINK INTO YOUR SEAT

THIS YEAR: GET OFF YOUR SEAT

ตัวเลขของผู้ป่วยเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมยังพุ่งขึ้นไม่เลิก ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าสาเหตุนั้นคืออะไรและทางแก้ต้องทำอย่างไร ขอย้ำอีกครั้งว่าการอยู่ท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นชั่วโมงนั้นส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อที่หดตัว กระดูกและเส้นประสาทอาจผิดสัดส่วน โครงสร้างบิดเบี้ยวและทำให้เกิดโรค รวมถึงอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ตามมา ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่ควรสร้างให้เป็นนิสัย ก็คืออย่านั่งทำงานอยู่กับที่หรืออยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ทุก ๆ 1 ชั่วโมงควรลุกขึ้นมาขยับตัวยืดเส้นยืดสายบ้าง แต่ถ้าธุรกิจรัดตัวจนไปไหนไม่ได้ อย่างน้อยก็ควรต้องหมุนคอ ไหล่ และแขนอยู่เรื่อย ๆ เพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม และเพื่อให้เลือดได้ไหลเวียนอยู่เสมอ นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าลืมเจียดเวลาอย่างน้อย วันละ 20-30 นาทีสำหรับออกกำลังกายบ้าง ลองเริ่มจากวิธีง่าย ๆ เช่น การแกว่งแขนบริหารร่างกายตอนเช้าก็ช่วยได้ดีทีเดียว

 

Jan16_003_04

LAST YEAR: STAY UP LATE AND OVERSLEEP

THIS YEAR: SET THE CLOCK FOR BEDTIME

กิจวัตรนี้มีมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แต่นี่มันปีไหนแล้ว ถ้ารู้ตัวว่าไม่ได้อยู่ในวัยนั้นก็จงละพฤติกรรมเดิม ๆ เสีย บางคนอาจทำงานหนัก ปาร์ตี้หนัก เที่ยวหนัก เล่นไอจี คุยโทรศัพท์กับแฟน หรือว่าติดนอนดึกเป็นนิสัยก็ตามแต่ แต่การนอนหลับพักผ่อนที่มีคุณภาพนั้นไม่เพียงแต่ต้องนอนให้ครบวันละ 8 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ยังต้องนอนเมื่อถึงเวลาและตื่นให้เป็นเวลาด้วย เนื่องจากสภาพร่างกายเมื่อเลยเวลาที่ต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอแล้วยังไม่ได้หลับ ร่างกายก็เกิดการเสื่อมสภาพแล้ว แม้จะชดเชยด้วยการตื่นสายเพื่อให้ครบ 8 ชั่วโมงหรือมากกว่าก็ตาม จึงไม่แปลกที่ขนาดตื่นมา 11 โมงแล้วยังรู้สึกเพลียและอ่อนล้า ไม่สดใส นั่นเพราะร่างกายเลยจุดที่ควรพักผ่อนมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนั่นเอง ยิ่งถ้าสะสมอาการนาน ๆ เข้าก็มีสิทธิ์เป็นโรคอื่น ๆ ตามมาได้ง่าย ดังนั้นเพื่อให้เป็นนิสัยจึงควรตั้งเวลาเข้านอนและตื่นให้ชัดเจนและพอเพียง จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง รู้สึกสดชื่นขึ้นในเวลาเช้า อีกทั้งยังมีเวลาไปทำอะไรต่อมิอะไรในแต่ละวันได้อย่างมีระบบมากขึ้นด้วย

 

Jan16_003_05

LAST YEAR: SUGAR, SODA AND ALCOHOL

THIS YEAR: DRINK MORE WATER

นั่งทำงานเหงา ๆ ตอนบ่าย ถ้าไม่มีอะไรเข้าปาก รับรอง มีสัปหงกแน่ และทันทีที่รู้สึกแบบนั้นเราก็จะรีบบึ่งไปซื้อ ซอฟต์ดริงค์ต่าง ๆ ที่อุดมไปด้วยน้ำตาลมาซดอยู่เรื่อย เช่นเดียวกับหลังเลิกงานที่พอทำงานมาเหนื่อย ๆ สิ่งแรก ๆ ที่ อยากได้ก็คือเครื่องดื่มเย็น ๆ ชื่นใจมาช่วยดับกระหายและ ทำให้อารมณ์ดีขึ้น แต่น้ำเปล่าธรรมดากลับแทบไม่ได้แตะเลยทั้งวัน พฤติกรรมแบบนี้ล่ะที่เราเป็นกันเยอะนัก ทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าไม่ดีต่อร่างกายสักเท่าไร เริ่มจากว่าทำให้อ้วนเพราะมีแคลอรี่เกินความจำเป็นในแต่ละวันอย่างมาก บางคนอาจอ้างว่าเลือกเป็นน้ำอัดลมศูนย์แคลอรี่ ซึ่งอาจจะศูนย์แคลอรี่ก็จริง แต่เป็น Zero Energy นะ คือไร้ประโยชน์ใด ๆ ต่อร่างกาย และยังอาจนำไปสู่โรคอ้วน ไขมันอุดตัน คลอเลสเตอรอลเกินพิกัด หน้าท้องขยาย เบาหวาน กระดูกพรุน กระเพาะทะลุ ไปจนถึงโรคร้ายอื่น ๆ ที่ซ่อนตัวมากับน้ำตาลและแอลกอฮอล์อีกนับไม่ถ้วน เปลี่ยนเถอะ หรืออย่างน้อยก็ลดเครื่องดื่มเหล่านี้ลงไปบ้าง แล้วพยายามดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น ดื่มเยอะ ๆ จน เป็นนิสัยด้วยการค่อย ๆ จิบทีละนิดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน สุขภาพจะดี รูปร่างสมส่วน ผิวพรรณสดใส การขับถ่ายเป็นระบบขึ้น และประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ไม่น้อยเลยล่ะ

 

 

Jan16_003_06

LAST YEAR: WICKED DIETS

THIS YEAR: EAT RIGHT & EXERCISE

นิสัยอีกอย่างที่เชยมาก ทำลายสุขภาพมาก และควรทิ้งให้หมด ๆ ไปจากโลกได้แล้วก็คือวิธีการพิสดารในการลดน้ำหนักทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการอดอาหาร กินยาลดความอ้วนที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือว่าการพยายามกินอาหารประเภทใด ประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว (เช่น การกินแต่ชีสอย่างเดียว เพราะเชื่อว่าช่วยลดน้ำหนักได้ เป็นต้น) ไม่ว่าจะพยายาม รีดน้ำหนักส่วนเกินเพราะเห็นแก่สุขภาพหรือความงามและความมั่นใจในการใส่ชุดตัวโปรดก็แล้วแต่ วิธีการที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและแนวโน้มการลดน้ำหนักในระยะยาวก็คือ การควบคุมอาหารและออกกำลังกายวิธีเดียวเท่านั้น อย่าให้ใครมาหลอกเราได้อีกว่ายาตัวนั้นตัวนี้กินปุ๊บผอมปั๊บ หรือเอาลัทธิลดน้ำหนักแบบประหลาด ๆ มาเป่าหู แม้ว่าจะฟังดูดีเพียงใดก็ตาม อาทิ ความเชื่อเรื่องการลดน้ำหนักด้วยการบริโภคลม วิธีการคือกำหนดลมหายใจ แล้วดื่มด่ำไปกับอากาศที่สูดเข้าปอด แล้วก็จะอิ่มเองโดยไม่ต้องกินอะไรทั้งนั้น! ซึ่งมันก็คือการอดอาหารในรูปประโยคที่ดูสวยหรูขึ้นเท่านั้น เป็นต้น นอกจากการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่สามารถทำควบคู่ไปด้วยกันได้ก็คือ การรับประทานอาหารเสริมที่ปลอดภัย ผ่านอ.ย.และองค์กร รับรองที่ได้มาตรฐานแล้วว่าไม่ส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ

 

 

Credit:

OK! 240 ฉบับเดือนมกราคม 2558

Comments

comments

okmagazine

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

RELATED ARTICLES

มหัศจรรย์ 7 เกสรดอกไม้ไทย ในสกินแคร์ใหม่ล่าสุด จาก Erb Seven Pollen
มาแล้ว!! รองพื้นใหม่ล่าสุดจาก YSL ปกปิดเนียนสนิท ควบคุมความมัน ติดทนนาน 24 ชั่วโมง