THE NATURAL NUDE LOOK

October 8, 2015 at 6:23 pm  •  0 Comments

By

สวยหรูละมุนตาด้วยเมคอัพโทนสีนู้ด

สาว ๆ หลายคนมักจะสงสัยว่า การแต่งหน้าโทนสีนู้ดนั้นเป็นอย่างไร แต่งหน้าน้อย ๆ ใช้เครื่องสำอางเพียงนิดเดียวหรือใช่การแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติหรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วการแต่งหน้าโทนนู้ดนั้น ขั้นตอนการแต่งก็เหมือนกับการแต่งหน้าปกติทั่วไป เพียงแต่คีย์สำคัญของลุคนี้อยู่ที่การ ‘โชว์ผิวสวย’ เพราะฉะนั้นขั้นตอนการเตรียมผิวจึงสำคัญมากที่สุด ด้วยโทนสีของอายแชโดว์ บลัชออน และลิปสติกที่ใช้แต่งเติมหลังจากการเตรียมผิวนั้น จะเป็นโทนสีนู้ดเบจซะส่วนใหญ่ ปัญหาที่สาว ๆ กังวลกับการแต่งหน้าลุคนี้จึงเป็นเรื่องของการกลัวแต่งออกมาแล้วหน้าดูจืด กลัวแต่งแล้วจะไม่สวยเด่นเหมือนไม่ได้แต่งหน้า
อีกหนึ่งคีย์ลุคสำคัญของการแต่งหน้าลุคนี้จึงอยู่ที่การแต่งเรียวคิ้วให้สวยได้รูป แต่งแต้มระบายเปลือกตาให้ดูเป็นประกายด้วยอายแชโดว์โทนสีเบจหรือน้ำตาล คอมพลีทลุคนี้ให้ดูมีสีสันขึ้นด้วยพวงแก้มและริมฝีปากสีนู้ดเบจ และที่เห็นสาว ๆ ฮอลลีวูด มักจะให้เมคอัพอาร์ติสท์รังสรรค์ใบหน้าของพวงเธอด้วยเมคอัพโทนสีนู้ด นั่นก็เพราะว่าเมคอัพโทนสีนู้ดนอกจากจะโชว์ความสวยเปล่งปลั่งของผิวแล้ว ยังสามารถแมตช์ได้กับทุกชุดและทุกโอกาส ไม่ว่าจะเดินพรมแดงหรู หรือแค่เดินออกไปช้อปปิ้งรอปาปารัสซี่แอบถ่าย

Oct15_007_02

Perfect Complexion

* เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ จากนั้นเพิ่มเกราะป้องกันให้ผิวจากแสงแดดและมลภาวะด้วยการทาครีมกันแดดทั่วใบหน้าและลำคอ

* เริ่มขั้นตอนของการรังสรรค์ผิวสวยเพอร์เฟ็คท์ด้วยการแต้มไพรเมอร์และใช้ปลายนิ้วค่อย ๆ เกลี่ย เริ่มจากหน้าผากเกลี่ยขึ้นไปด้านบนไรผม จมูกเกลี่ยให้ทั่วถึงร่องจมูกด้วย แก้มทั้งสองข้างเกลี่ยออกไปด้านข้างใบหู และเกลี่ยบริเวณคางลงปลายคาง (สำหรับสาวที่มีปัญหาสิวอุดอันอาจจะข้ามขั้นตอนของการลงไพรเมอร์ไป เพราะการทำงานของไพรเมอร์นั้นจะเคลือบบนผิว อาจทำให้เกิดการอุดตัน ถ้าล้างทำความสะอาดผิวหน้าไม่สะอาด)

* จากนั้นก็ถึงขั้นตอนของการลงเมคอัพเบส โดยทาเมคอัพเบสเพียงบาง ๆ พอค่ะ เพราะถ้าขืนทาเยอะ มีหวังหน้าได้ขาวลอยเป็นคราบแน่ ๆ

* เลือกรองพื้นให้ตรงกับสภาพผิวและความต้องการปกปิดของแต่ละคน จากนั้นใช้แปรงสำหรับทารองพื้น แตะเนื้อรองพื้น แล้วทาลงบนผิวหน้าทีละส่วนหน้าผาก จมูก แก้ม และคาง โดยค่อย ๆ ทาบาง ๆ ทีละนิด ถ้าต้องการเพิ่มการปกปิดที่มากขึ้นก็ค่อยทาเน้นเฉพาะจุด (อย่าลืมทาเลยลงมาที่ช่วงปลายคางและช่วงกรามเพื่อให้สีผิวดูกลมกลืนกับลำคอ)

* เก็บรายละเอียดให้เรียบร้อยด้วยคอนซีลเลอร์โดยใช้ นิ้วมือวอร์มเนื้อคอนซีลเลอร์บนฝ่ามือ แล้วแตะเพียง เล็กน้อยแต้มบริเวณที่ยังเห็นริ้วรอย รอยแผลเป็น สิว รวมถึงรอยคล้ำบริเวณใต้ตา แตะ ๆ กด ๆ ให้ดูเนียนกลมกลืนกับสีรองพื้น

* เซ็ตอัพทุกสิ่งอย่างให้ติดทนอยู่บนใบหน้าโดยใช้แปรงหัวใหญ่สำหรับปัดแป้ง แตะแป้งฝุ่นเล็กน้อย เคาะแป้ง ส่วนเกินออก แล้วปัดไล้วนเบา ๆ ทั่วใบหน้า สำหรับสาวผิวมัน แนะนำให้ใช้เป็นพัฟฟ์ชนิดผ้าขนปุยแตะเนื้อแป้งเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ กดซับทั่วใบหน้า และเน้นบริเวณทีโซน

** ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องประโคมทุกสิ่งอย่างลงไปบนใบหน้า ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาผิวอะไรมากมายที่ต้องการจะปกปิด ให้เลือกใช้แค่ตัวที่คุณต้องการคุณสมบัติของแต่ละตัว แล้วมาแต่งแต้มให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

Oct15_007_03

Beauty Spot on the Eyes

* อย่างที่บอกค่ะว่าลุคนี้ต้องแต่งเน้นเรียวคิ้วให้ดูสวยคมชัด คุณสาว ๆ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ในการแต่งคิ้วได้ตามความถนัด ตั้งแต่เนื้อเจลครีมกับแปรง ชนิดดินสอเขียนง่ายที่มาพร้อมแปรงปัดสำหรับแต่งคิ้วให้ได้รูป หรือจะเลือกใช้แบบหัวแปรงปัดมาสคาร่า ปัดให้ได้รูปสำหรับคนที่มีขนคิ้วเยอะอยู่แล้ว

* แต่งระบายเปลือกตาด้วยอายแชโดว์ เนื้อชิมเมอร์โทนสีเบจ หรือจะเลือกใช้อายแชโดว์เนื้อแมตต์ในโทนสีน้ำตาลหลากเฉด

* เสร็จแล้วไม่ลืมที่จะปัดมาสคาร่าเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาเป็นประกาย

Oct15_007_04

Lovely Cheeks

* แต่งเติมสีสันบนพวงแก้มไม่ให้ใบหน้าดูจืดชืดจนเกินไปด้วยบลัชออนโทนสีนู้ดเบจที่เจือความสดใสของสีชมพูและสีพีช โดยเลือกเนื้อบลัชออนแบบประกายชิมเมอร์ เพราะจะช่วยให้พวงแก้มดูสวยระเรื่อ และช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น

Oct15_007_05

Smooth Lips

* คอมพลีทลุคโดยรวมให้ดูสวยหรูด้วยลิปสติกโทนสีนู้ดเบจ โดยเลือกลิปสติกเฉดสีเดียวกับสีของบลัชออนแล้วทาให้เต็มริมฝีปาก

* สำหรับคนที่มีริมฝีปากค่อนข้างคล้ำ การทาลิปสติกสีเบจลงบนริมฝีปากโดยตรงอาจจะทำให้เห็นสีไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นควรใช้คอนซีลเลอร์แต้มเบา ๆ ทั่วริมฝีปากก่อน จากนั้นค่อยทาตามด้วยลิปสติก

 

 

Credit: OK! 250 ฉบับเดือนพฤษภาคม 2558

About the Author

 

Leave a Reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>